ปลุกอาชีวะรักสถาบัน บิ๊กตู่ชู‘ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์’ขอทำให้บ้านเมืองสงบ


เพิ่มเพื่อน    

 

“บิ๊กตู่” กระตุ้นเด็กอาชีวะ ต้องปรับวิธีคิดใหม่ ชูรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ลั่นประเทศมีศักยภาพในการแก้โควิด แต่โอกาสจะหายไปด้วยความไม่สงบ ปลุกทุกคนยกกำลัง 10 ร่วมทำให้ประเทศเดินหน้า กลุ้มใจพูดมากไปก็ถูกไล่ออก ไม่ดีตรงไหนให้บอกพร้อมรับฟัง "วิษุณุ" เรียก ศธ.-วธ.ถกปรับปรุงหลักสูตรประวัติศาสตร์ หลังผู้ปกครองเรียกร้องบรรจุสู่วิชาเรียน อ้างว่าเด็กไม่อยากชุมนุมแค่อยากรู้อยากเห็น
     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ห้องประชุมปทุมมาศ อาคารเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานอาชีวะยกกำลังสอง และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “การขับเคลื่อนนโยบาย อาชีวศึกษายกกำลังสอง” โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารและเด็กอาชีวะให้การต้อนรับ
    โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันโลกมีความทันสมัย สมัยตนเรียนไม่มีความทันสมัยเท่าปัจจุบัน มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่โชคดีว่ามีแม่และมีภรรยาเป็นครู แต่สิ่งที่ถูกสั่งสอนมาโดยตลอดคือการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เห็นว่าหลายอย่างยังมีความล่าช้า วันนี้เราทำงานทุกอย่างเพื่ออนาคต จะต้องปรับเปลี่ยนจากสมัยก่อน โลกเปลี่ยนทั้งเทคโนโลยี ดิจิทัล ทุกคนจึงต้องปรับวิธีคิดใหม่ทั้งหมด สมองจะต้องทันสมัยตลอดเวลา ต้องรู้จักปรับตัว ปรับความคิดและหลักคิด วิสัยทัศน์ โดยปรับให้ไปสู่ทิศทางที่สร้างสรรค์ในสิ่งที่ดี
     พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างชาติ จึงต้องผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งปัจจุบันเราต้องการคนที่ดี มีความเฉลียวฉลาด มีความรู้ความชำนาญในสาขาที่เรียน ต้องมีความรู้ในเชิงปฏิบัติได้ มีความตั้งใจ เป็นคนดี มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันนี้โลกหมุนเร็ว การขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ต้องไปด้วยกัน สิ่งที่เป็นอุปสรรคขวากหนามเราต้องคิดให้เป็นและผ่านไปให้ได้ รัฐบาลมีหน้าที่ในการสร้างโอกาส ทุกคนจึงต้องเข้าใจว่าอะไรคือโอกาส ถ้าทำได้ประเทศเราจะเข้มแข็ง ไม่ใช่ประเทศที่มีปัญหามาตลอดหรือเป็นประเทศที่ตีกัน หรือประเทศที่มีการทุจริต เราต้องช่วยกันทั้งหมด ตนขอเพิ่มจากทุกคน จากยกกำลัง 2 ขอให้เพิ่มเป็นยกกำลัง 4-5  ทั้งในเรื่องการกระตือรือร้น ความเอาใจใส่ การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีสอน ไม่ใช่สอนแล้วหลับทั้งห้อง
     “ผมถามว่าคนทั้งประเทศเขาจะว่าอย่างไรที่บ้านเมืองวุ่นวาย มันทำไม่ได้ แล้วโอกาสที่มีอยู่ก็จะหายไป วันนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา การแพร่ระบาดโควิดเป็นที่หนึ่งของอาเซียน แต่โอกาสเหล่านี้จะหายไปด้วยความไม่สงบเรียบร้อย ไม่มีเสถียรภาพ เรามีทั้งทรัพยากรธรรมชาติและบุคลากรมนุษย์ ต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ดีที่สุด คุ้มค่า  ประหยัด มีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริต เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อประเทศของเรา เราต้องรวมพลังในการเดินหน้า จึงขอเป็นยกกำลัง 10 ร่วมกับผมไปข้างหน้า ไม่เช่นนั้นจะไม่ทัน วันนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ไทยเป็นอันดับ 1 ในทางพฤตินัยแล้ว พวกเราจะทำลายไปทำไม สิ่งที่ทุกคนชื่นชมเรา แล้วถ้ามันเกิดและกลับขึ้นมาอีก ในรอบสองด้วยความไม่ระมัดระวัง แล้วจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่กำลังจะตามมาทุกอย่างก็จะละลายหายไปหมด ทั้งการท่องเที่ยว การค้าขาย การเดินทาง การพบปะ ทุกอย่างจะหายไปหมด เราต้องการแบบนี้หรือจึงจำเป็นต้อง พูดถึงเรื่องความรักความสามัคคี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  
