ใหญ่จริงนะ...พ่อคุณ


เพิ่มเพื่อน    

 เขาเป็นใคร ทำไมจึงยื่นคำขาดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตามกฎหมายปล่อยตัวผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่เขาจับแบบมีหมาย แจ้งข้อกล่าวหาชัดเจน ส่วนจะปล่อยหรือไม่ปล่อยก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ใครจะมายื่นคำขาดให้ศาลปล่อย แล้วยังกล้ายื่นคำขาดบอกรัฐบาลว่าอย่าก้าวล่วงประชาชน ประชาชนที่ติดตามข่าวและได้ดูคลิปที่ปรากฏแล้ว มองไม่เห็นว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ก้าวล่วงประชาชนตรงไหน อย่างไร เห็นแต่ผู้ชุมนุมที่คุกคามเจ้าหน้าที่ ทั้งการขว้างปา การเอาสีสาด การด่าทอด้วยคำหยาบ และที่เลวร้ายที่สุดก็คือการใช้ถ้อยคำหยาบคายก้าวล่วงพระราชวงศ์ และล้อมรถยนต์พระที่นั่ง คนที่กระทำการเหิมเกริมขนาดนี้ เขาคนนั้นเป็นใคร จึงได้กล้าที่จะเอ่ยถ้อยคำจี้ให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ชุมนุม ก็ไม่ใช่การกระทำผิดกฎหมายที่เกินไปหรอกหรือ ที่ทำให้คนไทยที่รักชาติทนไม่ได้ และเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และนายกรัฐมนตรีต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก็การกระทำของพวกคุณเป็นต้นเหตุให้จำเป็นต้องประกาศ แล้วคุณจะมาเรียกร้องยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินทำไม มองการกระทำของตนเองบ้างเถอะ อย่าทำกร่าง ทำยโสอวดดี ระวังจะไม่มีที่ยืนในประเทศไทย

เขาพูดแถมมาอย่างไม่อายปากว่าการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาเป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้อนุญาตให้คนก้าวล่วงสถาบัน ไม่ได้อนุญาตให้คุณกล่าวข้อความที่เป็นเท็จเพื่อยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนชังชาติ ชังสถาบันที่เป็นเสาหลักของประเทศ เขาช่างกล้าที่พูดว่าแกนนำและผู้ชุมนุมพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา ดูตามข่าวแล้วฝ่ายที่อดกลั้นและใช้ขันติระดับสูง น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกมาทำหน้าที่ในการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการชุมนุม ป้องกันอันตรายให้แก่ผู้ชุมนุม เพราะอาจจะมีมือที่สามที่เข้ามาทำร้ายผู้ชุมนุม เพื่อกล่าวหาว่ารัฐบาลทำร้ายประชาชนที่คิดต่าง เขาช่างกล้าที่พูดว่าผู้ชุมนุมแสดงออกอย่างสันติ สงบ การล้อมรถยนต์พระที่นั่งคือการแสดงออกอย่างสันติกระนั้นหรือ การใช้วาจาหยาบคายจาบจ้วงพระราชวงศ์เป็นการแสดงออกอย่างสันติกระนั้นหรือ การชูนิ้วกลางให้พระราชวงศ์เป็นการแสดงออกอย่างสันติกระนั้นหรือ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าพ่อคุณ คิดผิด ลองคิดใหม่ก็ได้นะ

เขาบอกว่าผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องในสิ่งที่ประเทศประชาธิปไตยพึงมี ถามจริงๆ เถอะ เวลานี้เราไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน นายกรัฐมนตรีได้รับเลือกในสภา รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง มีการเลือกตั้งในวันเดียวกันกับ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ด้วยกติกาเดียวกัน เวลานี้ประชาชนผู้ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย มีใครเดือดร้อน ถูกลิดรอนเสรีภาพ ทำนั่นไม่ได้ ทำนี่ไม่ได้ มีบ้างไหม การแสดงออกถูกปิดกั้นตรงไหน การพูดความจริง การแสดงความคิดเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอคติหรือจงใจทำร้ายคนอื่นแบบผิดกฎหมาย ก็สามารถพูดได้ทั้งนั้น ไม่มีการกระทำใดๆ ที่คุกคามสื่อสารมวลชน คนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ถ้าไม่ปล่อยข่าวเท็จข่าวลวง ไม่ใช้ข้อความที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ ก็สามารถที่จะพูดได้อย่างเสรี ไม่มีใครห้าม ส่วนที่โดนหมายเรียกหมายจับนั้น ก็เพราะทำผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีเสรีภาพกันขนาดนี้ แล้วจะมาเรียกหาประชาธิปไตยแบบไหนกันอีก

พวกเขายุติการชุมนุมหลังเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด เกินเวลาตั้งหลายชั่วโมง พวกเขายังเอามาอ้างว่า พวกเขาพยายามลดความตึงเครียด โดยยอมประกาศพักการชุมนุมไปแล้ว แต่การให้มวลชนแยกย้ายกลับบ้านในเวลา 6 นาฬิกานั้น มันเลยเวลาที่กำหนดหลายชั่วโมงอยู่นะ เขายังพูดอย่างหน้าด้านว่าสถานการณ์การชุมนุมได้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยตลอดคืน ลองไปเอาคลิปมาดูอีกสักครั้งนะ ดูให้ครบทุกคลิป ดูการแสดงออกที่ผู้ชุมนุมทำกับพระราชวงศ์ ดูการแสดงออกกับเจ้าหน้าที่ การแสดงออกกับสมบัติสาธารณะ และดูการแสดงออกที่ยั่วยุคนไทยที่รักชาติ เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ถ้าหากคุณมองว่าทั้งหมดนี้คือความสงบ สงสัยต้องมีสงครามรบกันฆ่ากันก่อนกระมัง คุณจึงจะมองว่าไม่สงบ เพราะคุณมองการกระทำของผู้ชุมนุมว่าสงบเรียบร้อย คุณจึงสรุปว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่เข้าเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้ พวกคุณไม่มีความผิดเลยสินะ รัฐบาลต่างหากที่ไม่มีความชอบธรรม ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่มีความจำเป็นใดๆ เลย

เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมในยามวิกาล แล้วกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ส่อเจตนาปกปิด ไม่สุจริตใจ ก็พวกคุณไม่ใช่เหรอที่เจ้าหน้าที่เขาบอกให้เลิกตอน 4 ทุ่ม คุณก็ไม่เลิก ให้ถึงเที่ยงคืน คุณก็ยังไม่ยอมเลิก เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องอยู่ทำหน้าที่ดูแลพวกคุณต่อจนกว่าพวกคุณประกาศยุติการชุมนุม พวกคุณคงยังไม่ได้นอน เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่คงไม่ได้เข้าไปจับแกนนำบางคนของคุณตอนที่กำลังหลับอยู่หรอกนะ อย่าพยายามสร้างวาทกรรมให้เจ้าหน้าที่เลยนะ

เขาบอกว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว จะทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเกินขอบเขตมากกว่าการใช้กฎหมายปกติ โถพ่อคุณ จะกลัวไปทำไม ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่เขาใช้ไม้นวมกับพวกคุณด้วยความอดทนขนาดไหน ประชาชนจำนวนหนึ่งเขาบ่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหย่อนยานไปด้วยซ้ำ คนไทยที่รักชาติและเทิดทูนสถาบันจำนวนมากเขาทนพวกคุณไม่ได้ แล้วอยากให้เจ้าหน้าที่จัดการคุณให้เด็ดขาดตามกบิลเมือง ให้เด็ดขาดกว่านี้ เพราะการทำอะไรที่รุนแรงกับพวกคุณไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลนี้ที่มุ่งเน้นการปรองดอง

เขาเรียกร้องให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด เขาไม่รู้หรือเขาแกล้งไม่รู้ว่าการปล่อยตัวผู้ต้องหานั้นไม่ใช่อำนาจของฝ่ายบริหาร แต่เป็นอำนาจของฝ่ายตุลาการ และฝ่ายบริหารก็แทรกแซงฝ่ายตุลาการไม่ได้ คุณเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้ถูกจับกุม คุณคงไม่ต้องเรียกร้องหรอกนะ เพราะเท่าที่ดูในข่าว เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้ถูกจับกุมด้วยความสุภาพอย่างที่สุดแล้ว คุณเรียกร้องให้มีการเปิดเผยสถานที่ที่แกนนำและผู้ชุมนุมถูกควบคุมตัว ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องเรียกร้อง สื่อมวลชนทำหน้าที่ตามข่าวให้พวกคุณอยู่แล้ว คงไม่มีใครคิดที่จะปิดบังสถานที่กักกันผู้ที่ถูกควบคุมตัวหรอกนะ คุณเรียกร้องว่าต้องให้สิทธิในการติดต่อกับทนายและญาติ เรื่องนี้ก็ไม่ต้องห่วง เพราะพวกคุณ และ ส.ส.ในสังกัดของพวกคุณก็แสดงเจตจำนง.

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'