ชงเข้าไทยกักตัวแค่10วัน ผุดช้อปดีมีคืนกระตุ้นศก.


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" แจงเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าไทยเฉพาะกลุ่ม-เฉพาะพื้นที่ "เลขาฯ สมช." แย้มล็อตแรกเริ่มหลัง 25 ต.ค. "สธ." เตรียมชง ศบค.ทดลองลดวันกักตัวเหลือ 10 วัน เน้นมาจากประเทศเสี่ยงต่ำเช่นจีนก่อน "ศบศ." ผุดมาตรการใหม่ “ช้อปดีมีคืน” ลดหย่อนภาษีซื้อสินค้า 3 หมื่นบาท เชื่อช่วยกระตุ้น ศก. เผยติดโควิดรายใหม่ 15 คน

    เมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าความพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประชุมอยู่ โดยต้องหามาตรการรองรับตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพราะวันนี้สิ่งสำคัญคือความเดือดร้อนในระบบภาคเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งต้องปรึกษากันดูว่าจะรับได้หรือไม่ แต่ถ้าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวแบบเปิดเที่ยวทั้งเกาะคงรับไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเฉพาะพื้นที่หรือเฉพาะหาดได้หรือไม่ เป้าหมายของเราจะรับตามแนวทางพื้นที่กักกัน หรือควอรันทีนแอเรียจะได้หรือไม่ ต้องคิดแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจะไปไม่ได้
    "อย่างที่ จ.ภูเก็ต กำลังจะมีเทศกาลกินเจ โดยขอให้เปิดหลังเทศกาลกินเจ คือหลังวันที่ 25 ต.ค.ไปแล้ว โดยขอให้หารือเรื่องนี้โดยขณะนี้ก็ได้เตรียมมาตรการกันอยู่ว่าจะเข้ามาที่ไหน มาอย่างไรแล้วจะอยู่กี่วัน จะติดตามได้หรือไม่ โดยเลือกเฉพาะที่ปลอดภัย ถ้าไม่ทำอย่างนี้มันจะไปอย่างอื่นได้หรือไม่ ถ้าไม่เริ่มก็ไม่ได้อะไรเลย ก็เหมือนเดิม แล้วก็ร้องเรียนว่ามีปัญหา ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยกันทั้งหมด เป็นห่วงโซ่ ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวโรงแรมก็ปิด ก็ไม่มีการซื้ออาหารการกิน น้ำ เครื่องดื่มไม่ได้ใช้ แล้วจะทำอย่างไร ก็ยากจนกันไปหมด" นายกฯ กล่าว
    พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า เรื่องการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยล็อตแรกนั้น จะเลื่อนไปเป็นหลังวันที่ 25 ต.ค.63 โดยจะยังคงมาตรการเดิมที่ได้มีการหารือในวง ศบค.ไปแล้ว เนื่องจากได้รับการประสานจากพื้นที่ภูเก็ตว่าช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ 16-25 ต.ค. ที่จะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวยังพื้นที่ จ.ภูเก็ตจำนวนมาก จึงอยากให้ชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศไปก่อน เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยมีความกังวลนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางไปยังพื้นที่
    "ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยอยู่แล้ว เพียงแต่เข้ามาต้องมีใบขออนุญาตการทำงาน โดยในที่ประชุม ศบศ.ได้มีการหารือถึงประเด็นนักธุรกิจจะไปขอเข้ากักกันโรค 14 วัน โดยจะต้องหารือกันอีกครั้งในที่ประชุม ศบค. ซึ่งจะมีโมเดลเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา หรืออาจจะปรับลดความเข้มข้นลงเล็กน้อย เนื่องจากมีนักธุรกิจบางส่วนค่อนข้างละเอียดอ่อนกับมาตรการแล้วไม่มา แต่จะยอมผ่อนคลายมาตรการเกินไปไม่ได้ เนื่องจากห่วงประชาชนในประเทศ" เลขาฯ สมช.กล่าว
ชงกักตัวเหลือ 10 วัน
    นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การลดระยะเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยอยู่ระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณารายละเอียด เบื้องต้นพิจารณาตามความเสี่ยงของประเทศที่เข้ามา หากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานการณ์การระบาดในประเทศนั้นๆ รวมถึงค่าเฉลี่ยที่เข้ามาในประเทศไทย กักตัวแล้วมีอัตราการตรวจเจอเชื้อสูงก็ยังให้มีการกักตัว 14 วันเช่นเดิม
    นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ในส่วนประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำก็พิจารณาลดวันกักตัวลง เบื้องต้น 10 วันก่อน แล้วติดตามผลประมาณ 1 เดือนว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำมาสู่การออกมาตรการต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคไปจัดทำรายละเอียดเสนอวันที่เหมาะสมในการกักตัว โดยมีรายละเอียดครอบคลุมทั้งจำนวนวันกักตัว แต่ละระยะเวลาสามารถป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์ เช่น กักตัว 14 วัน ป้องกันได้ร้อยละ 100 กักตัว 12 วัน 10 วัน หรือ 7 วัน ป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์ รวมถึงวิธีตรวจขณะอยู่ในสถานที่กักกัน ซึ่งจะต้องมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งการเก็บตัวอย่างจากการแยงจมูกตรวจหาเชื้อ และการเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกัน
    "ระยะแรกอาจจะลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วันก่อน ซึ่งคาดว่าจะเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ในอีก 2 สัปดาห์หน้า เมื่อดำเนินการไปแล้วราว 1 เดือน ก็จะมีการประเมิน หากยังสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี ก็จะพิจารณาลดจำนวนวันลงอีก เปิดรูหายใจได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จะกำหนดจำนวนวันกักตัวแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงของประเทศต้นทาง หากเป็นประเทศเสี่ยงสูงมาก ยังจำเป็นต้องกักตัวครบ 14 วันต่อไป ส่วนประเทศที่เสี่ยงต่ำอาจจะลดลง ซึ่งเป้าหมายต่ำที่สุดอยู่ที่ 7 วัน ซึ่งประเทศเสี่ยงสูงดูจากประวัติอัตราการตรวจพบเชื้อในผู้ที่เดินทางเข้ามาอยู่ในสถานที่กักกันที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าประเทศนั้นยังมีการติดเชื้อในประเทศที่สูง ส่วนประเทศจีนที่ผ่านคนที่เข้ากักตัวก็ตรวจไม่เจอเชื้อ ถือว่าเสี่ยงต่ำ การติดเชื้อในประเทศไม่สูง”ปลัดกระทรวง สธ.กล่าว
    วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ.
     นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน แถลงหลังการประชุมว่า ศบศ.ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ภายใต้มาตรการ "ช้อปดีมีคืน” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เป็นการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 ที่ซื้อสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 30,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.-31ธ.ค.2563 แต่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้ ก็จะได้ลดหย่อนภาษีตามฐานการจ่ายภาษีของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน หรือจะร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่รัฐบาลให้เงินสูงสุด 3,000 บาท กับประชาชน 10 ล้านคน ใช้ได้สูงสุดวันละ 150 บาท แต่ต้องนำเงินตัวเองมาจ่ายครึ่งหนึ่งด้วย  
    นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า จากการประชุม ศบศ. 4 ครั้งที่ผ่านมา ด้วยการออกมาตรการต่างๆ จะทำให้ช่วง 3 เดือนนี้มีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 200,000 ล้านบาท มาจากการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 21,000 ล้านบาท  โครงการคนละครึ่ง 60,000 ล้านบาท (เป็นเงินของรัฐบาล 30,000 ล้านบาท และเงินของประชาชน 30,000 ล้านบาท) มาจากช้อปดีมีคืน 120,000 บาท (คิดจากฐานผู้เสียภาษี 4 ล้านคน ใช้คนละ 30,000 บาท) โดยเงินที่เข้าสู่ระบบ 200,000 ล้านบาทนี้มาจากเงินของรัฐ 60,000 ล้านบาท คือจากการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 21,000 ล้านบาท มาจากโครงการคนละครึ่ง 30,000 ล้าน และรายได้ที่หายไปจากการลดหย่อนภาษี 10,000 ล้านบาท
ช้อปดีมีคืนกระตุ้น ศก.
    "หลังจากนี้ ศบศ.จะหารือถึงการหารายได้เข้าประเทศ นอกจากนั้นนายกฯ ขอให้สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุน ไปร่วมกันทำเรื่องปรับโครงสร้างหนี้มูลค่า 7 ล้านล้านบาทของลูกหนี้ 12.5 ล้านราย โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยวางกรอบแนวทางการแก้ปัญหา" รมว.พลังงานกล่าว
    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า มาตรการช้อปดีมีคืนจะช่วยรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่น และส่งเสริมการอ่าน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กลุ่มผู้ประกอบการประเภทผู้ประกอบการค้าสินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการขายหนังสือและสินค้าโอท็อป โดยไม่รวมสินค้าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบ สลากกินแบ่งรัฐบาล น้ำมัน ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน
    "ศบศ.เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการเราเที่ยวด้วยกันและมาตรการกำลังใจ เสนอโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยขยายเวลาโครงการจากสิ้นสุด 31 ต.ค.2563 เป็นสิ้นสุด 31 ม.ค.2564 โดย ททท.เสนอมาให้สิ้นสุดในสิ้นปี 2563 แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าให้ข้ามไปยังปี 2564 เพื่อสนับสนุนให้คนเดินทางท่องเที่ยวผ่านโครงการนี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย" เลขาฯ สศช.กล่าว
    ขณะที่ ศบค.เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย ในสถานที่กักกันของรัฐ มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,615 ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้ว 3,391 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 165 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1-6 มาจากซูดานใต้ เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุระหว่าง 27-50 ปี อาชีพข้าราชการ (ทหารช่างเฉพาะ), รายที่ 7 มาจากเมียนมา, รายที่ 8-9 มาจากอินเดีย, รายที่ 10 เดินทางมาจากฮ่องกง, รายที่ 11-13 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา และรายที่ 14-15 มาจากบังกลาเทศ
    ที่กองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารไทยเดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐเซาท์ซูดานผลัดที่ 1 ตรวจพบเชื้อโควิด-19จำนวนมากว่า จากตัวเลขที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กองทัพบก (ศบค.ทบ.) พบทหารช่างที่กลับมาชุดแรก 180 นาย ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดรวม 31 นาย ที่ตรวจพบล่าสุด 6 นาย เข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 149 นาย ที่อยู่ใน State Quarantine ได้เข้ากักตัวครบกำหนด และไม่พบการติดเชื้อ จะเดินทางกลับบ้านในวันนี้ ส่วนกำลังพลชุดที่ 2 จะเดินทางกลับมาวันที่ 11 ต.ค.อีก 76 นาย เพื่อให้กำลังพลผลัดที่ 2 ไปทำงานต่อ ก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้เช่นกัน แต่จากการตรวจที่ต้นทางยังไม่พบการติดเชื้อแต่อย่างใด.  
   


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.