มารบ่มี...บารมีบ่เกิด!!!


เพิ่มเพื่อน    

        ไม่รู้ว่าใคร? เมื่อไหร่? หรือตอนไหน?...ที่เป็นผู้ประดิษฐ์ คิดค้น ถ้อยคำสั้นๆ แต่ออกจะลึกซึ้ง ถึงกึ๋น มิใช่น้อย นั่นคือคำว่า มารบ่มี...บารมีบ่เกิด เพราะไม่ว่าบรรดาผู้ที่ ดี-เด่น-ดัง ระดับสูงสุดของมวลมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ ดังเช่นบรรดา พระศาสดา ของศาสนาในแต่ละราย โดยประวัติความเป็น-มา ล้วนแล้วแต่ต้องเจอมาร ผจญมาร มาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น...

                                       ------------------------------------------

        พระสัมมาสัมพุทธเจ้า...ช่วงที่ต้องเจอมาร ผจญมาร จะมีรายละเอียดแบบไหน อย่างไร คงไปหาอ่านกันเอาเองได้ไม่ยาก เพราะแม้ทุกวันนี้ รูปเคารพ วัตถุบูชา ปางพระพุทธเจ้าผจญมาร ยังหาเช่า หาซื้อ กันได้สบายๆ ส่วนพระเยซูของศาสนาคริสต์ แม้ต้องลงทุนไปเปิดพระคัมภีร์ไบเบิลกันแบบหน้าต่อหน้า แต่คงไม่ถึงกับลำบากมากมายซักเท่าไหร่ ในการค้นหารายละเอียดช่วงที่ต้องเจอมาร ผจญมาร หรือช่วงปลีกวิเวก ทำสมาธิ อยู่แถวๆ ทะเลทรายเด็ดซี เมื่อเจอกับพญามาร หรือ ซาตาน แบบตัวเป็นๆ โผล่ให้เห็นแบบต่อหน้าต่อตา ท่านจะทำไง ไปไง มาไง ก็ลองไปศึกษา ค้นคว้า กันเอาเองก็แล้วกัน...

                                        -------------------------------------------

        แต่ก็ด้วยความเป็นมาร เป็นซาตาน ที่จะถูกวาดภาพ วาดจินตนาการ ให้ออกไปแนวไหน แบบไหน ก็ตาม เป็นงูเงี้ยว เขี้ยวขอ เป็นพญานาค เป็นนารีสตรีเพศ ที่สุดสวยสุดแสบ ระดับต้องเรียกรถพยาบาลให้มารอรับกันไปเป็นคันๆ หรือเป็นผู้มีอำนาจสามารถดลบันดาล ให้เกิดสิ่งหนึ่ง สิ่งใด ตามความปรารถนาและต้องการของกิเลสและอวิชชาได้เสมอๆ ฯลฯ แต่คุณลักษณะโดยรวมๆ แล้ว คงไม่ต่างอะไรไปจาก บททดสอบ ความเป็น ของจริง-ของแท้ ของบุคคลนั้นๆ ในแต่ละระดับ แต่ละศักยภาพนั่นเอง ว่าจะสามารถฝ่าด่าน สามารถเอาชนะบททดสอบนั้นๆ ได้ในรูปไหน แบบไหน...

                                    -----------------------------------------------

        และถ้าว่ากันตามแบบอย่าง แนวทาง ที่คุณน้า Nikki Giovanni กวีชาวอเมริกัน เธอได้เสกสรรค์ ปั้นแต่ง ไว้เป็น วาทะ ที่ออกจะ เข้าท่า มิใช่น้อย ประมาณว่า...Mistakes are a fact of life. It is the response to the error that count. หรือ ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่ปฏิกิริยาต่อความผิดพลาดต่างหากที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ การฝ่าด่าน การเอาชนะบททดสอบ ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณีนั้น อันนี้นี่แหละ...ที่จะเป็นบทพิสูจน์ความเป็น ของจริง-ของแท้ ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ว่าจริงขนาดไหน แท้ขนาดไหน หรือทำให้สิ่งที่พวกฝรั่งเองก็ยังไม่ถึงกับเข้าถึงและเข้าใจแบบลึกๆ ซึ้งๆ นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า บารมี แบบตามฉบับไทยๆ ย่อมสามารถปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ อันเนื่องมาจาก มารบ่มี...บารมีบ่เกิด นั่นเอง...

                                     -------------------------------------------------

        สรุปเอาเป็นว่า...บ้านเรา ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ในทุกวันนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากบ้านอื่น เมืองอื่น อีกหลายๆ บ้าน หลายๆ เมือง นั่นแหละทั่น คือเต็มไปด้วย ปัญหา และ อุปสรรค ที่ต้องตามล้าง ตามเช็ด และตามแก้ อย่างชนิดมิรู้จบ ยิ่งโดยเฉพาะความเป็นไปของโลกในยุคใหม่ สมัยใหม่ ยิ่งมักกลายเป็นตัวสร้างปัญหาและอุปสรรคใหม่ๆ ให้กลายมาเป็น บททดสอบ ที่ออกจะสลับซับซ้อน ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การฝ่าด่าน การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้วแน่ๆ ยิ่งเป็นปัญหา อุปสรรค ประเภทออกไปทางที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ท่านใช้คำว่า ดิจิตอล ด้วยแล้ว ใครก็ตามที่ก่อกำเนิดขึ้นมาในยุค อนาล็อก เผลอๆ...มีแต่ต้อง มึนซ์ซ์...กับ...มึนซ์ซ์ซ์ ไปเป็นแถบๆ...

                                  -------------------------------------------------------

        ประเภทปั่นโน่น ปั่นนี่ สร้างเรื่อง สร้างราว อาศัยเฟกนิวส์ ฟักนิวส์ ที่แทบไม่ใช่แฟกนิวส์ เป็นเครื่องมือ ชนิดสามารถดลบันดาลให้ โลกเสมือนจริง กลายเป็นโลกที่มีบทบาท อิทธิพล เหนือไปกว่า โลกแห่งความเป็นจริง เอาเลยก็ไม่แน่ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้ บททดสอบ ในโลกยุคใหม่ สมัยใหม่ ออกจะเป็นอะไรที่น่าปวดเศียร เวียนเกล้า เสียเหลือเกิน ต้องตามล้าง ตามเช็ด ตามแก้ กันชนิดหัวแม่โป้ง หัวแม่มือ สึกแล้วสึกเล่า จากการต้องคอยจิ้มๆ ทิ่มๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต คอยเอานิ้วชี้ หรือนิ้วอะไรก็แล้วแต่ สไลด์โทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหา หรือเพื่อแสดงออกถึงปฏิกิริยาต่อสิ่งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดพลาดในรูปแบบต่างๆ...

                                     --------------------------------------------------

        แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหากเป็น ของจริง-ของแท้ ซะอย่างแล้ว!!! อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้มันคงไม่ถึงกับเหลือบ่า กว่าแรง มากมายเกินไปนัก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยึดเอา ธรรมะ เป็นที่ตั้งไว้เป็นอันดับแรก ผู้ที่พร้อมจะเดินตาม เจริญรอยตาม แนวทางของธรรมะอย่างไม่คิดผันแปรไปเป็นอื่น ด้วยเหตุเพราะอานุภาพแห่งธรรม หรือศักยภาพแห่งธรรม ที่อยู่เหนือไปกว่าอำนาจใดๆ ในโลกนี้ เหนือกาลเวลาและโอกาส ไม่เพียงแต่ถือเป็นคุณากร ส่วนชอบสาทร ดุจดวงประทีปชัชวาล แต่ยังพร้อมปกป้อง คุ้มครอง คุ้มกันบรรดา ผู้ประพฤติธรรม ในแบบ ธัมโม หเว รักขติ ธัมมจาริง หรือ ธรรมะย่อมพิทักษ์รักษาผู้ประพฤติธรรม อย่างแน่นอน แน่แท้ ชนิดมิต้องพึงสงสัยใดๆ อีกต่อไป...

                                     -------------------------------------------------

        ด้วยเหตุนี้...สำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลายนับแต่นี้ไป คงไม่ถึงกับต้องปวดหัวอะไรมากมายจนเกินไป ถือซะว่า มารบ่มี...บารมีบ่เกิด เพราะโดยการแสดงออกต่อข้อกล่าวหาว่าด้วยความผิดพลาดทั้งหลาย ทั้งปวงนั้น คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า เป็นไปในแนวทางธรรมะ เป็นไปตามแบบฉบับ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม...เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม อย่างไม่คิดจะผันแปรไปเป็นอื่น...

                                   ----------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Shakespeare (อีกครั้ง)...“He that patiently life’s burden bears, no burden bears, but is a King, a King. – ผู้มีความอดทนสู้แบกภาระแห่งชีวิตนั้น แท้ที่จริงมิใช่แค่ผู้แบกภาระ หากแต่เป็นพระราชาโดยแท้...”

                                  ---------------------------------------------------


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