ปฏิรูป ‘บริหารจัดการภาครัฐ’ สร้างความเชื่อมั่นประชาชน


เพิ่มเพื่อน    


    จากแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 และแผนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2561-2565 ของรัฐบาล "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งมีหนึ่งเรื่องสำคัญคือ "การพัฒนาและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ" ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีปัญหาในการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า และวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานภาครัฐ ซึ่งภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ให้แนวทางในการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง
    และล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ.2563-2565 หลังคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอแนวทางโดยนำกรอบทักษะเชิงยุทธศาสตร์ 4 ทักษะเป็นตัวกำหนด ได้แก่ ทักษะดิจิทัล ทักษะการสื่อสารโน้มน้าว ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ และทักษะการคิดวิเคราะห์และวิพากษ์
    รวมถึงทักษะด้านภาวะผู้นำ 6 ทักษะ คือ การยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมและความเป็นมืออาชีพ การกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ การพัฒนาตนเองและผู้อื่น และสร้างการมีส่วนร่วมในองค์กร การสร้างและส่งเสริมให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการและความร่วมมืออย่างเต็มที่ การผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง และการผลักดันให้เกิดการปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์ มาประยุกต์ใช้ในการกำหนดแนวทางการดำเนินการต่างๆ
    โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลักคือ 1.การพัฒนาระบบนิเวศในการทำงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีสภาพแวดล้อมและระบบการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการพัฒนากรอบความคิดและกรอบทักษะสำหรับการทำงาน 2.การพัฒนากรอบทักษะ เพื่อการทำงานในยุคดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อการขับเคลื่อนภารกิจตามแผนการปฏิรูปประเทศ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนการพัฒนาระบบราชการในอนาคต
    เพื่อให้บุคลากรภาครัฐมีทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาครัฐ สร้างผลลัพธ์เชิงนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและประชาชน พร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์องค์กร ทิศทางการพัฒนาประเทศ และการปฏิรูปภาครัฐ ส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นได้เรียนรู้และทำงานร่วมกัน
    และ 3.ปลูกฝังบุคลากรภาครัฐให้มีกรอบความคิดในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง การมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวมและทำงานบนหลักคุณธรรม ให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวม ทำงานด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรม ปลูกฝังกระบวนการทางความคิด ความเชื่อ ค่านิยม อุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานจนถึงตำแหน่งระดับสูง
    "จาก 3 แนวทางดังกล่าวเป็นกรอบสำคัญให้บุคลากรภาครัฐ ส่วนราชการ และหน่วยงานภาครัฐนำไปดำเนินการด้านการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้เป็นทิศทางเดียวกัน ตอบโจทย์ของการเป็นบุคลากรและหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน ในฐานะภาครัฐของประชาชน และมีความโปร่งใส ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่บุคลากรแรกบรรจุ จนถึงตำแหน่งประเภทบริหาร ซึ่งการนำทักษะเชิงยุทธศาสตร์และทักษะด้านภาวะผู้นำมาใช้ หน่วยงานอาจปรับรายละเอียดให้เหมาะสมตามบริบทของหน่วยงานได้"
    สำหรับ การวัดผลสัมฤทธิ์นั้นจะวัดผลสำเร็จจากการดำเนินการในปี 2565 คือ ความสำเร็จของการพัฒนา นโยบาย หลักเกณฑ์ ระบบ เครื่องมือ กลไก ที่เป็นต้นแบบในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ และความสำเร็จในการส่งเสริมให้ส่วนราชการจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรที่สอดคล้องกับแนวทาง การพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ.2563-2565 และยุทธศาสตร์องค์กรของหน่วยงาน
    ส่วนตัวชี้วัดส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ จะวัดผลสำเร็จระหว่างปี 2563-2565 เช่น หน่วยงานมีแผนพัฒนาบุคลากรที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาบุคลากรฯ และยุทธศาสตร์ขององค์กร ระดับความสำเร็จในการออกแบบกรอบการพัฒนาสมรรถนะเฉพาะที่ครอบคลุมบุคลากรทุกระดับของหน่วยงาน โดยสำนักงาน ก.พ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจะเป็นผู้ติดตามและประเมินผลเป็นรายปี
    ทั้งนี้ หากการปฏิรูปฯ สามารถเดินหน้าได้ตามที่วางไว้ ก็เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการเข้าถึงภาครัฐได้ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ “รัฐบาล” กำหนด.
 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"