อย่าทำโอกาสให้เป็นวิกฤติ
     นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการสร้างโอกาส โดยดูตัวอย่างจากหลายๆ ประเทศด้วย ทั้งตะวันตกและตะวันออก เพราะโลกมันแคบ ฉะนั้นจะทำอะไรต้องคำนึงถึง เพราะเราทำอะไรรู้ถึงเขา และเขาทำอะไรก็รู้ถึงเรา ฉะนั้นขอให้ทำแต่สิ่งที่ดี เขารักประเทศไทย รักรอยยิ้ม อาหาร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของไทย ไม่อย่างนั้นจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยก่อนโควิด 40 กว่าล้านคนทำไม นั่นคือสิ่งที่ดีของเราอย่าไปทำลาย ต้องพัฒนาตัวเราทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศชาติ
      "ในส่วนของครู ก็ต้องมีการวัดผลการทำงาน ผมไม่ได้ว่าเพราะผมเคารพครูอยู่แล้ว ทั้งนี้ ครูของผมก็คือประชาชน ซึ่งประชาชนทุกคนคือครูที่สอนวันนี้ ผมเป็นนายกฯ เอาความเดือดร้อนทั้งหลายมาคิดมาทำร่วมกับ ครม. อย่ารังเกียจกัน เพราะทุกคนคือคนไทย เป็นประชาธิปไตยด้วยกันทุกคน จะว่ากันอย่างไรก็ไปแก้กันตรงโน้น"
     พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาพบบุคลากรทางการศึกษาวันนี้ต้องรู้อะไรคือโอกาส อะไรคือวิกฤติ อย่าทำโอกาสให้เป็นวิกฤติ วันนี้เรากำลังจะเปิดประเทศในขณะที่ประเทศอื่นกำลังรบอยู่กับโควิด-19 เราสามารถลดการแพร่ระบาดการติดเชื้อ มีความพร้อมทุกอย่าง หากเราไม่ระมัดระวังการแพร่ระบาดรอบ 2 จะกลับมาหนักกว่าเดิม ฉะนั้นฝากลูกๆ หลานๆ เน้นว่าอะไรคืออนาคตและโอกาส โดยดูว่าจะต้องทำตัวอย่างไร นั่นคืออนาคตและโอกาสที่ทุกคนจะมีความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูพ่อแม่ สร้างครอบครัวในอนาคต
     "หน้าตาผมเหมือนคนนอนไม่หลับ ผมก็เป็นแบบนี้ทุกวัน ใครมาเป็นผมก็จะรู้ พูดมากไปก็บอกว่าลาออกไปสิ ผมกลุ้มใจจริงๆ สิ่งใดที่ทำไม่ดีก็บอกมา ผมรับฟังทุกท่าน แต่ขอให้มีหลักการ ขอให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เรียบร้อย อดีตคืออดีต ประวัติศาสตร์ดีเอามาทำต่อและชื่นชม ประวัติศาสตร์ไม่ดีทิ้งไป อย่าทำอีกเท่านั้นเอง ทุกอย่างมันมีสาเหตุทั้งสิ้น ฉะนั้นเพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน พ่อแม่ผู้ปกครองจะได้มีความสุข ขอให้ว่ากล่าวตักเตือนกันบ้าง สังคมเราเป็นแบบนี้ สังคมระบบเครือญาติ นั่นคือครอบครัวของเราต้องรักษาไว้ ถ้าเราไม่รักกันในครอบครัว สังคมก็ไม่รัก แล้วจะเป็นอย่างไร จะอยู่กันต่อไปอย่างไร ขอให้ทุกคนช่วยกันทำงานตรงนี้ ทำเพื่อส่วนรวมเพื่อประเทศชาติให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วจงได้ และเราจะต้องรักกัน รักษาแผ่นดินไทยนี้ให้สงบ มีเสถียรภาพให้ได้" นายกฯ กล่าว
    จากนั้นนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานอาชีวะยกกำลังสอง พร้อมถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารและเด็กนักเรียนอาชีวะ
