เอือมม็อบก้าวร้าว! ปธ.ศาลฎีกาแนะเปลี่ยนอย่างสันติ/นายกฯห่วงบานปลาย


เพิ่มเพื่อน    

  “บิ๊กตู่” เผย จนท.เก็บหลักฐานเตรียมเช็กบิลม็อบเคลื่อนไหวผิด กม. ย้อนถามทำลายสถานที่ราชการเหมาะสมหรือไม่ สถานการณ์เห็นต่าง แต่รัฐต้องประคับประคองให้ชาติสงบ  ขณะที่ประธานศาลฎีกาห่วงความก้าวร้าวไม่ให้เกียรติเป็นอันตราย แนะต้องเปลี่ยนแปลงด้วยสันติวิธี "ปชป." ฉะม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ นับวันมวลชนจะถอยห่าง หลังก้าวร้าว จัดกิจกรรมไม่เหมาะสม  

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมสาดสีใส่ป้ายกองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ว่า แล้วสื่อว่าอย่างไร ทำได้หรือไม่ได้ ควรทำหรือไม่ควร ก็เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะว่ากันไป ทรัพย์สินราชการว่าอย่างไรไม่รู้ แต่บางครั้งประชาชนทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลด้วย ไม่อยากให้เป็นชนวนทางการเมือง และวันนี้ได้สั่งให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐระมัดระวังที่สุดในการที่จะปฏิบัติต่อประชาชนที่ประท้วง แต่ถ้ามันเกินเลยไปก็เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะต้องไปว่ากัน ตนไม่ต้องไปสั่งอะไรทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมอ้างว่าทหารล็อกคอประชาชนนั้น ไม่มี
    ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงยอมเปิดพื้นที่ให้กับผู้ชุมนุมในการเคลื่อนไหว ใช้ถ้อยคำก้าวร้าวต่อเนื่อง ควรจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดได้หรือยัง เพราะบางประเด็นเข้าข่ายผิดกฎหมาย นายกฯ กล่าวว่า เปิดหรือไม่เปิดเขาก็เคลื่อนไหวอยู่แล้ว แต่เขาต้องนึกถึงว่ากฎหมายจะตามมาทีหลังอย่างไรก็ว่ากันอีกที การเก็บหลักฐานอะไรต่างๆ มีเวลาทั้งสิ้น ฉะนั้นวันนี้ไม่อยากให้เป็นประเด็น เดี๋ยวก็จะขัดแย้งขึ้นเรื่อยๆ ชักจูงคนไปร่วมด้วยมากขึ้นๆ โดยที่ไม่ใช่ข้อมูลที่แท้จริง
    “หลายๆ อย่างเขาเพียงแค่อยากถ่ายรูปให้เห็น เขามีรูปเคลื่อนไหวที่โน่นที่นี่ แล้วเราก็ขยายให้เขาไปเยอะๆ มันก็เป็นเงื่อนไขไปเรื่อยๆ ผมต้องการจะลดแรงกดดัน ลดความไม่สงบเรียบร้อยของสังคม ประชาชน ประเทศชาติ ได้มากที่สุด หลายเรื่องท่านทราบดี เรื่องกฎหมายเรื่องอะไรต่างๆ เหล่านี้ และที่ผมกังวลอยู่คือรัฐพยายามจะประคับประคองตรงนี้ให้ได้ ซึ่งมีประชาชนไม่เห็นด้วยจำนวนมากพอสมควร โดยมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ อันนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษได้ทั้งหมด ขอบคุณสื่อหลักๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงให้คนได้เห็น อะไรที่ไม่ควรได้ยินและเป็นการยั่วยุก็ไม่ต้องเผยแพร่ตอกย้ำ ถ้ามันผิดอยู่แล้วไม่ถูกต้องก็อย่าไปขยายความ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้ ก็ผู้ชุมนุมเขาจะไป ต้องดูว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็ไม่เป็นไร
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ละเลงสีทำให้เกิดความเสียหาย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่เสียหายอะไร ตนว่ามาคุยกันดีกว่า พูดกันให้รู้เรื่องดีกว่า เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เขาดูอยู่แล้ว
    วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักประธานศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังการแถลงผลงานก่อนเกษียณครบวาระในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ซึ่งผู้สื่อข่าวถามประเด็นการเมืองว่า จากประสบการณ์ที่ท่านเคยเป็นนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาก่อน อยากจะบอกอะไรกับน้องๆ นักศึกษาที่ออกมาประท้วงในช่วงนี้
    นายไสลเกษกล่าวว่า ตนมองว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากนักศึกษาในยุคนี้หรอก เพียงแต่บริบทของสังคมเปลี่ยนแปลงไป ช่วงที่เป็นนักศึกษาก็รู้สึกว่าอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่ท้าทาย เราต้องการเรียนรู้ หลายเรื่องที่เราไม่เคยเข้าใจ สมัยตนเรียน ม.ธรรมศาสตร์ ช่วงหลังเปลี่ยนแปลง 14 ต.ค.2516 นักศึกษามีความคิดทางสังคมเยอะ อ่านตำราทุกอย่าง ทั้งมาร์กซิสต์ เลนิน เหมา เยอะแยะไปหมด ซึ่งเราต้องการเรียนรู้ว่าจริงๆ มันคืออะไร เพราะเราไม่รู้ ในที่สุดประสบการณ์ก็จะสอนเราเรื่อยๆ ว่าอันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่
