เล็งถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ชุดใหม่


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กตู่” นัด ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ถกปัญหา-อุปสรรคพร้อมรับฟังความเห็น ก่อนทำงานร่วมกันหลังรับตำแหน่ง 1 ต.ค.นี้   สั่ง "กลาโหม" จัดกิจกรรมเนื่องในวันสวรรคต ร.9 และเผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวง ร.10 "ก.ตร.-ก.ต.ช." รับโอน "ปรีชา" จากรองเลขาฯ ปปง. นั่งผู้ช่วย ผบ.ตร. คุมงานไซเบอร์

    ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 24 ก.ย. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 และเป็นการอำลาการทำหน้าที่สมาชิกสภากลาโหมของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.), พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะที่ปรึกษาฯ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการสั่งการในที่ประชุมสภากลาโหมว่า เราทำงานด้วยระเบียบและกฎหมาย ด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ ด้วยความชัดเจนในสายการบังคับบัญชาของทหาร ไม่ต้องสั่งการเพิ่มเติม เพราะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด การเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำแหน่งต่างๆ ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งได้ย้ำเตือนให้ทุกคนมองหลายมิติ นอกจากด้านความมั่นคง คือเศรษฐกิจและสังคม เพื่อช่วยเหลือ และบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ เพราะเราเกี่ยวข้องกับหลายๆกิจกรรมด้วยกัน โดยการทำข้อมูลให้สอดคล้องกัน
    "ผมยังไม่ได้พบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ จนกว่าวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อจะได้ปรึกษาหารือว่ามีปัญหา อุปสรรคใดอยู่หรือไม่ เพื่อทำงานร่วมกันต่อไป ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม ต้องรับฟังความเห็นของพวกเขา" นายกฯ กล่าว
    ขณะที่ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) แถลงหลังการประชุมสภากลาโหมว่า นายกฯ เน้นย้ำในที่ประชุม 2 เรื่องหลักคือ สถาบันพระมหากษัตริย์และภารกิจของกองทัพ โดยเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ เตรียมจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในวันที่ 13 ต.ค.2563 ซึ่งนายกฯ ให้กองทัพจัดงานและสนับสนุนกิจกรรมทุกหน่วยงาน ร่วมกันเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านกิจกรรมในโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ ที่นำมาซึ่งความผาสุกทั้งทางกายและทางใจของประชาชน และนำเสนอพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการรักษา สืบสาน และต่อยอดด้วย โดยเฉพาะเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์ โดยเป็นการต่อยอดเกษตรทฤษฎีเดิมของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีการเพิ่มเติมคำว่าประยุกต์เข้ามา และพัฒนางานด้านเกษตรในรูปแบบต่างๆ
    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีอำลาของคณะนายทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ต่างประเทศ ในตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ และรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ จำนวน 28 นาย หลังจากที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนทหารของกองทัพไทยในต่างประเทศ
    จากนั้น เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เห็นชอบการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี
    เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ต่อทันที เห็นชอบตามที่ ก.ตร.เสนอเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี และรับโอน พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาเป็นตำรวจ
    พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า ผลผการประชุม ก.ตร.และ ก.ต.ช.นั้น ในส่วนของ ก.ตร. ที่ประชุมได้รับทราบการกระทำผิดวินัยและการให้ออกราชการของข้าราชการตำรวจของอนุ ก.ตร.คณะต่างๆ โดยเห็นชอบให้มีการไล่ออกข้าราชการตำรวจที่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง จำนวน 38 นาย, ปลดออก จำนวน 3 นาย และให้ออก จำนวน 7 นาย รวมทั้งหมด 48 นาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการละทิ้งราชการและความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
    นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ตร.ได้มีการพิจารณาการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี โดยมีเงื่อนไขเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว และตามกฎหมายมาตรา 54 วรรค 2 ระบุว่า การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวจะต้องให้ ก.ต.ช.เห็นชอบ ซึ่ง ก.ต.ช.มีมติเห็นชอบ จากนั้นจึงได้มีการพิจารณารับโอน พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง.
    "สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบรับโอนให้มาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหาก พล.ต.ต.ปรีชาพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตำแหน่งนี้จะต้องถูกยุบ" พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
    ถามถึงวาระที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. ได้ร้องทุกข์ในกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งสำรองราชการ โฆษก ตร.กล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ตร.ได้มีการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจน และเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์ ก.ตร.จึงมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำเรื่องหารือไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยทางการปกครอง เพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติ โดยจะมีการนำเสนอโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้รีบดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    โฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนการแต่งตั้งตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ประจำปี 2563 ก.ตร.ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งมีการระบุว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ย. คาดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร
    "เรื่องความคืบหน้าของการปฏิรูปตำรวจ เป็นเรื่องที่วงประชุมพูดถึง ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงว่ากรณีนี้ได้พ้นในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขณะนี้เนื้อหาสาระของการปฏิรูปตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ผ่านคณะรัฐมนตรีไป ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโครงสร้างรูปแบบการบริหาร โดยเน้นไปที่สถานีตำรวจ เส้นทางการเติบโตของงานสอบสวน เรื่องของการที่ต้องมีคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม รวมถึงกรณีอีกหลายๆ อย่างที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน" โฆษก ตร.กล่าว
    พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า นายกฯ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมชี้แจงในกรณีที่จะมีการเสนอต่อรัฐสภาต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 298 ราย อาทิ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร., พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 เป็นต้นไป.

 


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