'หมอธีระ'เตือนไทยกำลังเสี่ยงระบาดซ้ำแต่ไม่ได้เกิดจากประชาชน


เพิ่มเพื่อน    


16 ต.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
สถานการณ์ทั่วโลกล่าสุด 16 ตุลาคม 2563...
ทะลุ 39 ล้านไปแล้ว เพิ่ม 1 ล้านคนภายในเวลาแค่ไม่ถึง 3 วัน
เมื่อวานทำสถิติติดเพิ่มสูงมากถึง 434,242 คน วันเดียวเกือบครึ่งล้าน รวมแล้วตอนนี้ 39,122,628 คน ตายเพิ่มอีก 6,350 คน ยอดตายรวม 1,101,842 คน
อเมริกา ติดเพิ่ม 67,937 คน รวม 8,208,224 คน อเมริกาดูกำลังจะเป็นขาขึ้นอีกครั้ง แต่จะน่าวิตกมากขึ้นเพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ประกอบกับกำลังเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง คาดว่านอกจากจำนวนติดเชื้อแล้ว จำนวนการเสียชีวิตอาจสูงขึ้นกว่าเดิมมาก คงต้องเอาใจช่วยให้เค้าควบคุมได้โดยเร็ว
อินเดีย ติดเพิ่ม 60,365 คน รวม 7,365,435 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 28,523 คน รวม 5,169,386 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 13,754 คน รวม 1,354,163 คน
อันดับ 5-10 เป็น สเปน อาร์เจนตินา โคลอมเบีย เปรู  เม็กซิโก และฝรั่งเศส ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นกว่าต่อวัน
คาดว่าพรุ่งนี้ฝรั่งเศสอาจแซงเม็กซิโกขึ้นอันดับ 9 ของโลก ล่าสุดฝรั่งเศสติดเพิ่มอีกถึง 30,621 คนในวันเดียว
สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวีเดน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ติดกันเพิ่มหลักพันถึงเกือบสองหมื่น
อีก 2 วัน สหราชอาณาจักรจะขึ้นมาเป็นอันดับที่ 11 ของโลก แซงแอฟริกาใต้
หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน
ญี่ปุ่น และมาเลเซียติดเพิ่มกันหลายร้อย ส่วนจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และออสเตรเลียติดเพิ่มกันหลักสิบถึงเกือบร้อย ในขณะที่สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และเวียดนามยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ยังรุนแรง ติดเพิ่มอีก 1,026 คน ตายเพิ่มอีก 33 คน ตอนนี้ยอดรวม 32,351 คน ตายไป 765 คน อัตราตายตอนนี้เพิ่มเป็น 2.4%
เคยเรียนไปตั้งแต่ช่วง 2 เดือนก่อนว่า สถานการณ์ระบาดรุนแรงทั่วโลกเช่นนี้ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำเป็นต้องชะลอไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
แต่สุดท้าย ผลักดันกันจนสาสมแก่ใจ จะอ้าแขนรับเข้ามา ก็ขอให้กลุ่มคนที่ผลักดันสนับสนุนนั้นจงภูมิใจ และเตรียมรับมือกับการระบาดซ้ำให้ดี เพราะยังไม่มีที่ใดที่รอดจากการระบาดซ้ำได้หากเปิดให้เดินทางระหว่างประเทศเช่นนี้ โดยเฉพาะกับเรื่องการท่องเที่ยว
บทเรียนของต่างประเทศสอนให้เราทราบว่า มักจะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด กระจายหลายที่ หาต้นตอลำบาก แพร่เร็ว คุมยาก ใช้เวลานานกว่าระลอกแรกราว 1.5-3 เท่า และจำนวนการติดเชื้อรายวันที่สูงสุดจะมากกว่าเดิมราว 1.3-2.6 เท่า ความเสียหายหรือผลกระทบจะเกิดวงกว้าง
ประเทศต่างๆ มีระบบการตรวจโรคโควิดที่เน้นการเข้าถึงบริการได้ง่าย ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อรับมือกับการระบาดที่เป็นวงกว้าง
แต่ของเรา มีการบริการที่ค่อนข้างจำกัด ล็อคด้วยเกณฑ์ต่างๆ เช่น ต้องมีอาการ หรือประวัติเสี่ยง เน้นการตรวจเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ซึงอาจไม่เหมาะสมกับการรับมือการระบาดซ้ำหากเกิดขึ้น
ส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่า การบริหารจัดการของรัฐในการสู้กับโรคระบาดระลอกแรกที่ผ่านมานั้น ประสบความสำเร็จเพราะมือของประชาชนทุกคน ไม่ใช่จากรัฐมนตรี ไม่ใช่จากข้าราชการกระทรวงและกรมต่างๆ ไม่ใช่จากคณะที่ปรึกษาหรือกลุ่มก๊วนใดๆ ที่พยายามออกข่าวกัน
แต่กำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำในไม่ช้า และหากเกิดขึ้นจริงตามที่คาดการณ์ ความเพลี่ยงพล้ำไม่ได้เกิดจากประชาชนนะครับ
แต่จะมาจากความพยายามของหน่วยงานรัฐและธุรกิจการเมือง ที่ผลักดันให้เปิดประเทศในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม และจะเป็นหลักฐานที่ยากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ จนทำให้อยู่ต่อลำบากครับ
ฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบคือ กลุ่มนโยบาย"สุขภาพท่องเที่ยวและเดินทาง"
ประชาชนทุกคนอย่างเราๆ คงทำได้เพียงรักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ
หัวใจสำคัญที่เราจะรักษาชีวิตให้ปลอดโรคได้ภายใต้นโยบายเสี่ยงๆ ที่ถูกทำคลอดออกมา คือ "ใส่หน้ากากเสมอ" และ "คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ"ครับ
ป.ล.สถานการณ์ชุมนุมดังเช่นปัจจุบัน ขอให้ใส่หน้ากากเสมอนะครับ
ด้วยรักต่อทุกคน

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'