'ธปท.'ประกาศปิดฉากมาตรการพักชำระหนี้รับมี5.7หมื่นล.ล่องหนหาตัวไม่เจอ


เพิ่มเพื่อน    

 

17 ต.ค. 2563 นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายเสถียรภาพระบบการเงินและยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป ลูกหนี้ที่เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจที่เคยเข้าร่วมมาตรการผ่อนผันให้ลูกหนี้เอสเอ็มอีที่ได้รับการพักหนี้ตามพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ที่วงเงินกู้ไม่ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งมาตรการจะครบกำหนด 6 เดือน ในวันที่ 22 ต.ค. นี้ จะไม่ได้รับการต่ออายุมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปดังกล่าว

ทั้งนี้ ธปท. ได้ปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากการให้สถาบันการเงินช่วยเหลือเป็นการทั่วไป เป็นการให้ความช่วยเหลือเชิงรุก และตรงจุดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกหนี้แต่ละราย (Targeted) ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือที่ไม่ได้ครอบคลุมลูกหนี้ทุกราย แต่เป็นการช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง ตรงลักษณะปัญหาของลุกหนี้ หรือการฟื้นตัวของรายได้ของลูกหนี้มากขึ้น โดยหากยังคงดำเนินมาตรการพักหนี้เป็นการทั่วไปต่อ อาจส่งผลกระทบทางลบในระยะยาวได้ เนื่องจาก ลูกหนี้ที่พักหนี้อยู่จะยังคงมีภาระดอกเบี้ยในแต่ละเดือนตลอดช่วงการพัก ซึ่งเป็นภาระแก่ลูกหนี้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการไม่ส่งเสริมให้เกิดวินัยทางการเงิน (moral hazard) เพราะลูกหนี้ที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบไม่มาก อาจอาศัยเป็นช่องทางเพื่อประวิงเวลาการชำระหนี้

รวมทั้งจะยังส่งผลเสียต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน เพราะการพักหนี้เป็นการทั่วไป เป็นระยะเวลานานคาดว่าจะทำให้สภาพคล่องในระบบจากการชำระคืนหนี้และดอกเบี้ยหายไปประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี ดังนั้นกลุ่มลูกหนี้ที่ยังมีรายได้เพียงพอที่จะชำระคืนหนี้ ควรชำระหนี้ตามปกติหลังหมดมาตรการ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระหนี้แล้ว ยังจะทำให้สถาบันการเงินมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ที่ยังได้รับผลกระทบอยู่ ส่วนลูกหนี้ที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยเฉพาะรายที่สถาบันการเงินยังติดต่อไม่ได้ ควรรีบติดต่อสถาบันการเงินเพื่อรับความช่วยเหลือที่เหมาะสมภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2563

นอกจากนี้ ธปท. ได้ออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์จัดชั้นลูกหนี้ถึงสิ้นปี 2563 (stand still) สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้สถาบันการเงินเร่งดำเนินการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ อีกทั้งขณะนี้ ธปท. อยู่ระห่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อให้ทราบว่ามีภาคธุรกิจไหนที่ต้องการรับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

นางรุ่ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีลูกหนี้ทั้งหมดของระบบสถาบันการเงินที่ขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการผ่อนผันการพักชำระหนี้ดังกล่าว คิดเป็น 6.89 ล้านล้านบาท คิดเป็นเงินที่อยู่ในมาตรการพักหนี้ของลูกหนี้เอสเอ็มอี ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท ในส่วนนี้แบ่งเป็นหนี้ในระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จำนวน 4 แสนล้านบาท คิดเป็นลูกหนี้ 7.8 แสนบัญชี และเป็นหนี้ในระบบธนาคารพาณิชย์ และนอนแบงก์ จำนวน 9.5 แสนล้านบาท คิดเป็นลูกหนี้ 2.7 แสนบัญชี
โดยในส่วนนี้มีลูกหนี้ประมาณ 94% ที่ทั้งสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติหลังหมดมาตรการช่วยเหลือ และสถาบันการเงินสามารถติดต่อเพื่อดำเนินการช่วยเหลือด้วยวิธีต่าง ๆ ต่ออีก แต่อีก 6% ของยอดหนี้ หรือประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างการติดต่อลูกหนี้ เพราะยังติดต่อไม่ได้ โทรศัพท์ไม่รับ จึงยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไรกับลูกหนี้ในส่วนนี้หลังจากหมดอายุมาตรการช่วยเหลือ

สำหรับมาตรการรองรับสำหรับลูกหนี้แต่ละประเภท หลังหมดมาตรการพักหนี้เป็นการทั่วไป ได้แก่ 1. ลูกหนี้ที่กับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติหลังหมดมาตรการ 2. ลูกหนี้ที่กลับมาดำเนินธุรกิจแต่ยังไม่ฟื้นตัว ในส่วนนี้สถาบันการเงินจะดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยสามารถคงสถานะลูกหนี้ที่ไม่เป็น NPL ระหว่างการเจรจาจนถึงสิ้นปี 2563 และ 3. ลูกหนี้ที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ ในส่วนนี้สถาบันการเงินจะพิจารณาขยายระยะเวลาชะลอการชำระหนี้เป็นรายกรณีได้อีกไม่เกิน 6 เดือน นับจากสิ้นปีนี้ 4. ลูกหนี้ที่ขาดการติดต่อกับสถาบันการเงิน ให้ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อหาแนวทางร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดเป็น NPL

อย่างไรก็ดี แนวโน้ม NPL ในระบบในระยะต่อไปยังไม่มีความน่ากังวลใจ เพราะไม่ได้มีสัญญาณที่น่าเป็นห่วง แต่ ธปท. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่ได้ปฏิเสธปัญหา โดยในส่วนที่ต้องแก้ก็ต้องดำเนินการแก้กันไป


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.