'กอร.ฉ.'ยัน'บีทีเอส'สมัครใจปิดบริการเพื่อความปลอดภัย


เพิ่มเพื่อน    

21 ต.ค.2563 -  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษก กอร.ฉ. แถลงถึงกรณีสังคมตั้งคำถามเรื่องการปิดบีทีเอส และระบบขนส่งต่างๆ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับประชาชนไปแล้วหลายครั้ง วันนี้ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกท่านว่า การปิดขนส่งมวลชนต่างๆ เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการปิดชั่วคราว และเป็นความสมัครใจร่วมกันระหว่างบีทีเอสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งการชุมนุมแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่มองว่าหากเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แล้วตกลงไปบนรางรถไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าแรงสูง อาจจะมีคนได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปทำลายข้าวของต่างๆ พังประตูรั้วรถไฟฟ้า หากไม่ปิดอาจจะมีเหตุลุกลามสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ สิ่งที่ภาครัฐกำลังทำเพราะห่วงชีวิตของทุกๆ คน รวมไปถึงผู้ชุมนุมด้วย

 น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นเรื่องการปิดสื่อออนไลน์วอยซ์ทีวีทุกแพลตฟอร์มนั้น ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วง และไม่ได้ต้องการปิดกั้นการทำงานของสื่อมวลชนแต่อย่างใด หากสื่อมวลชนนั้นนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั่นหมายถึงต้องไม่เป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น หมิ่นสถาบัน ขณะที่อีก 3 สื่อ คือ ประชาไท, the standard, the reporters ขอให้หน่วยงาน กสทช. และดีอีเอส ไปไปทบทวนก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะพูดคุยกับสื่อมลชน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในสิ่งที่จะนำเสนอนั้น ควรจะไปในทิศทางใด เพื่อสร้างความสงบสุขและสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม

 สำหรับกรณีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลดแรงกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ทางสภามองว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะเปิดให้ผู้แทนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ได้รับข้อมูลข่าวสารมาพูดคุยร่วมกันในการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนวันและเวลาขอให้ประธานสภาเป็นผู้แจ้งความชัดเจนให้ทราบอีกครั้ง

น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ยังกล่าวอีกว่า  สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในแง่มิติทางสังคม เราเห็นภาพชัดเจนว่าการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วยความยากลำบากในบางพื้นที่ ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจไม่ได้ติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียตลอดเวลา และบางคนเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มชุมนุม ก็ไปเจอรถติด วิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจ บางครั้งที่ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ ห้างไม่ได้ปิด แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่กล้าไปเดินห้างซื้อของ เนื่องจากห่วงความปลอดภัย ห่วงเรื่องการจราจร รัฐไม่ได้สั่งปิด ห้างเองก็ไม่ได้สั่งปิด พอคนไม่ไปซื้อของการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น
 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'