อย่าหลงลีลา...เพราะเนื้อหา “โกหก”


เพิ่มเพื่อน    

 

เธอพูดจากฉะฉาน คล่องแคล่ว มีพลัง แต่ฟังให้ดีๆ ก็จะพบว่าเต็มไปด้วยข้อความที่เป็นเท็จ เป็นวาทกรรมที่ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้วน่าประทับใจ เพราะเธอใช้คำใหญ่ทางการเมือง เพื่อจะโน้มน้าวให้คนฟังเชื่อว่าเธอเป็นคนที่มีหลักการของความเป็นประชาธิปไตย แต่แท้ที่จริงแล้วเธอกำลังเรียกหาความเป็น “อนาธิปไตย” ที่ไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมายของบ้านเมือง เพราะคนในตระกูลของเธอบางคนถนัดที่จะพูดโกหกได้อย่างหน้าตาเฉย ไม่เคยรู้สึกที่จะละอาย ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนใจเรื่องของศีลธรรม จริยธรรม หลายอย่างที่เธอพูดนั้น เหมือนพยายามจะตอกย้ำว่าปัญหาของประเทศชาติเกิดจากการบริหารประเทศชาติที่ไม่เอาไหนของรัฐบาลนี้ ทั้งๆ ที่หลายอย่างเป็นปัญหาที่สะสมมาหลายยุคหลายสมัย และนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลนี้พยายามจะเข้ามาแก้ไข บางอย่างก็เกิดจากการนักการเมืองในอดีต และหลายอย่างก็เกิดจากนักการเมืองที่เป็นญาติของเธอเองที่ป่วนบ้านเมืองในเวลานี้ เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ และเธอกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ

เธอถามว่าถ้าการเมืองดีจะทำให้เราหันมารักชาติได้มากขึ้นอย่างไร ขอตอบว่าถ้าญาติของเธอไม่มีการกระทำที่ป่วนบ้านเมือง ไม่สร้างวาทกรรมที่ทำให้เยาวชนมีพฤติกรรมชังชาติ เราก็จะไม่มีคนที่แสดงอาการ

ชังชาติมากเท่าที่เราเห็นอย่างเช่นทุกวันนี้ การเมืองที่ไม่ดีในวันนี้ ก็ญาติของเธอนั่นแหละที่ทำให้การเมืองมีปัญหา เพราะไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพกติกา และยุยงส่งเสริมเด็กๆ ให้ชังชาติ ให้ชังผู้ใหญ่ ให้ชังขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของประเทศไทย และที่สำคัญคือ ให้หมดความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของประเทศ คือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ญาติของเธอนั่นแหละที่กำลังสั่นคลอนความมั่นคงของประเทศไทย

เธอบอกว่าพ่อแม่สอนว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก เชื่อว่าหลายคนก็เคยได้ยินกันมาว่าอย่าไปยุ่งการเมืองดีกว่า มันเป็นเรื่องสกปรก ก็อยากจะบอกกับเธอว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องสกปรก เพราะการเมืองคือการจัดการแบ่งปันทรัพยากรของชาติให้แก่ประชาชนที่เป็นพลเมืองของชาติด้วยความเป็นธรรม แต่มีนักการเมืองบางคนต่างหากที่ทำให้การเมืองสกปรก เพราะพฤติกรรมที่สกปรก เธอพูดถูกที่บอกว่าการเมืองในตอนนี้เป็นเรื่องสกปรก เป็นการเมืองที่ไม่น่ารัก เป็นการเมืองที่ไม่เกี่ยวกับบ้านเกี่ยวกับเมือง แต่เป็นการเมืองที่เกี่ยวกับอำนาจ เป็นการเมืองที่เกี่ยวกับการแบ่งแยก อยากถามเธอว่าเธอรู้ไหมว่าใครที่ใช้วาทกรรมสร้างความแตกแยกระหว่างผู้สูงวัยกับเยาวชน ใครเป็นคนสร้างความแตกแยกระหว่างคนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์กับเยาวชนที่พูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยท่าทีที่ต้องการที่จะล้มล้างสถาบันและเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศไทย ใครกันที่อยากให้ประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ ด้วยความกระสันที่อยากจะเป็นประธานาธิบดี และแซะ แขวะสถาบันพระมหากษัตริย์หลายเรื่องหลายประเด็น โดยบอกว่าต้องการมีอำนาจในระดับที่สามารถต่อรองกับพระมหากษัตริย์ได้ ใครกันที่พูดถึงการไม่ต้องแสดงความเคารพด้วยการยกเลิกการหมอบกราบ และใครกันที่พูดจาดูถูกขนบธรรมเนียมที่เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศไทย และทำให้เยาวชนจำนวนหนึ่งกลายเป็นพวก “อนาธิปไตย” ที่ไม่เคารพกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง

