เทคโนโลยีผ่ากระดูกสันหลัง ช่วยดูแลฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัย


เพิ่มเพื่อน    

     ประเทศไทยมีจำนวนประชากรเฉลี่ยมีอายุยืนยาวขึ้น และกำลังเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ล่าสุดได้มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า หรือปี พ.ศ.2583 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว โดยตัวเลขประชากรไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า จากปี 2563 ที่มีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็น 36.5 ล้านคน ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Healthcare จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคภัยต่างๆ ที่มีสาเหตุสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น
     “โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ” เป็นโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่งที่เตรียมพร้อมให้บริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุเช่นกัน โดยล่าสุดได้จับมือกับ “บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก” หนึ่งในพันธมิตรชั้นนำในการเปิด “ศูนย์กระดูกสันหลัง Absolute Spine Care” และ “ศูนย์ข้อเข่าและข้อสะโพก Joint Surgery Center” อย่างเป็นทางการ บริการรักษาเฉพาะทางแก่ผู้มีปัญหากระดูกสันหลัง ข้อเข่าและข้อสะโพก มีจุดเด่นในการรักษาด้วยเทคโนโลยีทันสมัยโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง
     นพ.วรัญญ์ เทียนส่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ในการให้บริบาลทางการแพทย์ในประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในลักษณะ Joint Operation ในเรื่องเงินทุน ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรและรายได้ มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน ในส่วนของแพทย์ มีการจัดทีมแพทย์เฉพาะทาง โดยให้การรักษาตามแนวทางของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แต่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการตามมาตรฐานของโรงพยาบาลพันธมิตร เป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้ป่วยของโรงพยาบาลพันธมิตรได้เข้าถึงการรักษาที่ดี ในราคาที่สอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลพันธมิตร” 


     ด้านนายสมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก กล่าวถึงโมเดลความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ปัจจุบันศูนย์ Absolute Spine Care โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางกว่า 15 ท่าน ทำงานร่วมกันเป็นทีม มีทั้งศัลยแพทย์และแพทย์ผู้ชำนาญการในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคกระดูกสันหลัง ร่วมกันวางแผนการรักษากับผู้ป่วยให้เหมาะสมกับระดับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย 
     โดยแนวทางการรักษาจะมีทั้งการรักษาแบบ Intervention ด้วยการฉีดยา การใช้คลื่นวิทยุ และการใช้เลเซอร์เข้ากระดูกสันหลัง ไปจนถึงการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบ Endoscopic Surgery ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคปแผลเล็กกว่า 1 ซม. มีข้อดีคือผู้ป่วยจะมีอาการปวดแผลจากการผ่าตัดน้อย มีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ ลดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนดีที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้เร็วสามารถกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีผู้ป่วยเพียง 10% เท่านั้นที่อาการรุนแรงและต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด โดยจะต้องเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ร่วมกันและเป็นไปตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด” 


     ด้าน “นพ.วีระพันธ์ ควรทรงธรรม” ผู้อำนวยการสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ และผู้อำนวยการศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ กล่าวเสริมว่า “ศูนย์ Joint Surgery Center มีผู้ป่วยมารักษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในจำนวนดังกล่าวมีทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าและข้อสะโพก และกลุ่มคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยให้ความไว้วางใจและมีความมั่นใจในการผ่าตัดมากยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยตามแนวทางการรักษาของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุม อาทิ ปวดเข่า ปวดสะโพก เรื้อรัง ข้อฝืด ติดขัด โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม และการผ่าตัดส่องกล้องข้อ เป็นต้น รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การผ่าตัด ข้อแบบแผลเล็ก, การผ่าตัดด้วยคอมพิวเตอร์นำวิถี ซึ่งจะช่วยในการวางตำแหน่งข้อเทียมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงมีการวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วยเป็นรายบุคคลได้”. 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก