ท่อก๊าซระเบิดสนั่น ดับ3เจ็บเกือบ30


เพิ่มเพื่อน    


    ท่อส่งก๊าซขนาด 36 นิ้วระเบิดวินาศที่บางบ่อ ห่างนิคมอุตสาหกรรม 5 กม. โรงพัก บ้านเรือนประชาชน รวมทั้งรถยนต์หลายคันพังเสียหาย มีผู้บาดเจ็บกว่า 20 เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ สาเหตุยังไม่ชัดเจน ชาวบ้านเห็นสายไฟแรงสูงขาดตกไปโดนท่อ ส่วน ปตท.ระบุท่อรั่วเกิดไฟไหม้ แต่กรมธุรกิจพลังงานชี้สาเหตุจากรถแบ็กโฮ
    เมื่อบ่ายวันที่ 22 ตุลาคมนี้ เกิดเหตุท่อส่งก๊าซระเบิดภายในนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) ซอยโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี พื้นที่หมู่ 9 ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้โรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดีได้รับความเสียหายบางส่วน เช่นเดียวกับบ้านเรือนประชาชน รถยนต์ที่จอดบริเวณนั้นหลายคัน ตลอดจนตัวอาคารของ สภ.เปร็ง แต่นักเรียนปลอดภัย และทางโรงเรียนได้แจ้งให้ผู้ปกครองรับตัวกลับบ้านไปหมดแล้ว
    ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังมาก สาเหตุท่อก๊าซระเบิดคิดว่ามาจากสายไฟฟ้าแรงสูงขาดลงมาแล้วไปโดนท่อ จากนั้นก็มีการระเบิดต่อเนื่องเป็นจุดๆ รวมเป็นประกายไฟขนาดใหญ่  
    ต่อมา นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ที่เดินท่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) ใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เกิดเหตุระเบิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. เบื้องต้น ปตท.ได้ตัดแยกระบบการเดินท่อเพื่อควบคุมก๊าซ และอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิด ซึ่งขณะนี้หน่วยงานด้านความปลอดภัยของ ปตท.ได้เข้าพื้นที่และเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว
    ด้านนายโชคชัย ธนเมธี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้ บริเวณตรงข้ามวัดเปร็งราษฎร์บำรุง ถนนเทพราช-ลาดกระบัง ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้เกิดก๊าซฟุ้งกระจายสู่บรรยากาศและเกิดการติดไฟ 
    สำหรับการระงับเหตุในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ปตท.ได้เข้าสู่พื้นที่ตรวจสอบสาเหตุและดำเนินการตัดแยกระบบบริเวณช่วงท่อดังกล่าว นอกจากนี้ได้ประสานงานทีมดับเพลิงในพื้นที่เพื่อร่วมระงับเหตุ โดยขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ได้เรียบร้อยแล้ว ปตท.จัดตั้งศูนย์ควบคุมเหตุฉุกเฉิน แจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทราบและเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
    รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ท่อส่งก๊าซระเบิดส่งผลให้มีเปลวเพลิงพุ่งขึ้นสูงจากพื้นดินมองเห็นได้ในระยะไกล  
    นายสุพัฒน์ สวัสดิ์ชูโต ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) ที่ตั้งอยู่ใน ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 5 กิโลเมตร
    ส่วนนายถวัลย์ ธนกิจเจริญพัฒน์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นรายงานคาดการณ์อาจเกิดจากรถแบ็กโฮเข้าไปทำงานใกล้ท่อก๊าซธรรมชาติ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งที่ผ่านมาอุบัติเหตุท่อก๊าซมักจะเกิดขึ้นจากการไม่ขออนุญาตเข้าไปทำงาน และไม่ระมัดระวังจนเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังเร่งสรุปสาเหตุที่แท้จริง โดยท่อนี้เป็นท่อก๊าซบนบกเส้นที่ 2 ของประเทศ มีขนาด 36 นิ้ว มีการใช้งานมานานแล้ว ส่งก๊าซไปใช้ในโรงงานของนิคมฯ ต่างๆ และอาจจะมีส่งไปยังโรงไฟฟ้า 
    ภายหลังตำรวจเข้าตรวจสอบและรายงานเหตุไปตามลำดับชั้น พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เปร็ง เวลาประมาณ 12.50 น. ได้รับแจ้งเหตุท่อส่งก๊าซระเบิดแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณถนน 200 ปี ตรงข้ามกับ สภ.เปร็ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รถดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกันควบคุมเพลิงไหม้ พร้อมทั้งอาสาสมัครกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพคอยให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้ได้ร้บาดเจ็บ เบื้องตันได้รับรายงานมีผู้บาดเจ็บจำนวน 20 ราย เสียชีวิต 1 ราย
    พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ขณะนี้เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่ กลุ่มควันฟุ้งกระจายในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุและเร่งระบายควัน นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการเร่งอพยพ ช่วยเหลือประชาชนออกจากบริเวณที่เกิดเหตุโดยเร็ว ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกการจราจรโดยรอบ ให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดน้อยที่สุด
    นายแพทย์นนท์ จินดาเวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ได้รับรายงาน ที่ รพ.บางบ่อรับผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บ 9 คน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้เสียชีวิตได้เพิ่มเป็น 3 ศพแล้ว โดยคนหนึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง และมีผู้บาดเจ็บได้รับความช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล 28 คน มีการตั้งศูนย์พยาบาลเบื้องต้นที่วัดเปร็งราษฎร์บำรุง และตั้งกองอำนวยการที่หน้าโรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุงให้คนที่บ้านได้รับความเสียหายมาแจ้งข้อมูล
    นอกจากนี้ เด็กนักเรียนโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดีมีอาการแน่นหน้าอก หูอื้อ โดยหลังเกิดเหตุครูพานักเรียนหนีออกทางบ่อปลาข้างหลังไปที่ อบต.เปร็ง ซึ่งมีระยะทางห่างจากโรงเรียน 2 กม.
    มีรายงานต่อมาว่า พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพลทหารราบที่ 11 (ศบภ.พล.ร.11) จัดส่วนล่วงหน้าเข้าประเมินสถานการณ์เหตุท่อส่งก๊าซระเบิด โดยมี ร.ต.นิคม ชูสร้อย สังกัด ร.111 พัน.1 เดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ และจัดกำลังพลส่วนใหญ่จาก ร.111 พัน.1 และ ร.112 พัน.1 จำนวน 45 นาย พร้อมรถยนต์บรรทุกทางทหารจำนวน 4 คัน เข้าช่วยเหลือประชาชนและขนย้ายสิ่งของ รวมถึงเตรียมการจัดจิตอาสาช่วยเหลือในการฟื้นฟูความเสียหายต่อไป.


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'