สถาบันปิโตรเลียมฯผนึกเอกชนลุยใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมปลดระวางสร้างปะการังเทียม


เพิ่มเพื่อน    

 

25 ก.ย. 2563 สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โดยคณะทำงาน  Rig to Reef (ภายใต้ E&P STC) ได้นำคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจาก นักวิชาการ ผู้ประกอบการผลิตปิโตรเลียมในทะเล สถาบันปิโตรเลียมฯ และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มาสังเกตการณ์  “โครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม จำนวน 7 ขาแท่น  ไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล” ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (เชฟรอนฯ) และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ในครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนย้ายขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Jacket) ขาแท่นที่ 7 จากแหล่งปลาทอง บริเวณกลางอ่าวไทย  มาวางในพื้นที่ที่ ทช.กำหนดเพื่อการอนุรักษ์ อยู่ห่างจากเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ~15 กม.

โครงการนี้ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการนำขาแท่นผลิตหลุมปิโตรเลียม มาวางเป็นปะการังเทียม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งหลบภัยและอนุบาลสัตว์น้ำ ช่วยให้ปะการังธรรมชาติกลับมาเติบโต พัฒนาเป็นแหล่งดำน้ำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ในอ่าวไทย

อนึ่ง ขาแท่นทั้ง 7 ขาแท่นนี้ เป็นขาแท่นผลิตที่ปลดระวางแล้ว ซึ่ง ทช. ได้รับมอบจากบริษัท เชฟรอนฯ โดยได้รับความเห็นชอบในการเคลื่อนย้ายและนำมาจัดวางเป็นปะการังเทียมจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และกรมประมง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดกับระบบนิเวศทางทะเล

ในส่วนของอุปกรณ์ที่เป็นส่วนบนของแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (wellhead topsides) ได้ตัดแยกจากขาแท่น และนำขึ้นฝั่งไปจัดการรื้อถอนบนบกอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'