เธอบอกว่าการเมืองในปัจจุบันเป็นการเมืองที่ใช้นิติสงคราม ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ เธอพูดราวกับว่ารัฐบาลนี้ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งประชาชน เหมือนที่ญาติของเธอพูดบ่อยๆ ว่ารัฐบาลนี้ใช้กฎหมายจัดการกับคนที่คิดต่าง ข้อความนี้โกหกชัดๆ คนคิดต่างไม่มีความผิด แต่คนพูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันด้วยความเท็จเป็นความผิด คนพูดจายุยงส่งเสริมให้เยาวชนกระทำการที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงผิด การนำเอาความเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ผิด การทำลายทรัพย์สินผิด การบุกรุกสถานที่ต่างๆ ผิด การชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ตราไว้เป็นกฎหมายผิด ดังนั้นหากใครทำผิดแล้วโดนหมายเรียก หมายจับ จะกล่าวหาว่าเป็นนิติสงครามได้อย่างไร และคนที่ทำหน้าที่นี้คือตำรวจและศาล ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แล้วจะกล่าวหารัฐบาลได้อย่างไร ทั้งตำรวจและทหารเขาต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย จะปล่อยให้คนทำผิดกฎหมายลอยนวลได้อย่างไร

เธอบอกว่าการเมืองปัจจุบันเป็นการเมืองที่ผู้คนที่เห็นต่างอาจจะเจอจุดจบที่ไม่สวยงาม อยากจะบอกว่าคนที่คิดต่างยังอยู่ดีกันทุกคน สำหรับคนที่โดนหมายเรียกหมายจับนั้นไม่ใช่คนที่คิดต่าง แต่เป็นคนที่ทำผิดกฎหมาย อย่าบิดเบือนสิจ๊ะ เธอบอกว่าในฐานะของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของประเทศชาตินั้นจะสามารถทำให้ประเทศชาติขาวสะอาดมากขึ้น ก็อยากจะบอกว่าถ้าหากยังพูดเรื่องไม่จริงอยู่แบบนี้ คงไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสะอาดได้ การพูดไม่จริงเช่นนี้อาจจะเกิดจากการไม่รู้ อาจจะเกิดจากการหลงเชื่อวาทกรรมของญาติและเพื่อนของญาติ หรือจงใจที่จะโกหกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน คนไม่รู้จริง คนเชื่อคนง่ายโดยไม่ไตร่ตรอง คนชอบโกหกเพื่อเป็นเครื่องมือของนักการเมืองเลวบางคน คงไม่สามารถทำให้ประเทศไทยสะอาดขึ้นมาได้ แต่อาจจะทำให้ประเทศสั่นคลอน ไม่มั่นคงทั้งด้านการเมืองและวัฒนธรรม

เธอบอกว่าการเมืองที่เห็นอยู่ตอนนี้คือการเมืองที่มีความเลื่อมล้ำ เป็นการเมืองแห่งความไม่เท่าเทียม ก็อยากจะบอกเธอว่าความเท่าเทียมที่มีอยู่ก็คือการได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายเท่าเทียมกัน แต่จะให้ทุกคนที่ชีวิตความเป็นอยู่เท่าเทียมกันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนเรามีทุนทางเศรษฐกิจและสังคมไม่เท่ากัน มีโอกาสไม่เท่ากัน เพราะอยู่ในบริบทที่ต่างกัน มีความสามารถไม่เท่ากัน มีวิสัยทัศน์ต่างกัน มีความคิดสร้างสรรค์ไม่เท่ากัน มีความกล้าเสี่ยงไม่เท่ากัน ดังนั้นผลลัพธ์ของการดำเนินชีวิตจึงออกมาไม่เหมือนกัน คนเคยรวยถ้าไม่มีความสามารถก็จนได้ ในขณะเดียวกันคนเคยจน ถ้าเก่งและขยันก็รวยได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็น แม้แต่ที่มาของตระกูลเธอเอง ก็ใช้ความสามารถและความกล้าในการไขว่คว้าโอกาสที่มองเห็นตนกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ แล้วจะมาสร้างวาทกรรมให้คนจนเกลียดคนรวยเพื่ออะไร นี่แหละคือการเมืองที่สร้างความแตกแยก ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทุกสังคมในโลกนี้ไม่มีสังคมใดเป็นสังคมที่ไม่มีชนชั้น การเรียกหาความทัดเทียมเป็นเพียงวาทกรรมที่สร้างความแตกแยกนะ โดยสรุปเธอพูดด้วยลีลาที่ดี แต่เนื้อใช้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ.

 

 

 


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'