ทางสองแพร่ง'คณะราษฎร63' โหมโรงล่อแหลมทำ14ตุลา.กร่อย


เพิ่มเพื่อน    

 

      การชุมนุมของ “กลุ่มคณะราษฎร 2563” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม เริ่มได้รับการจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะวันชุมนุม ซึ่งตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยคและเปรียญธรรม 6 ประโยค แด่พระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคและเปรียญธรรม 6 ประโยค ประจำปี 2563 ในเวลา 17.00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

      แม้กลุ่มคณะราษฎรฯ จะประกาศผ่านเพจว่าจะไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ แต่ท่าทีของแกนนำอย่าง นายอานนท์ นำภา ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจหลังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

        “นึกภาพขณะขบวนรถกษัตริย์วิ่งผ่านประชาชนเรือนแสน แสดงออกอย่างอารยะด้วยสันติวิธี ร่วมกันชู 3 นิ้ว”

      เรื่องดังกล่าวทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าถือเป็นกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะจะยิ่งสร้างความขัดแย้งให้กับคนในชาติ 

      ขณะเดียวกัน การแสดงท่าทีแบบนี้ นอกจากจะไม่สามารถเรียกคนมาชุมนุมในปริมาณมากได้ อาจจะทำให้ม็อบเองถึง

        “ทางตัน”

      จุดยืนของเยาวชนปลดแอกในแรกเริ่มคือ การเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา แม้แต่ในช่วงแรกของการเชิญชวนให้คนมาร่วมชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม ก็ระบุว่าต้องการจะขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

      แต่หนึ่งสัปดาห์ก่อนการชุมนุม ดูเหมือนม็อบเริ่มจะลามปามไปถึงขบวนเสด็จฯ แน่นอนว่ามันได้สร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่าย ไม่เพียงแต่ฝ่ายความมั่นคงเอง แต่หมายถึงบุคคลที่แต่เดิมตั้งใจจะเดินทางมาร่วม

      ที่ต้องจับตาคือ การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่การชุมนุมหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาจะนำคนมาสมทบกับม็อบ เช่น การชุมนุมเมื่อวันที่ 19 กันยายน แต่เมื่อเป็นเช่นนี้จะยังเดินทางมาหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีข่าวว่าหลายจังหวัดได้ยกเลิกระดมคนมาชุมนุมแล้ว

      ขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อนหน้านี้จะส่ง ส.ส.เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่การที่ม็อบโหมประโคมเรื่องการปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง ก็คงไม่กล้าที่จะเข้าไปสนับสนุน 

      เพราะใครก็ตามที่กล้าเปิดหน้าออกมาชุมนุม ไม่ต่างอะไรกับการประกาศตัวเป็นศัตรู

      ดังนั้น หากในวันดังกล่าว ม็อบขับเคลื่อนด้วยเนื้อหาที่สร้างความไม่สบายใจให้กับคนทั้งประเทศ บางทีนอกจากไม่สามารถเผด็จศึกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่างที่ตั้งใจไว้ได้ แต่กลายเป็นม็อบจะปิดฉากตัวเอง เพราะทำในสิ่งที่คนไทยไม่เห็นด้วย

      ส่วนการรับมือการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม ฝ่ายความมั่นคงยังคงใช้วิธีรัดกุมเหมือนเดิม แม้จะมีการประเมินว่าปริมาณผู้มาชุมนุมจะไม่มากเท่าไหร่ก็ตาม โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีบันทึกข้อความถึง ผบช.น., ภ.1-9 เพื่อปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมการชุมนุมคณะราษฎรฯ

      ประกอบด้วย 1.ให้หน่วยจัดกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำกาย สนับสนุน บช.น. จำนวน 95 กองร้อย ใช้ยอดกำลังพลดังต่อไปนี้ ตชด. จำนวน 12 กองร้อย, ภ.1 จำนวน 9 กองร้อย, ภ.2 จำนวน 10 กองร้อย, ภ.3 จำนวน 13 กองร้อย, ภ.4 จำนวน 13 กองร้อย, ภ.5 จำนวน 9 กองร้อย, ภ.6 จำนวน 12 กองร้อย, ภ.7 จำนวน 9 กองร้อย และ ภ.9 จำนวน 8 กองร้อย โดยให้ร้อย คฝ.ที่สนับสนุนดำเนินการดังนี้ 1.จัดเตรียมอุปกรณ์อาวุธพิเศษระดับกองร้อย (อัตรา 1 หมวด)

      2.จัดเตรียมรถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็กพร้อมพลขับ กองร้อยละ 1 คัน 3.จัดชุดเจราจรต่อรองกองร้อยละ 3 นาย โดยมีนายตำรวจสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม ทั้งนี้ ให้กำลัง คฝ. (ผบ.ร้อย) ที่สนับสนุน บช.น.รายงานตัวในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 

      สถานที่สำคัญต่างๆ จะยังคงป้องกันอย่างรัดกุมเหมือนกับเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปได้

      ส่วนภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 14 ตุลาคม เลือกออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกทำเนียบรัฐบาล โดยในระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. จะเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 

      โดยจะมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น การพัฒนาศาสนสถาน การพัฒนาสถานที่สาธารณะ ชุมชน วัด โรงเรียน แม่น้ำคูคลอง การปลูกต้นไม้ การเก็บขยะ เก็บผักตบชวา การกำจัดวัชพืช ฯลฯ

      ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมา เวลามีการชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์มักจะออกไปปฏิบัติภารกิจตามต่างจังหวัด เนื่องจากเคยย้ำมาตลอดว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และไม่ต้องการปะทะกับผู้ชุมนุม

      อย่างไรก็ดี วันที่ 14 ตุลาคม เหมือนเป็นทางสองแพร่งของ “คณะราษฎร 2563” เช่นกัน เพราะหากขยับเกินขอบเขต ความชอบธรรมในการชุมนุมครั้งต่อๆ ไปอาจไม่มี หรือสูญเสียแนวร่วมมากกว่าเดิม.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก