ปริศนาตัวเลมมิง!!!


เพิ่มเพื่อน    

      เห็นการเคลื่อนทัพ เคลื่อนพล ไหลตามกันไป-กันมา แบบเป็นกระแส ของพวกเด็กๆ ช่วงนี้ แล้วอดที่จะต้องหวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในหนังสารคดี ว่าด้วยเรื่องวิถีชีวิตของตัว เลมมิง (Lemming) ขึ้นมามิได้ ด้วยเหตุเพราะแม้เป็นอะไรที่น่าตื่นตะลึง พรึงเพริด มิใช่น้อย แต่ขณะเดียวกัน ก็ก่อให้เกิดความรู้สึกน่าสยดสยอง น่าขนลุกขนพอง ตามมาด้วยอย่างมิอาจปฏิเสธได้...

                                                               -----------------------------------------------------

      คือตัว เลมมิง ที่ว่านั้น...คงคล้ายๆ กับ หนู ประเภทหนึ่ง ตัวเล็กๆ และจากรูปร่างลักษณะก็ออกจะน่ารักอยู่พอสมควร มีขนาดลำตัวแค่ซักประมาณ 13-18 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกินไปกว่า 23-34  กรัม หางสั้นๆ ขนปุกปุย คล้ายๆ ประเภท หนูถีบจักร อะไรประมาณนั้น โดยว่ากันว่า...ถิ่นที่อยู่อาศัยหลักๆ จะอยู่ในแถบอาร์กติก ตามทุ่งหญ้าทุนดรา เช่นในแถบประเทศนอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ หรือที่เรียกๆ กันว่า เฟนโนสแกนเดีย ไม่ก็เลยไปถึงแถบ ไซบีเรีย ของรัสเซียโน่นเลย ถือเป็นสัตว์ฟันแทะ กินอาหารมังสวิรัติ ประเภทลูกเบอร์รี ใบไม้ กิ่งไม้ รากไม้ ฯลฯ เป็นหลัก ชอบมุดอยู่ใต้หิมะ และสร้างโพรง สร้างระบบอุโมงค์สลับซับซ้อนไว้ใต้ดิน...

                                                                   ---------------------------------------------------

      แต่สิ่งที่ก่อให้เกิดความน่าสนใจ น่าคิดสะกิดใจ เกี่ยวกับหนูตัวเล็กๆ เหล่านี้ และอาจถือเป็น  ปริศนา ที่ทำให้บรรดามวลมนุษย์ทั้งหลาย เกิดความงุนๆ งงๆ มาโดยตลอด แม้จนตราบเท่าทุกวันนี้  ก็คือการแสดงออกถึงพฤติกรรมบางอย่าง ของตัว เลมมิง ที่แทบไม่ต่างอะไรไปจากการ ฆ่าตัวตาย ในแบบตายกันเป็นหมู่ๆ เป็นฝูงๆ เป็นร้อยๆ พันๆ หรืออาจถึงขั้นเป็นหมื่นๆ ตัว เช่น ด้วยการโดดหน้าผาสูงๆ ลงไปนอนแอ้งแม้งเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง กันไปเป็นหมู่ๆ หรือการพากันว่ายน้ำออกไปในมหาสมุทรแอตแลนติก อันสุดจะกว้างขวางใหญ่โต ก่อนที่จะจมน้ำตาย กันไปทั้งครอก ทั้งฝูง...

                                                                    ------------------------------------------------------

      อะไร? หรือด้วยสาเหตุอันใด??? ที่ทำให้บรรดาตัว เลมมิง ต้องแสดงออกถึงพฤติกรรมในลักษณะที่ว่านี้ ทุกวันนี้...ก็ยังไม่มีคำตอบที่ถนัดชัดเจน สมบูรณ์แบบ หรือเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ว่าอะไรคือแรงกระตุ้น แรงจูงใจ ที่ทำให้สัตว์ตัวเล็กๆ และน่ารักเหล่านี้ พร้อมใจกัน ตายหมู่ หรือพร้อมใจกันกระโดดหน้าผาลงมานอนซี้แหงแก๋ กันเป็นร้อย เป็นพัน โดยไม่ได้คิดหน้า-คิดหลังใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย บ้างก็ว่า...อาจเป็นเพราะการเจริญพันธุ์ หรือเพราะจำนวน ปริมาณ ของตัว เลมมิง ที่เพิ่มขึ้นๆ จนทำให้ต้องตัดสินใจลดจำนวนประชากร ด้วยการฆ่าตัวตายหมู่เอาดื้อๆ บ้างก็ว่า...เป็นเพราะ สัญชาตญาณ บางอย่าง ที่ทำให้เกิดการดิ้นรน เกิดความพยายามแสวงหาถิ่นที่อยู่ ที่อาศัย ที่ทำกินแห่งใหม่ บางรายถึงกับ เพ้อ ไปว่า เป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่ครั้ง ทวีป หรือดินแดนต่างๆ  ยังเชื่อมสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน การว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรออกไปตายหมู่ ชนิดยกครอก ยกฝูง อาจเป็นความพยายามแสวงหาดินแดนดั้งเดิม ที่เรียกๆ กันว่า Lemuria เอาเลยก็เป็นได้...ฯลฯลฯ...

