เรียกร้องกรรมการสิทธิฯ ปกป้องนักเคลื่อนไหวการเมือง ผิดหวังเพิกเฉยหน้าที่


เพิ่มเพื่อน    

3 พ.ย.63 - เวลา 11.00น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดย น.ส.สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น.ส.ทิพอัปสร แก้วมณี นักศึกษาม.รามคำแหง นายศิริ นิลพฤกษ์ และนายดนย์ ทาเจริญศักดิ์ ยื่นหนังสือผ่านนายชนินทร์ เกตุปราชญ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้ กสม.ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนโดยเฉพาะนักกิจกรรมทางการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวในขณะนี้ เนื่องจากเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุม กสม.ละเลยเพิกเฉยต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้มีการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักการปารีส ที่เป็นหลักสากลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติบัญญัติไว้

น.ส.ทิพย์อัปสร กล่าวว่า ขณะนี้ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นที่จับตาขององค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของกสม.ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่กลับพบว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชน และเยาวชน ในช่วงที่ผ่านมา กลับมีการจับกุมแกนนำ โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่แสดงตน มีการใช้กำลังเข้าบังคับ ไม่ให้สิทธิในการประกันตัว มีความพยายามที่จะขออายัดตัวสอบสวนแกนนำที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทั้งที่แกนนำเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งมีการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม สถานการณ์เหล่านี้เปราะบาง และสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งสังคมคาดหวังจะเห็นบทบาทของกสม.ในการตรวจสอบ แต่ที่ผ่านมากลับพบว่าละเลยเพิกเฉย ซึ่งทางเครือข่ายรู้สึกผิดหวังและเสียใจ จึงต้องการมาเรียกร้องให้กสม.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติไว้

ด้านนายชนินทร์  ชี้แจงว่า ในช่วงที่ผ่านมานับแต่มีการชุมนุมเกิดขึ้น กสม.มีออกแถลงการณ์เพื่อสื่อสารไปถึงรัฐบาลและผู้ชุมนุม มีข้อเสนอแนะให้สองฝ่ายยึดหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ทุก เพื่อให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ใช้มาตรการที่รุนแรงกับผู้ชุมนุม รวมทั้งให้รัฐดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ตลอดจนคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในกรณีผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัว และมีการตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นคณะกรรมการตรวจสอบเข้าไปติดตามตรวจสอบเมื่อมีการชุมนุมทุกครั้งมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปเก็บข้อมูลว่ามีการละเมิดสิทธิหรือไม่ เพื่อนำมาจัดทำรายงานข้อเสนอแนะ ของคณะทำงานเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยืนยันว่า กสม.เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่มีการร้องเรียนให้ กสม.เข้าไปคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็มีการร้องเรียนทั้ง 2 ฝ่าย กสม.จึงตั้งคณะทำงานเป็นรายกรณี ที่จะต้องรับฟังพยานหลักฐาน ส่วนบุคคลที่ถูกจับกุมดำเนินคดี ตรวจสอบแล้วไม่พบว่าถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งกสม.ได้ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลในเรื่องสิทธิขั้นพื้นที่ และสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชี้แจงทางแกนนำเครือข่ายก็ได้ยกตัวอย่างการละเมิดสิทธิของเจ้าหน้าที่รัฐกรณีนักศึกษารามคำแหงถูกกลุ่มคนเสื้อเหลืองระหว่างการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งผ่านมา 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมคนกระทำผิดไม่ได้ แต่ในกรณีของ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม ถูกทำร้ายร่างกายที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตำรวจกลับจับตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม  สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ผ่านไป 5 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งนายชนินทร์ กล่าวว่า เรื่องของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง อยู่ในการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ส่วนกรณีของนายวันเฉลิม ทางกสม.ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศในการติดตาม ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับก็ระบุว่า ทะเบียนรถที่ปรากฏอยู่ในภาพไม่อยู่ในระบบ ขณะเกิดเหตุที่ทำให้นายวันเฉลิมหายตัว ไม่มีใครพบเห็นที่จะเป็นพยานได้ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศก็ได้มีการแจ้งความคืบหน้าให้ทางกสม.และญาติทราบเป็นระยะ

ด้านน.ส.สิตานันท์ กล่าวว่า พรุ่งนี้จะครบ 5 เดือนที่น้องชายหายตัวไป ถ้าถามว่ารัฐบาล และกสม.ทำอะไรบ้างก็มีแค่การแจ้งข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศดังกล่าว ซึ่งกสม.เป็นองค์กรอิสระแต่ทำงานใต้รัฐบาล จะเรียกว่าองค์กรอิสระได้อย่างไร วันนี้ที่ตนยังตามหาวันเฉลิม ยังมีความหวัง ไม่ว่าจะเจอในลักษณะใดก็ตาม แต่ตนเป็นพี่สาวที่ออกตามน้องที่หายไป แต่วันนี้ก็กลับถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ติดตามตัวตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งตนรู้ว่าเป็นหน่วยงานใด มีภาพถ่ายหมด แต่ไม่รู้จะไปร้องหน่วยงานไหน เพราะไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมไทย ขณะแกนนำเยาวชนที่ออกมาชุมนุมตามสิทธิในขณะนี้กลับถูกจับกุมตัว แล้วไม่ให้ประกันตัว อย่างนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน มีคดีติดตัวกว่า 80 คดี ในโลกนี้มีประเทศไหนที่ยัดข้อหาได้ขนาดนี้


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.