หาเสียงอบจ.เดือดแล้ว! ชาวมหาชัยชูป้ายไล่ทอน


เพิ่มเพื่อน    

หาเสียงเลือกตั้ง อบจ.เดือด! "ทอน" ลงพื้นที่มหาชัยเจอคนรักสถาบันชูป้ายตะโกนไล่ "กกต." เผยปิดรับสมัครแล้วภาพรวมเรียบร้อยดี พร้อมตรวจสอบเรื่องร้องเรียนทำผิด กม. "มท.1" กำชับ ขรก.ต้องวางตัวเป็นกลาง
    ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 09.05 น. นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)? กล่าวถึงการรับสมัครนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นวันสุดท้ายว่า ได้รับรายงานว่าเรียบร้อยดี กกต.ได้ใช้ความสมานฉันท์?เพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้ง?กัน และอยากกำชับผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ส.ส. และ ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภา ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ รวมถึงผู้ช่วย ส.ส. ไม่สามารถช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งในการหาเสียงครั้งนี้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับการหาเสียงผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์? บุคคลข้างต้นไม่สามารถกดไลค์กดแชร์ได้ หากกระทำถือว่าผิด เป็นความผิดตามกฎหมายทันที ส่วนการประกาศรายชื่อผู้สมัคร กกต.สามารถประกาศรายชื่อภายใน 7 วัน หากผู้สมัครพบว่าไม่มีรายชื่อให้ประสานต่อ กกต.ได้ภ?า?ยใน 3 วัน
    สำหรับการประกาศแบ่งเขตองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลนั้น ทาง กกต.ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งจะต้องขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี ซึ่งทาง กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง หลังจากผ่านการเลือกตั้งวันที่ 20 ธ.ค.นี้
    เมื่อถามว่า ในวันรับสมัครเลือกตั้งวันแรก มีผู้ช่วย ส.ส.ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร จะผิดกฎหมายหรือไม่ นายฐิติเชฏฐ์กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ได้หมายเลขผู้สมัคร การดำเนินการหาเสียงสามารถดำเนินการได้แล้ว วันนั้นผู้สมัครต้องปฏิบัติตามระเบียบของ กกต. อย่างไรก็ตาม กกต.มีความกังวลในข้อร้องเรียนที่มีการกลั่นแกล้งกัน  ส่วนข้อร้องเรียนเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย กกต.ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนไว้เพียงพอ ซึ่งสามารถปฏิบัติงาน?ได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ถ้าหากมีผู้ร้องเรียน กกต.จะดำเนินการตามกฎหมาย และไม่ละเว้นรายหนึ่งรายใด และไม่ละเว้นการปฏิบัติซึ่งต้องตรวจสอบเป็นกรณีไป
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนวางตัวเป็นกลาง
    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการวางตัวเป็นกลางของข้าราชการในการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ทุกคนทราบดีโดยกฎหมายว่าข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลพื้นที่ต้องวางตัวเป็นกลางเช่นกัน เพราะการเลือกตั้งมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องไม่ให้คุณหรือโทษกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องดูแลตัวเองอยู่แล้ว และกฎหมายก็เป็นแบบนี้
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการส่งผู้สมัครเลือกตั้ง อบจ.ในนามพรรคว่า เมื่อ กกต.มีมติชัดเจนว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองห้ามไปช่วยผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นหาเสียง หากถามว่าชอบไหม ก็ไม่ชอบ แต่ต้องทำตามกฎหมาย เพราะกฎหมายให้อำนาจ กกต.เป็นผู้ตัดสิน เมื่อ กกต.บอกไม่ให้ทำ ก็ไม่เป็นไร ซึ่งเราเชื่อว่าผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เราส่งกำลังใจช่วย
    ส่วนกรณีที่ กกต.ให้ผู้สมัครใช้โลโก้พรรคการเมืองในการหาเสียงได้นั้น มองว่าการให้ผู้สมัครลงในนามอิสระ น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า เราไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของพรรคแต่คิดถึงประโยชน์ของประชาชน หากไปใส่โลโก้พรรค ประชาชนที่ชอบผู้สมัครอาจจะอึดอัดในการลงคะแนน ดังนั้นเราให้ความเป็นอิสระแก่ประชาชน ให้มีความสบายใจในการเลือกผู้นำท้องถิ่นของเขา ซึ่งการใส่โลโก้พรรคจะกลายเป็นการเพิ่มข้อจำกัด ไม่มีประโยชน์อะไร
    เมื่อถามว่า ในอนาคตจะเสนอให้ กกต.แก้ไขในเรื่องพรรคการเมืองส่งผู้สมัครหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมดเมื่อถึงเวลา แต่เราไม่ได้กังวลตรงนี้ เพราะเชื่อว่าผู้สมัครท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคเราแต่ละจังหวัด เขามีความเข้มแข็งในตัวเขาเองอยู่แล้ว ตนเชื่อมือลูกพรรค
    ที่ จ.สมุทรสงคราม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางไปช่วยหาเสียงให้กับนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสงคราม ทั้งนี้ นายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ออกมีกฎระเบียบห้ามไม่ให้นักการเมืองกดไลค์กดแชร์ช่วยในการหาเสียงว่า ตราบใดที่ไม่มีการเอางบประมาณหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ การสนับสนุนคนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องสิทธิของคนทุกคน คิดว่ากฎตรงนี้เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนมากเกินไป
    "กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสสำหรับทุกฝ่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมาทำให้ประชาชนสงสัยกับการทำงานของ กกต. ประชาชนสงสัยว่าทำไมถึงมีบัตรเขย่งในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ประชาชนสงสัยว่า กกต.ใช้สูตรเลือกตั้งอะไรในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และ กกต.ชุดนี้มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยแคร์ประชาชน นี่คือรูปธรรมขององค์กรที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน" นายธนาธรระบุ
    จากนั้นในช่วงบ่าย นายธนาธรได้เดินทางไปช่วยหาเสียงให้กับนายอวยชัย จาตุรพันธ์ ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสาคร ที่ ต.ท่าฉลอม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ปรากฏว่าขณะที่นายธนาธรเดินหาเสียงภายหลังจากข้ามเรือจากฝั่งท่าฉลอมมามหาชัย มีผู้ชายถือป้ายประท้วงขับไล่มีข้อความว่า "เรารักสถาบัน ไม่เอาธนาธร" พร้อมตะโกนว่า "ไอ้ธนาธร คนหนักแผ่นดิน ประชาธิปไตยอะไรคุกคามแต่คนอื่น ปลุกปั่น ยุยงเด็กให้แตกแยก  ไม่รักสถาบัน มึงอยู่เมืองไทยทำไมวะ ไป๊ คนหนักแผ่นดิน ยุยงปลุกปั่นเด็ก มึงเอาครอบครัวออกมานำหน้าม็อบเลย" อย่างไรก็ตามไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น
    ที่ จ.สกลนคร คณะก้าวหน้าได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายณรงเดช อุฬารกุล ผู้สมัครนายก อบจ.สกลนคร หมายเลข 3 และทีมผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบจ. ทั้ง 36 เขต โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวปราศรัยต่อประชาชนกว่า 500 คนว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 9 เดือน ที่ได้กลับมาปราศรัยหาเสียงอีกครั้งที่จังหวัดสกลนคร โดยส่งผู้สมัครทั้งหมด 41 จังหวัด จากทั้งหมด 76 จังหวัด และสกลนครเป็นจังหวัดที่ประกาศตัวว่าจะส่งคนชิงนายก อบจ.และ ส.อบจ.เป็นที่แรกๆ ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งต้องการจะเปลี่ยนการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นแบบใหม่
    นายปิยบุตรกล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นแม้จะเลือกกันในจังหวัด แต่สะท้อนถึงการเมืองระดับชาติด้วยการเลือกตั้งทุกระดับคือสามารถเป็นพลังในการแสดงออกว่าเราพอใจหรือไม่พอใจกับการบริหารประเทศในปัจจุบัน คณะก้าวหน้ามีจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้ เราสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลาออก คืนอำนาจสู่ประชาชน ทวงคืนประชาธิปไตย ยุติระบอบ คสช.ที่สืบทอดอำนาจผ่านกลไกรัฐธรรมนูญมา ขณะนี้มีการชุมนุมเกิดขึ้นทั่วประเทศไทยทั่วทุกจังหวัด แสดงออกถึงความไม่พอใจ ถ้าวันที่ 20 ธ.ค. ประชาชนออกมาเลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าให้ถล่มทลาย นั่นจะเป็นสัญญาณส่งไปที่รัฐบาลว่าคนสกลนครสนับสนุนคณะก้าวหน้า ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ได้ด้วยเช่นกัน
    "ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่สกลนคร เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่บ้านของท่าน เปลี่ยนการเมืองไทยไปด้วยกัน เปลี่ยนท้องถิ่นไทยไปด้วยกัน เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน เราเขย่าการเมืองระดับชาติมาเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว ธ.ค.ปีนี้ขออีกรอบ เขย่าท้องถิ่นไทย เขย่าสกลนคร เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน" เลขาธิการคณะก้าวหน้ากล่าวทิ้งท้าย.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.