"คืนปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ" ของจเด็จ กำจรเดช  คว้าซีไรต์ รวมเรื่องสั้น


เพิ่มเพื่อน    

 16 ต.ค. 63- คณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้งสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) และคณะกรรมการตัดสิน พร้อมด้วยผู้ให้การสนับสนุน จัดงานแถลงข่าวประกาศผลการตัดสินหนังสือรางวัลชีไรต์ประเภท "รวมเรื่องสั้น" ประจำปี พ.ศ. 2563 ณ ห้องเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพๆ ภายในงานมีการถ่ายทอดสดงานประกาศผลการตัดสินรางวัลชีไรต์ผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.seawrite.com
    สำหรับผลงานรวมเรื่องสั้นที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการรอบคัดเลือกในปี 2563 เข้าสู่รอบ Shortist จำนวน 8 เล่ม ประกอบด้วย
1. 24 ชั่วโมง โดยแพรพลอย วนัช สำนักพิมพ์นาคร
2. คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ โดยจเด็จ กำจรเดช สำนักพิมพ์ผจญภัย
3. ในโลกเล่า โดยวัฒน์ ยวงแก้ว สำนักพิมพ์ต้นโมกข์
4. แพรกหนามแดง โดยแดนอรัญ แสงทอง สำนักพิมพ์สามัญชน
5.รยางค์และเงื้อมเงา โดย วิภาส ศรีทอง สำนักพิมพ์สมมติ
6.ไร้สัญชาติและตัวละครอื่นๆ โดยบัญชา อ่อนดี สำนักพิมพ์บนแม่น้ำ
7. ลิงหินและเรื่องสั้นอื่นๆ โดยภาณุ ตรัยเวช สำนักพิมพ์มติชน
8. อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำ และเรื่องราวอื่นๆ โดย กำพล นิรวรรณ สำนักพิมพ์ผจญภัย 

  นางศิเรมอร อุณหธูป ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ปีนี้มีรวมเรื่องสั้นส่งประกวดจำนวน 40 เล่ม การคัดเลือกแบ่งเป็น 2 รอบ มีรวมเรื่องสั้นที่ผ่านรอบแรก จำนวน 13 เล่ม และเข้าสู่รอบ Shortist จำนวน 8 เล่ม ซึ่งคณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปีพุทธศักราช 2563 พิจารณาแล้วมีความเห็นว่ารวมเรื่องสั้น คืนปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ ของ จเด็จ กำจรเดช ท้าทายขนบการเขียนเรื่องสั้น  ทั้งด้านการเล่าเรื่อง การผูกโครงเรื่อง จำนวนตัวละคร และขนาดความยาวของเรื่อง การสร้างสัญญะโดยใช้สัตว์สื่อความหมาย การเล่นล้ออย่างซับซ้อนของความเป็นเรื่องเล่ากับผู้เล่าเรื่อง การปรับประยุกต์วิธีการเล่าเรื่องแบบนิยายนิทานพื้นบ้าน ตำนานและมุขปาฐะมาใช้กับเรื่องเล่าร่วมสมัยและบริบทของโลกยุคดิจิทัล การเดินทางทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ ต่อชีวิตและสังคมที่อุดมด้วยสีสันท้องถิ่นอย่างน่าสนใจ โดยตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวในปัจจุบันกับประวัติศาสตร์นำเสนอแนวคิดว่าเรื่องเล่ามีบทบาทสำคัญในการประกอบสร้างความจริงของปัจเจกบุคคล เล่าเรื่องโลกภายในขนานไปกับโลกภายนอกเพื่อสื่อน้ำเสียงเสียดเย้ย ย้อนแย้งและวิพากษ์สังคม คณะกรรมการตัดสินจึงมีมติให้รวมเรื่องสั้น คืนปีเสีอ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ ของ จเด็จ กำจรเดช ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้าสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปีพุทธศักราช 2563 


  ด้าน นายจเด็จ กำจรเดช นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2563 กล่าวว่า รวมเรื่องสั้น คืนปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางในไทยและพื้นที่ชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน หยิบมุมมองชีวิตมาเขียนคล้ายงานมานุษยวิทยา  แต่ตนไม่ได้คิดก่อนว่าจะเขียนอย่างไร เจอสิ่งที่สนใจก็เก็บข้อมูลไว้ ตั้งใจเขียนเป็นเรื่องสั้นขนาดยาวเพื่อลงลึกในรายละเอียดหรือข้อมูลต่างจากวรรณกรรมที่เคยเขียน  เล่มนี้เหมือนเอาชีวิตของตนเองใส่ลงไปในหนังสือ อย่างบทเป็ดบนหลังคา เชื่อมกับเรื่องจริงในชีวิตที่ต้องสูญเสียลูกชายจากโรคไข้เลือดออก ตัวเองจะก้าวข้ามผ่านความรู้สึกไปอย่างไร โดยไม่ให้คนอ่านแบกรับความรู้สึกฟูมฟาย ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราจำเป็นต้องถ่ายทอดออกมา  จึงเล่าเรื่องในอีกรูปแบบ  คนอ่านรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้า แต่ไม่หม่นหมอง ทั้งยังให้ความหวังกับตัวเองและผู้อื่น  เรื่องสั้นในเล่มบางเรื่องเขียนไว้3 ปี  บางเรื่องเขียนไว้7 ปี ตนกลับมาเขียนเรื่องสั้นที่ค้างอย่างจริงจังช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และทำให้จบ ประกอบกับช่วงโควิด ทำให้มีเวลาเขียนเรื่องสุดท้ายจนเสร็จ 


   “ การทำงานวรรณกรรมของผม จะไม่เขียนซ้ำ ภาษาที่เคยใช้แล้ว ก็จะไม่ใช้ คิดสร้างสรรค์ทำอย่างไรให้แตกต่างจากเดิมมากที่สุด หลังจากได้รับรางวัลซีไรต์ รวมเรื่องสั้น ปี 2554 รู้เพียงว่า วิธีคิดไม่เหมือนเดิม เราถีบตัวเองไปเรื่อย การพัฒนาตัวเองสำคัญ สำหรับผลงานเล่มต่อไปจะเป็นนวนิยายขนาดยาว ตอนนี้คืบหน้าไป70%แล้ว ปีหน้าแฟนนักอ่านได้อ่านแน่นอน “ จเด็จ กล่าว

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'