ชงครม.ต่อพรก.คุมโควิด เพิ่มช่องรับนักท่องเที่ยว


เพิ่มเพื่อน    

 ศบค.ชงคณะรัฐมนตรีต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบที่ 7 อ้างเพื่อเชื่อมกฎหมายส่วนต่างๆ ไม่ใช่คุมม็อบ พร้อมถก 7 รูปแบบเพิ่มช่องนักท่องเที่ยวเข้าไทย เล็งอนุมัติเรือยอชต์ กลุ่มสปา-สุขภาพ ไร้เรื่องลดวันกักตัว

    เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยหลังประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการป้องกันลดจำนวนวันกักตัวในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาไทย ว่ายังไม่เห็น ยังไม่มี คงกำลังหารืออยู่ว่าทำอย่างไรจะสั้นลงได้บ้าง จะมีมาตรการทางสุขภาพอะไร อย่างไร เครื่องไม้เครื่องมือ สายรัดข้อมือติดตาม (ริสต์แบนด์) กำลังหาทางทำอยู่ ทั้งนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจและสุขภาพไปได้ด้วย ซึ่งก็เป็นข้อเสนอหารือมา แต่ยังไม่ตัดสินใจ
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ให้ที่ประชุมรับทราบ 7 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดำเนินการแล้ว และจะดำเนินการต่อไป คือ 1.การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของคณะมนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ซึ่งเดินทางเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2.การอนุญาตให้ลูกเรือสัญชาติบริติชและเช็กเข้ามาทางน้ำ ซึ่งเรียบร้อยแล้ว 3.การกำหนดประเทศและเมืองต้นทางที่ได้รับการผ่อนผันให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยขอรับการตรวจลงตราประเทศนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) ซึ่งได้รับนักท่องเที่ยวชุดแรกจากจีน 39 ราย เมื่อวันที่ 20 ต.ค. โดยต้องกักตัว 14 วัน จึงเดินทางท่องเที่ยวได้ และจะอยู่ในไทยประมาณ 1 เดือน
    4.การอนุญาตให้สายการบินทำการบินแบบมีผู้โดยสารเปลี่ยนลำ 5.การอนุญาตให้เรือยอตช์เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งเรือซูเปอร์ยอชต์และเรือครุยเซอร์ 60 ลำ แบ่งเป็นซูเปอร์ยอชต์ 27 ลำ และเรือครุยเซอร์ 33 ลำ รวมคน 600-650 คน ซึ่ง ศบค.เห็นชอบ แต่ต้องมีมาตรการกักตัวบนเรือ 14 วัน และตรวจคัดกรองหาเชื้อ 3 ครั้ง 6.การอนุญาตให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อขึ้นเรือออกจากราชอาณาจักร ซึ่งต้องยอมรับมาตรการกักตัว 14 วันก่อนลงเรือเพื่อเดินทางกลับประเทศ และ 7.การผ่อนผันให้กลุ่มบุคคลเข้าประเทศ โดยเข้าสู่การกักตัวแบบ Wellness Quarantine โดยกรมสนับสนุนสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงาน 3 กลุ่มที่จะเข้ามา คือ กลุ่ม 1.เมดิคอลสปา, Wellness รีสอร์ต และสปารีสอร์ต กลุ่ม 2 ผู้สูงอายุที่มาพักผ่อนและดูแลสุขภาพระยะยาว และกลุ่ม 3 กลุ่มพักผ่อนท่องเที่ยวและเล่นกีฬา เช่น มาพักโรงแรมที่มีสนามตีกอล์ฟ ซึ่ง ศบค.ได้อนุมัติกลุ่มที่ 1 และ 2 ส่วน กลุ่ม 3 ต้องไปศึกษารายละเอียดก่อน
    “มติในที่ประชุม ศบค.ได้พิจารณาให้จัดทำข้อเสนอ เห็นควรเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นคราวที่ 7 เป็นการต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินที่มีการขยายเวลาแบบเดือนต่อเดือนมาตลอด 7 เดือน เนื่องจากจำเป็นต้องเชื่อมต่อระหว่างภาคส่วนต่างๆ และยังไม่มีกฎหมายใดครอบคลุมได้ ส่วนกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไข ยังต้องผ่านกระบวนการต่างๆ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว และว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถช่วยเราใช้จ่ายงบประมาณนำมาสู่การดูแลผู้อยู่ในสถานกักกันของรัฐที่ดูแลกันไปกว่าแสนคนที่เป็นคนไม่ป่วย แต่ พ.ร.บ.โรคติดต่อสามารถใช้กักตัวเฉพาะคนที่ป่วย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใด นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีการอนุญาตเพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับผู้ที่เข้าชมกีฬา โดยสนามกีฬากลางแจ้ง มีการเชียร์เสียงดังเพิ่มจาก 25% เป็น 50% และการเชียร์เสียงไม่ดังเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 70% ส่วนสนามกีฬาในร่มมีการเชียร์เสียงดัง เช่น มวยเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 30% และเชียร์เสียงไม่ดัง เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 50%
    เมื่อถามว่านักท่องเที่ยวที่ขอ Visa นักท่องเที่ยวแบบ STV กี่ประเทศ ประเทศอะไรบ้าง โฆษก ศบค.กล่าวว่า เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและเป็นลูกค้าของเรา เช่น จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สวีเดน และฟินแลนด์ โดยเราจะยอมให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และกลางเข้ามา ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงยังไม่อนุญาต
    ถามอีกว่า ที่ประชุม ศบค.มีการพิจารณาลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วันหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ยังไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ซึ่งจากที่ประชุมของ สธ.เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ได้ให้ความเห็นว่า การกักตัว 14 วัน ดีที่สุด แต่การกักตัว 10 วัน คุมได้ 95%
    ทั้งนี้ ศบค.ยังได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่าพบผู้ป่วยรายใหม่รวม 9 ราย ในสถานที่กักกันของรัฐ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,709 ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้วรวม 3,495 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย และรักษาตัวในโรงพยาบาล 155 ราย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในไทยเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้อำนวยความสะดวกเขาทุกเรื่อง ไม่ใช่มาแล้ว มาเจออุปสรรคนานัปการ กลับไปก็ไปบ่นอีก อย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้เขาเห็นว่ามาแล้วได้รับการดูแลเป็นอย่างดี รวดเร็ว ทันใจ ส่วนเรื่องการลดการกักตัวนั้น เบื้องต้นกรมควบคุมโรคได้เสนอไปว่าอยากลดเหลือ 10 วัน แต่ได้ให้ความเห็นไปว่าถ้าเรามั่นใจก็ไม่ต้องไปกลัว กักตัวกี่วันแล้วปลอดภัยที่สุดก็เท่านั้น จะลดมา 10 วัน หรือ 7 วัน ถ้าเรามีวิธีการที่ดี อาจจะลดลงเหลือ 5 วัน 4 วัน 3 วัน หรือไม่มีเลยก็ได้ คงไม่ใช่จะอยู่ที่ 14 วันตลอดชีพ
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น ได้กำหนดแผนเตรียมการสำหรับการเสนอตัวในการเป็น 1 ในจังหวัดที่จะขอรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าพื้นที่ในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการรักษา หรือ Medical Bubble หลังจากเฟสแรกที่รัฐบาลได้ประกาศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เป้าหมายหลักด้านการท่องเที่ยว 10 จังหวัดไปแล้ว.

 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'