ขุมกำลังหมื่นล้าน! 'หญิงอ้อ' รีเทิร์นกู้ศรัทธา พท.


เพิ่มเพื่อน    

      คอการเมืองคงทราบกันแล้วว่าพรรคเพื่อไทย ‘จัดทัพ-ปรับศึก’ เปลี่ยนหัวการนำใหม่ หลัง ‘คุณหญิงหน่อย’ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลาออกจากประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค พร้อมกับบรรดา ส.ส. ‘ก๊วน กทม.’ ลาออกจากตำแหน่งในพรรค ลดบทบาทตัวเองลงเหลือเพียงแค่ตำแหน่งสมาชิกพรรคเท่านั้น

            รายงานข่าวจากสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่า การปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทยดังกล่าวจะมี ‘คุณหญิงอ้อ’ พจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยาทักษิณ ชินวัตร ลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง

            พร้อมกับการตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายพรรคที่มีอำนาจตัดสินใจทุกอย่าง หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า ‘โปลิตบูโร’ โดยมี ‘คุณหญิงอ้อ’ นั่งหัวโต๊ะ

            แม้จะมีการออกมาปฏิเสธในภายหลังก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ!!!

            นอกจากนี้ยังดึงอดีตคนไทยรักไทยยุคเก่า เช่น ‘หมอมิ้ง’ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ‘หมอเลี้ยบ’ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มาเป็น ‘มันสมอง’ คอยคิดแผนทางการเมือง ‘อ้วน’ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาฯ พรรค คอยประสานงาน ส.ส.ทุกกลุ่มก๊วน ชูศักดิ์ ศิรินิล ดูงานด้านกฎหมาย พิชัย นริพทะพันธุ์ ดูงานด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น

            ส่วนหัวหน้าพรรคยังใช้บริการ ‘เฮียพงษ์’ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เพราะเป็น ‘สายตรง’ กลุ่มวังน้ำยม ได้รับความไว้ใจจาก ‘เจ๊ ด.’ อย่างมาก ที่สำคัญ ‘เฮียพงษ์’ ยังคอนเน็กชั่นการเมืองลึกกับอดีต ‘กลุ่ม 16’ ที่ปัจจุบันมีบทบาทในพรรครัฐบาล เช่น พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น

                ทำให้การ ‘ดีลงาน’ เป็นไปได้ราบรื่น ลดภาพความขัดแย้ง

            การปรับโครงสร้างครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการ ‘คืนสู่เหย้า’ ของ ‘สายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า’ ก็ว่าได้ โดยเขี่ยอิทธิพล ‘เจ้าแม่ กทม.’ ออกเกือบทั้งหมด

            อีกมุมหนึ่งคือ การกลับมาของ ‘กลุ่มทุน’ ยุคไทยรักไทยรุ่งเรือง ถึงเวลาฟูมฟักเอาใจใส่ ส.ส.ทุกกลุ่มก๊วนอีกครั้ง หลัง ‘ท่อน้ำเลี้ยง’ หดหายตั้งแต่รัฐประหารเมื่อปี 2557 กลายเป็นชนวนสำคัญให้พรรคพ่ายแพ้เลือกตั้งเมื่อปี 2562? และที่สำคัญ ส.ส.ก็อดอยากปากแห้งมานาน ก็มีกระแสข่าวไปรับจ๊อบของฝ่ายรัฐบาล

            เครือข่ายธุรกิจของ ‘ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์’ เท่าที่สืบค้น เฉพาะในไทย มีสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท หากนับเฉพาะของ ‘นายใหญ่ดูไบ’ มีประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท โดยเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 15 แห่ง ที่เหลือเป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสื่อ ธุรกิจโรงพยาบาล ฯลฯ

            ขณะที่ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ‘คุณหญิงอ้อ’ ต่อ ป.ป.ช. เมื่อ 13 ปีก่อน (พ.ศ.2550 ทักษิณพ้นนายกฯ ครบ 1 ปี) ระบุว่า มีทรัพย์สิน 8,997,348,791 บาท เป็นเงินสด 1 ล้านบาท เงินฝากในแบงก์ 17 บัญชี 3,537,347,871 บาท เงินฝากในสถาบันการเงิน 1 แห่ง 59,625,359 บาท เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาล 20 ล้านบาท เงินลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียน 699,442,516 บาท หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 1,686,428,681 บาท เงินให้กู้ยืม 28 ล้านบาท ที่ดิน 122 แปลง 1,999,101,820 บาท บ้าน 4 หลัง 324 ล้านบาท สิ่งปลูกสร้างอื่น 37 หลัง 290,602,594 บาท ยานพาหนะ 11 คัน 41,082,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 337,950 บาท ทรัพย์สินอื่น 310,380,000 บาท

            ขณะที่ เคยเบิกความต่อศาลฎีกาฯ ก่อนที่จะมีการยึดทรัพย์ทักษิณ ‘คุณหญิงอ้อ’ ระบุว่ามีทรัพย์สินเป็นที่ดิน ธนบัตร และเงินสดกว่า 1,000 ล้านบาท ที่ได้มาก่อนทักษิณจะนั่งเก้าอี้นายกฯ?

            ส่วนพลพรรคสายตรง ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ เช่น ‘หมอเลี้ยบ’ แจ้งบัญชีทรัพย์สินปี 2552 มี 162 ล้านบาทเศษ ‘อ้วน ภูมิธรรม’ แจ้งบัญชีทรัพย์สินปี 2550 มีทรัพย์สิน 27 ล้านบาทเศษ ส่วนกุนซือเศรษฐกิจอย่างพิชัย นริพทะพันธุ์ มีทรัพย์สิน 211 ล้านบาท เป็นต้น

            ยังไม่นับบรรดา ‘ท่อน้ำเลี้ยง’ ที่ย้ายค่ายไปไทยรักษาชาติ (ทษช.) ก่อนพรรคดังกล่าวโดนยุบ ว่ากันว่า ‘คุณหญิงอ้อ’ เตรียมดึงเข้ามาช่วยงานเป็น ‘ฉากหลัง’ ของพรรคเพื่อไทยยุคใหม่ด้วย ซึ่งหลายคนคอการเมืองรู้จักกันดีอยู่แล้วว่า ‘ใจสปอร์ต’ ขนาดไหน

            เรียกได้ถึง ‘ยุคทอง’ ของ ‘พรรคเพื่อไทย’ จะกลับมาผงาดในวงการเมืองอีกครั้งหรือไม่ หลังถึงจุดตกต่ำ โดนแย่งชิงมวลชน จนเดินตามหลัง ‘พรรคก้าวไกล’ มาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

            ยิ่งสถานการณ์บัดนี้เปลี่ยนไป และพรรคสีส้มกำลังถูกโดดเดี่ยวเพราะเดินเกมหมิ่นเหม่ให้ท้ายเด็ก จึงเป็นโอกาสให้พรรคสีแดงเร่งสร้างความเชื่อมั่น เดินเกมในระบบปกติ พร้อมแย่งซีนดึงฐานเสียงมวลชนกลับมา.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"