    ประธานศาลฎีกากล่าวต่อไปว่า ประสบการณ์การล่มสลายของประเทศคอมมิวนิสต์ ประเทศจีนที่มีเหตุการณ์ปฏิวัติวัฒนธรรม เด็กรังเกียจผู้ใหญ่ มองว่าพ่อแม่หรือผู้บุพการีล้าหลัง ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงสังคม แล้วก็ปฏิบัติกับผู้บุพการีหรือผู้ใหญ่ในแบบหนึ่ง ในที่สุดการปฏิวัติวัฒนธรรมเกิดขึ้น ผู้หลักผู้ใหญ่กลุ่มอนุรักษนิยมถูกขัดขวางออกจากสังคม และแล้ววันเวลาก็พิสูจน์ว่าการปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีนล้มเหลว เขาทำลายทรัพยากรผู้ใหญ่ ทำลายทรัพยากรของบ้านเมือง ไม่มีการเชื่อมต่อเปลี่ยนถ่ายอย่างสันติ แล้วต่อมากลุ่มคนที่ปฏิวัติวัฒนธรรมก็ถูกปฏิวัติคืน จนกระทั่งไม่มีที่ยืนในสังคม
    "คิดว่าถ้าจะมาเทียบกับสังคมในขณะนี้ เราต้องสอน เราต้องให้โอกาสเยาวชนของเรา ให้เขาได้เรียนรู้ได้เข้าใจ สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าความก้าวร้าว ความรุนแรง ความไม่ให้เกียรติกันนี่แหละจะเป็นอันตรายต่อสังคม ทำอย่างไรจะทำให้การเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น เป็นไปด้วยสันติวิธี ทุกคนมีความสุข รับได้ คนรุ่นเก่าต้องยอมรับคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ก็ต้องยอมรับคนรุ่นเก่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ยาก ตอนนี้ผมไม่มั่นใจว่าสถานการณ์สังคมไทย จุดนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า"
    เมื่อถามหากแกนนำนักศึกษาเหล่านั้นต้องถูกดำเนินคดีขึ้นศาล การใช้กฎหมายถูกต้องหรือไม่ นายไสลเกษกล่าวว่า ศาลต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก แต่ตัวกฎหมายเองก็มีความยืดหยุ่นที่ศาลสามารถจะใช้ดุลยพินิจได้ ยุคนี้ศาลจะต้องสร้างความเข้าใจ ปัจจุบันศาลได้ผลักดันให้เกิดการประนีประนอม การเจรจาไกล่เกลี่ยมากขึ้น วิธีพิจารณาของศาลก็เปิดช่องเช่นนี้ เป็นไปได้ไหมที่จะให้คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ที่มีข้อพิพาทกันได้สร้างความเข้าใจกันให้มากขึ้น เด็กมองว่าผู้ใหญ่ล้าหลัง ส่วนผู้ใหญ่ก็มองว่าเด็กล้มล้างต้องหาคนกลาง ความขัดแย้งลงถึงระดับครอบครัวจนคุยกันไม่ได้ เพราะอุดมการณ์ทางการเมือง อยากให้ใจเย็นมากขึ้น พูดด้วยเหตุผล ถ้าให้เกียรติผู้ใหญ่เขาก็ฟัง สังคมไทยผูกพันกันรุ่นสู่รุ่น ความกตัญญูเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่สายที่จะสร้างความเข้าใจได้
    ทางด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมว่า รู้สึกเป็นห่วงภาพลักษณ์และแนวทางการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มนี้ ที่นับวันอาจจะถูกปฏิเสธจากแนวร่วมออกไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมในการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในสังคม
    เช่น การที่มีแกนนำบางคนกล่าวคำไม่สุภาพต่อประธานรัฐสภา  การปราศรัยด้วยถ้อยคำที่รุนแรง หยาบคาย หรือการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง รวมถึงการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม จนทำให้มวลชนผู้สนับสนุนค่อยๆ ถอยห่างออกไป แต่ถ้าหากการชุมนุมมีความมุ่งมั่นในแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยให้การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เพียงเป้าหมายเดียว ก็จะได้รับการตอบรับและเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนคนไทยท่วมท้นอย่างแน่นอน
    "อยากให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมทบทวนท่าที และแนวทางการเคลื่อนไหวเสียใหม่ ขอให้มุ่งมั่นและธำรงไว้ซึ่งเป้าหมาย ข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อคือ หยุดคุกคามประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา ก็จะมีมวลชนเข้าร่วมด้วยมากยิ่งขึ้น และถ้าหากตอนนี้การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนในเป้าหมายเดียวก่อน คือการชุมนุมเพื่อกดดันให้สมาชิกรัฐสภาลงคะแนนสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระหนึ่ง ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ก็จะประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน" นายเทพไท กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้ออกจดหมายเปิดผนึกจากสภานักศึกษา ถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้ผู้บริหารรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในการชุมนุมวันที่ 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ที่จัดขึ้นบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดยอ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการอย่างถูกต้องตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด รวมถึงการยอมให้มีตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับปิดประตูปล่อยให้นักศึกษาและผู้ชุมนุมต้องกระเสือกกระสนเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง จนทำให้ผู้ชุุมนุมบางคนนิ้วฉีกขาด.

 

 

 


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'