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการประชุมการปรับปรุงหลักสูตรวิชาวิชาประวัติศาสตร์ในวันนี้ว่า วันนี้ ได้เชิญกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม มาพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่การประชุมเพื่อปรับปรุง เป็นเพียงการถามและขอข้อมูลที่ทำกันอยู่แล้วว่าทำอะไรบ้าง และจะทำอะไรต่อไปบ้าง ส่วนจะมีการปรับปรุงหลักสูตรอะไรใหม่หรือไม่นั้น ก็จะต้องคุยกันดู ตนสนใจว่าสมัยเราเด็กๆ เราเคยเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรมและวิชาประวัติศาสตร์ เราก็จะถามว่าที่ผ่านมาจัดการอย่างไร ที่สำคัญก็คือเรื่องเนื้อหาว่าเรียนอะไรกัน ได้นำเรื่องสมัย 80 ปีที่ผ่านมามา เรียนด้วยหรือไม่
ปรับปรุงประวัติศาสตร์
     ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมปรับปรุงหลักสูตรจะสอดคล้องกับการชุมนุมรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็เกี่ยวกัน เพราะว่าในช่วงสมัยการชุมนุมมีผู้ปกครองหลายคนได้เปรยให้ฟังว่าลูกของพวกเขาไม่อยากไปชุมนุม แต่แค่อยากรู้และอยากได้ยิน พอได้ยินก็กลับ พ่อแม่หลายคนจึงแนะนำว่าทำไมถึงไม่สอนสอดแทรกเข้ามาในวิชาเรียน โดย เมื่อถามไปที่กระทรวงศึกษาธิการ ก็บอกว่าสอนแล้วในส่วนนี้ จึงอยากตรวจสอบว่าสอนอะไรไป เรื่องราวใดที่เป็นความจริงที่เกิดขึ้น คนรุ่นตนอาจจะเห็นกันแต่เด็ก รุ่นนี้อายุต่ำกว่า 20 ปี อาจจะไม่ทันเห็น ก็ให้เขาเรียนรู้สิ่งที่มันเป็นจริง
     เมื่อถามว่าจะทำให้เด็กรุ่นปัจจุบันได้รู้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์มากขึ้นใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้รู้ในสิ่งที่เป็นจริงอะไรที่คลุมเครือไม่ชัดเจน ซึ่งหลายเรื่องก็ไม่ชัดเจน อย่าว่าแต่ย้อนหลังไป 200 ถึง 400 ปีเลย เรื่องเมื่อ 50 ปีก็ยังคลุมเครือ หากคลุมเครือก็ต้องให้เขารู้ว่าคลุมเครือ จะได้เป็นหน้าที่ของเขาที่จะไปหาความจริง เรื่องในอดีตหลายเรื่องที่คิดว่าจบแล้ว เช่น เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทำยุทธหัตถีจริงหรือไม่ ใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชา หรือพระมหาอุปราชาถูกยิง วันนี้ก็มีอีกเวอร์ชั่นนึง พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทำศิลาจารึกหรือไม่ หรือเป็นสิ่งที่ทำขึ้นในภายหลังพระสุพรรณกัลยามีจริงหรือไม่ ชาวบ้านบางระจันมีจริงหรือไม่ เรื่องเหล่านี้ควรนำมาเสนอให้เด็กได้ทราบทุกแง่มุม หากอะไรที่ยังไม่ชัดก็อย่าไปพูดถึง
    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องการให้เด็กมีความเข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้น อาจจะต้องทำเป็นละครได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถูกต้อง ดีที่สุด อาจจะสร้างเป็นละครหรือภาพยนตร์ เรารู้จักโรบินฮู้ด, วิลเลียม เทลล์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ตำนานผู้กล้าของชาวสวิตเซอร์แลนด์ และโยนออฟอาร์ค เรื่องเหล่านี้เด็กฝรั่งเรียนกัน แต่เราไม่เรียน อย่างไรก็ตามเราก็รู้จักดี พอเทียบกับเด็กฝรั่งที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเราดูภาพยนตร์ ซึ่งมีหลายเรื่องที่เราทำเป็นภาพยนตร์ได้ หากทำแล้วก็อย่ายาวเหมือนภาพยนตร์เรื่องสมเด็จพระสุริโยทัยที่ดูกัน 5 ตอนก็ยังไม่จบ
     พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรับการชุมนุมใหญ่วันที่ 14 ต.ค.ว่า ไม่ต้องห่วง เราเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีการตั้งวอร์รูมหรือไม่ เพราะผู้ชุมนุมระบุว่าจะระดมคนมาเป็นล้านคน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โห มาเป็นล้านเลยเหรอ”
