การบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับปัญหาที่ยังรอการแก้ไข


เพิ่มเพื่อน    

 

พระราชบัญญัติกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563  โดยมีการยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาใช้บังคับอย่างช้านานและถูกมองจากหลายฝ่ายว่าล้าสมัย มีการใช้ดุลยพินิจมากทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ

การเกิดโรคระบาดโควิด 19 และปัจจัยความไม่พร้อมอื่นๆ ทำให้มีการขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปหลายครั้งและล่าสุดมีการขยายเวลาการแจ้งแบบประเมินบางประเภทออกไปถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจติดตามพร้อมข้อเสนอ ดังนี้

ประเด็นแรก คือ ภาษีใหม่นั้นถูกจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (“อปท.”) และเขตปกครองพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร (50 เขต) และพัทยา ที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนกว่า 7,700 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีลักษณะ จำนวนของบุคลากรและงบประมาณที่แตกต่างกัน เช่น อปท. ที่เป็นเทศบาลจะมีขนาดใหญ่กว่าองค์การบริหารส่วนตำบล  (“อบต.”) แต่ทุกๆ หน่วยงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายแม่ฉบับเดียวกันและมีกฎหมายลูกอีกนับสิบฉบับออกมารองรับวิธีการสำรวจ ประเมินและจัดเก็บ

เมื่อเป็นกฎหมายใหม่ ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างก็ต้องเรียนรู้แบบนับหนึ่งกันถ้วนหน้าและอาจต้องเรียนผิดเรียนถูกร่วมกันเพราะไม่มีบรรทัดฐานให้เดินตามอย่างชัดเจนครบถ้วน

ในประเด็นที่สอง คือ ประเภทของการจัดเก็บที่แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1) เกษตรกรรม 2) ที่อยู่อาศัย 3) เพื่อการพาณิชย์/อื่นๆ และ 4) ประเภทสุดท้ายที่เป็นปัญหามาก คือ ที่รกร้างว่างเปล่า มีอัตราการจัดเก็บตั้งแต่ 0.03% และจะคิดเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยมีอัตราสูงสุดอยู่ที่ 3% ของราคาประเมินหากไม่ได้ทำประโยชน์เป็นเวลานาน เช่น หากที่ดินที่รกร้างเป็นผืนเดียวกันมีขนาด 10 ไร่ มีราคาประเมินอยู่ที่ 10 ล้านบาท หากไม่ได้ทำประโยชน์และทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าเป็นเวลานานหลายๆ ปี จนต้องเสียภาษีในอัตราสูงสุด 3% แล้ว จะต้องเสียภาษีถึงปีละ 300,000 บาท ทำให้เราได้เห็นที่ว่างเปล่าจำนวนมากมีการปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆเพื่อให้ที่ดินกลายเป็นที่ทำเกษตรกรรม (เทียม) และได้รับการยกเว้นภาษีใน 3 ปีแรก กรณีเป็นบุคคลธรรมดา และเสียภาษีในอัตราต่ำในระยะต่อไป ทั้งนี้ หากที่ดินดังกล่าวมีราคาประเมินต่อแปลงต่ำกว่า 50 ล้านบาทแล้วจะได้รับการยกเว้นภาษีอีกด้วย  

หากเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เป็นหลังแรกและมีมูลค่าน้อยกว่า 50 ล้านบาทก็จะได้รับการยกเว้นเช่นกัน ส่วนบ้านหลังที่สองและหลังอื่นๆ จะต้องเสียในอัตรา 0.02% ของราคาประเมิน แต่หากเป็นการใช้แบบหลายประเภทในอาคารหลังเดียวกันเช่นชั้นล่างค้าขายและชั้นบนอยู่อาศัยโดยมีที่ดินหลายแปลงหลายโฉนดอยู่ติดกับอาคารในชื่อเจ้าของเดียวกันอีกด้วยแล้ว การประเมินก็จะเป็นแบบหลายอัตราที่เจ้าของคงต้องมึนงงอย่างมากเมื่อได้รับแจ้งการประเมินแบบหลายอัตราในแบบแจ้งเดียวกัน หรืออาจวุ่นวายใจว่าทำไมยังไม่ได้รับแบบประเมินเสียทีแม้นักกฎหมายจะออกมาบอกว่าถ้ายังไม่ได้รับการแจ้ง หน้าที่ในการเสียภาษียังไม่เกิดขึ้นก็ตาม

ประเด็นสุดท้าย คือ การที่เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างมีหน้าที่ต้องทำการคัดค้านการประเมินและทำการอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาและอาจต้องมีภาระค่าปรับและเงินเพิ่มอีกด้วย ซึ่งหากไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาก็จะต้องไปฟ้องคดีที่ศาลภาษีอากรกลาง กรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว ดังนั้น การฟ้องคดีไม่ว่าภาระภาษีอยู่จังหวัดใดก็จะต้องมาฟ้องคดีที่กรุงเทพฯ เพียงที่เดียว ทำให้เกิดภาระต่อประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะที่ห่างไกล

ดังนั้น รัฐบาลควรต้องหาแนวทางชะลอการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไว้ก่อนจนกว่าทุกหน่วยงานส่วนใหญ่หรือทั้งหมดมีความพร้อมในทุกขั้นตอนโดยเฉพาะกระบวนการสุดท้ายที่ศาลภาษี ซึ่งจะต้องมีอยู่ทั่วทุกภาคหรือตามจังหวัดใหญ่ๆ มิฉะนั้นการบังคับใช้แบบตกๆ หล่นๆ หรือแม้กระทั่งการลดภาษีเหลือ 10% ในปีนี้อาจจะสร้างปัญหาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก จนท้ายที่สุดตัวรัฐบาลจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบเสียเอง
       
 เทวัญ   อุทัยวัฒน์     
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
                                                                                                                                                                                                                                                                                                        คอลัมน์ เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.