                                                                      ------------------------------------------------------

      แต่ไม่ว่าโดยคำตอบจะออกมาในแบบไหน? อย่างไร? ก็แล้วแต่...สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ นักสัตวศาสตร์ทั้งหลาย พอที่จะนำเอามาใช้เป็น คำอธิบาย สำหรับการ ฆ่าตัวตายหมู่ ของตัว เลมมิง เอาไว้กว้างๆ ก็คือถือเป็น พฤติกรรมในการอพยพ ชนิดหนึ่งที่บรรดาสัตว์ตัวเล็กๆ เหล่านี้ มักพร้อมที่จะ ลอกเลียนแบบ หรือพร้อมทำอะไรไปตามแบบ ตามอย่าง ของบรรดาผู้นำฝูง หัวหน้าฝูง ที่อยู่แถวหน้า โดยแทบไม่ได้ลังเลใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย คือเมื่อผู้ที่อยู่แถวหน้าตัดสินใจโดดหน้าผา หรือโดดลงทะเล  ตัวหลังๆ ก็พร้อมจะโดดตาม โดยไม่จำเป็นต้องคิดหน้า-คิดหลัง หรือคิดอะไรต่อมิอะไรให้เสียเวลา ไม่จำเป็นต้องเช็กไป-เช็กมา ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ ทบทวน ข้อมูลแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ให้ถี่ถ้วนซะก่อน  เมื่อตัวหน้าโดด ตัวหลังมีแต่ต้องโดดตาม โดยระหว่างโดดจะชู 3 นิ้วควบคู่ไปด้วยหรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่จะว่ากันไป...

                                                                        -----------------------------------------------------

      ดังนั้น...ไม่ว่าจะเป็นเพราะสัญชาตญาณ เพราะต้องการลดจำนวนประชากร หรือเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ พฤติกรรมการอพยพของตัว เลมมิง ในลักษณะเช่นนี้ จึงมักถูกนำมาอุปมา-อุปไมย เทียบเคียงกับพฤติกรรมของผู้คนบางกลุ่ม บางเหล่า ที่บังเกิด อุปาทานหมู่ ชนิดพร้อมตามแห่ ตามแหน ใครต่อใคร แม้จะนำไปสู่ความล้มเหลว ความฉิบหายแบบพร้อมๆ กันเป็นหมู่ๆ นั่นเอง หรือเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ สำหรับการกู่ก้องร้องตะโกน เตือนให้เห็นถึงหุบเหว ถึงหายนะเบื้องหน้า เผลอๆ...ดีไม่ดี อาจถูกถีบ ถูกสาดส้นมือ ส้นตีน สาดสากกะเบือบินกลับมาซะอีก เหลือแต่ต้องหันมา ทำใจ หันมายอมรับสภาพ ไม่ก็ต้องปล่อยให้เป็น ปริศนาแห่งการอพยพ ไปตามมี-ตามเกิด...

                                                                       ----------------------------------------------------------

      แต่ก็นั่นแหละ...อย่างน้อยก็น่าจะยังดีกว่า พวกที่พยายามออกแรงยุ แรงเชียร์ ให้เร่งโดดหน้าผา โดดลงทะเล กันอย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ ที่ออกจะอำมหิต โหดเหี้ยม โหดร้าย เอามากๆ ยิ่งโดยเฉพาะพวกที่เคยมี ประสบการณ์ เคยตกเหว ตกทะเลมาก่อนหน้านั้น แค่ตัวเองเคยตกอยู่ในสภาพ  สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ เคย ฉิบหาย มาก่อนไม่พอ ยังพยายามออกมากู่ก้องร้องตะโกน ให้โดดเลยๆ ตายแล้ว ตายเลย เพื่อที่จะได้เป็น วีรชน หรือเป็นอะไรที่แทบไม่ต่างไปจากตัว เลมมิง นั่นเอง...

                                                                       -------------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Cullen Hightower (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)...Love is what is left in  a relationship after all the selfishness has been removed. - ความรัก...คือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความสัมพันธ์ หลังจากความเห็นแก่ตัวทั้งมวล ได้ถูกขจัดลงไปหมดแล้ว...”

                                                                       -----------------------------------------------------------


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'