    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดนายเดชาธร บำรุงเมือง แรปเปอร์เจ้าของเพลงประเทศกูมี, นายธนายุทธ ณ อยุธยา แรปเปอร์วง Eleven Finger, นายธานี  สะสม, นายทศพร สินสมบุญ และนายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้ร่วมชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก 5 ผู้ต้องหาในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นและข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากการชุมนุมร่วมกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 มารายงานตัวภายหลังครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย (48 วัน) โดยผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัวตามนัดที่ศาลอาญา ปรากฏว่าครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายแล้วในวันนี้ พนักงานอัยการคดีอาญา 10 ยังไม่มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ศาลจึงแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าผู้ต้องหาได้พ้นอำนาจควบคุมตัวแล้วตามขั้นตอน โดยหลังจากนี้หากพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งคดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็สามารถแจ้งติดตามตัวผู้ต้องหามาฟังคำสั่งต่อไปได้
     ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีพิเศษ 1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ได้รับทราบจากอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 ว่าในคดีที่มีการส่งสำนวนกลุ่มประชาชนปลดแอกรวม 30 คน แยกมีความผิดตามมาตรา 116 จำนวน 15 คน สำนวนเพิ่งเข้ามาวันที่ 5 ต.ค. 2563 มีการตั้งคณะทำงานพิจารณาเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2563 และกำลังจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ยืนยันว่าในขณะนี้ทางพนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องใคร
     สำหรับนายบารมี ชัยรัตน์, น.ส.สุวรรณนา ตาลเหล็ก และ นายกรกช แสงเย็นพันธ์ 3 ผู้ต้องหาในคดีร่วมชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก ซึ่งถูกฝากขังช่วงเช้าวันที่ 20 ส.ค.63 และได้รับการประกันตัวในช่วงเย็นวันเดียวกันกับ 5 ผู้ต้องหาชุดนายเดชาธร ก็เดินทางมาที่ศาลอาญาในวันนี้เช่นกัน และพ้นอำนาจควบคุมตัว เนื่องจากครบกำหนดฝากขังแล้วอัยการยังไม่มีคำสั่งเช่นเดียวกัน  ในส่วนของนายอานนท์ นำภา ตำรวจไม่ฝากขังต่อ
ศาลรธน.นัดชี้สถานะ 64 สส.
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่ผ่านมามีการขยับของกลุ่มการเมืองอย่างคึกคักในการเตรียมจัดตั้งพรรคการเมือง อาทิ น.ส.พนัชกร ตุลานนท์ ได้ไปยื่น กกต.ขอจองตั้ง "พรรครวมไทยสร้างชาติ" ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความเกี่ยวพันไปถึงบางกลุ่มจากพรรคพลังประชารัฐที่ออกจากพรรค อาจไปจดตั้งทำพรรคการเมืองเอง
นอกจากนี้ นายมนตรี ผิวกลม ได้เชิญสมาชิกพรรคประชุมจัดตั้งพรรคเพื่อประชาชน วันที่ 9 ต.ค. เวลา 10.09 น. ที่ภูเรือคีรีรีสอร์ท อ.ภูเรือ จ.เลย โดยจะมีการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเข้ามาทำหน้าที่
     มีรายงานว่า นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่, นายเอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย จะมาเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งจะเน้นทำพื้นที่อีสานตอนบนเป็นหลัก ก็เป็นที่น่าจับตาว่าพรรคดังกล่าว จุดยืน แนวคิด ทิศทางพรรคจะไปในทิศทางใด.           


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.