'จตุพร' แนะม็อบเลื่อนชุมนุม14ตุลา หวั่นช่วงขบวนเสด็จ หากชูสามนิ้วจะเป็นปัญหา


เพิ่มเพื่อน    

12 ต.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk ตอนหนึ่งว่า การชุมนุม 14 ต.ค. ถ้าลดข้อเรียกร้องจาก 3 ข้อ เหลือเพียงข้อเดียว เชื่อว่ากระแสประชาชนจะออกมาร่วมชุมนุมถล่มทลาย ท่วมท้นถนนราชดำเนิน เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกหรือยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน บรรยากาศบ้านเมืองจะคลี่คลายลง อีกอย่างในทางการเมืองเปลี่ยนวันชุมนุมได้ตามสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนจุดยืนอุดมการณ์ เนื่องจากในวันที่ 13 ต.ค. คนทั้งแผ่นดินจะร่วมระลึกถึงและไว้อาลัยต่อวันสวรรคตในหลวง รัชกาลที่9 ภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้ จะทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันที่ 14 ต.ค. เป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อมีขบวนเสด็จไปพระบรมมหาราชวัง แน่นอนที่สุดประชาชนสองข้างทางจะถวายการต้อนรับ เปล่งเสียงทรงพระเจริญ อีกอย่างการพยายามอธิบายว่า ผู้ชุมนุมจะเปิดเส้นทางเสด็จ แต่ชู 3 นิ้วนั้น ภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้เป็นปัญหาแล้ว เพราะคนจะเต็มถนนราชดำเนินเพื่อมารับเสด็จ สิ่งที่เสนอนั้นคือ ลดข้อเรียกร้องเหลือข้อเดียวไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วเปลี่ยนวันชุมนุมใหม่ แม้ผู้จัดชุมนุมไม่ฟังหรือไม่เอาตามข้อเสนอก็ตาม แต่อีก 2 วันจะได้พิสูจน์ความจริงในความห่วงใยของตนกันแล้ว  

นายจตุพร กล่าวว่า ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน จะพาให้ข้อที่หนึ่งและสองต้องล้มระเนระนาดกันไป พล.อ.ประยุทธ์ ก็ลอยตัวอยู่กันอย่างสบายไป โดยข้อเรียกร้องไม่ระคายผิว แต่ประชาชนกลับเสียโอกาส ประเทศไทยยังต้องเจอกับภัยคุกคามจากภายนอกประเทศที่จ้องกดดันอีกด้วย ตนได้ติดตามการข่าว เฝ้าดูสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง และยังเรียกร้องเหมือนเดิมว่า ทุกอย่างต้องยึดแนวทางสันติวิธีเท่านั้น คือ ในชาติบ้านเมืองต้องไม่ใช้ความรุนแรง เพราะประเทศจะเกิดวิกฤติใหม่อีกรอบไม่ได้ เหตุนี้คนหนุ่มสาวจึงต้องคิดอ่านกัน ถ้าฟังผมจะรู้ว่า มีเจตนาดี หากต้องการจัดการรัฐบาลก็ต้องเอาข้อเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และเลื่อนวันชุมนุมออกไป ให้เกิดความสบายใจทั้งหมด ไม่ถูกกล่าวหาใดๆได้ พสกนิกชาวไทยเข้าใจ เมื่อเป็นอย่างนี้แฟร์ทุกฝ่าย 

นายจตุพร กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยว่า วันที่บ้านเมืองเป็นเผด็จการทหาร หรือ ประชาธิปไตยโดยนักการเมือง พวกไม่ได้รับผลกระทบคือ กลุ่มนายทุน นักธุรกิจใหญ่ ซึ่งไปรายล้อมได้ทั้งสองฝ่าย เพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเอง ดังนั้น การเมืองและเศรษฐกิจจึงเลวพอกัน สถานการณ์วันนี้บ้านเมืองต้องคิดกันทั้งระบบ เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ ให้คนรวยพวกเจ้าสัวได้รับผิดชอบต่อสังคม จะบริจาคประโยชน์ที่กอบโกยมาได้กลับคืนต่อเพื่อนมนุษย์ ช่วยลดช่องว่างเหลื่อมล้ำให้ลดน้อยลงอย่างไร

สิ่งสำคัญ ในปัจจุบัน มหาเศรษฐีไทยยังไม่แสดงออกถึงความรับผิดชอบ นายอากร ฮุนตระกูล เคยนำที่ดินกว่า 5 พันไร่ มูลค่านับแสนล้านบาทคืนกลับสู่แผ่นดิน แต่เจ้าสัวไทยส่วนใหญ่ยังเก็บดองที่ดินไว้ส่วนตัว เท่านั้นไม่พอ ยังเข้าไปล้วงลูกองค์กรอิสระ หาประโยชน์สะสมความร่ำรวยให้ตัวเอง คนพวกนี้เป็นอภิสิทธิ์ชนในบ้านเมืองได้อย่างไร วันหนึ่งต้องจำแนกออกมาเป็นรายๆไปให้สาธารณะรับรู้ เพราะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ทางใดทางหนึ่ง


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก