ยื่นกกต.เอาผิด ‘ทอน-ป๊อก-ช่อ’ ทำคล้ายพรรค


เพิ่มเพื่อน    

 

"ศรีสุวรรณ" ร้อง กกต.เอาผิด "ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์" ตั้งคณะก้าวหน้า ส่งคนลงเลือกตั้ง อบจ. ดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.111 "สมชัย" โผล่แจงใช้ชื่อคล้ายพรรคการเมืองสมัครได้ไม่ผิด "พท." เปิดตัว 25 ผู้สมัคร อบจ. ดัน 6 นโยบายสำคัญใช้หาเสียง "เชียงใหม่-บุรีรัมย์" ติวเข้มเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 9 พ.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบคณะก้าวหน้าที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นกรรมการ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช เป็นโฆษก  กรณีส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่
    นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้กรรมการบริหารพรรคที่รวมถึงนายธนาธร, นายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ถูกเพิกถอนสิทธิสมัคร แต่บุคคลทั้ง 3  ก็ไปจัดตั้งเป็นกลุ่มการเมืองคณะก้าวหน้า มีการกำหนดตำแหน่งแบ่งงานกันทำ และขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองมาโดยตลอด จนเมื่อ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้ง อบจ. คณะก้าวหน้าได้ส่งผู้สมัครทั้งนายก และสมาชิกสภา อบจ.ลงชิงชัยในนามกลุ่มกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ และหลังการรับสมัครแกนนำคณะได้เดินสายช่วยผู้สมัครของคณะหาเสียง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง  มาตรา 111 ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุก และปรับ และอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จำคุกไม่เกิน  3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    "กรณีของคณะก้าวหน้ามีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ชัดเจน ในเรื่องของการเคลื่อนไหวผลักดันทางการเมือง ดังนั้นการที่คุณธนาธร, คุณปิยบุตร และคุณพรรณิการ์มาตั้งคณะก้าวหน้า แล้วมาขับเคลื่อนกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง น่าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 111 จึงต้องมาร้อง กกต.ให้ดำเนินการตรวจสอบว่า การดำเนินกิจกรรมของคณะก้าวหน้าเป็นการสมคบกันเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในลักษณะเดียวกันกับพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าผิดจะต้องดำเนินการเอาผิดตามที่กฎหมายกำหนด ที่สำคัญสมาชิกที่ไปลงเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ในนามคณะก้าวหน้า ก็อาจจะเป็นผู้ร่วมสมคบคิดตามมาตรา 111 นี้ด้วย เพราะฉะนั้น กกต.มีอำนาจที่จะเอาผิดลงโทษ เพิกถอนสิทธิการลงสมัครเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ด้วย" นายศรีสุวรรณกล่าว
    ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณยื่นตรวจสอบเอาผิดคณะก้าวหน้าว่า แล้วแต่ กกต. ตนคงไม่ก้าวล่วง กกต.คงจะพิจารณาว่าจะเอาอย่างไร โดยสถานะของคณะก้าวหน้าไม่เป็นพรรคการเมือง เป็นกลุ่มสามารถที่จะส่งผู้สมัครได้ การลงเลือกตั้งท้องถิ่นลงได้ทั้งพรรคการเมืองส่งเองและเป็นกลุ่ม ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ทุกจังหวัดที่มีการลงสมัครกันเป็นกลุ่ม มีโลโก้ ซึ่งโลโก้ของหลายกลุ่มคล้ายพรรคการเมืองเยอะแยะไป อย่างกลุ่มประชารัฐก็คล้ายกับพรรคพลังประชารัฐด้วยซ้ำ ใน จ.สมุทรสาครมีประชารัฐสมุทรสาคร แล้วก็มีคนที่นำกลุ่ม ส่วนเชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้นตนตอบไม่ได้ แต่ชื่อกลุ่มคล้ายกับพรรคก็ไม่มีใครว่าอะไร
    "กรณีตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้น ถ้าใช้ชื่อว่าพรรคอะไรขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองจริง จึงจะผิดกฎหมายพรรคการเมือง ไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองโดยไม่จดทะเบียนกับ กกต.ได้ การใช้คำว่าพรรคแล้วให้คนสับสนว่าเป็นพรรคการเมืองถือว่าผิด เช่น พรรคคอมมิวนิสต์ ใครใช้ก็ผิด ยืนยัน  พ.ร.ป.พรรคการเมืองใช้กับคนที่อ้างตัวเป็นพรรค" อดีต กกต.ระบุ
    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. พร้อมนายนพดล ปัทมะ ประธานคณะทำงานนโยบายและวิชาการ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค ร่วมกันเปิดแคมเปญนโยบายเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด และเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคทั้ง 25 คน
    นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับท้องถิ่นทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ที่จะต้องดูแลประชาชนทั้งจังหวัด ถ้าได้ผู้บริหารที่ดีจะสร้างรากฐานที่ดีให้ท้องถิ่นและจังหวัด พรรคมีความเห็นว่าหากผู้สมัครใดอยากลงในนามพรรค ก็สามารถแจ้งความประสงค์ขอใช้โลโก้และนโยบายพรรคในการหาเสียงได้ ขณะนี้มีทั้งสิ้น 25 จังหวัดที่แจ้งความประสงค์เข้ามา
    ส่วนนายนพดลกล่าวว่า พรรคไม่ได้มองท้องถิ่นเป็นฐานการเมือง แต่มองว่าท้องถิ่นเป็นฐานรากที่จะทำให้บ้านเมืองแข็งแรง ผู้สมัครในนามเพื่อไทยถือว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มการเมืองอิสระ เพราะมีแนวคิด คือเอาประสบการณ์ความรู้สมัยพรรคไทยรักไทยมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในจังหวัด โดยนำนโยบายกลางเป็นแคมเปญที่จะนำไปให้ผู้สมัคร อบจ.ใช้หาเสียง
    "แคมเปญกลางมี 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการเดินทาง-ขนส่ง ด้วยระบบขนส่งคุณภาพใกล้บ้าน  และเชื่อมท้องถิ่นเป็นเส้นเลือดฝอยด้านคมนาคม 2.นโยบายด้านสุขภาพ ที่เน้นให้คนในท้องถิ่นมีสุขภาพที่ดีขึ้น และอยู่ใกล้บ้าน 3.นโยบายด้านการศึกษา ที่ตั้งเป้าลดเด็กหลุดจากระบบศึกษาเพราะยากจนให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ภายใต้แนวคิด ลูกคุณเราดูแล ลูกเราต้องเท่ากัน และการศึกษาระดับโลกใกล้บ้าน 4.ด้านการเกษตร-อาหารปลอดภัย ด้วยแนวคิดเกษตรปลอดภัยใกล้บ้าน สู่ครัวโลก  ปลูกในถิ่น กินไปทั่วโลก 5.ด้าน SMEs OTOP และ 6.ด้านท่องเที่ยว-กีฬา-วัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้" ประธานคณะทำงานนโยบายกล่าว
    ที่ จ.เชียงใหม่ กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียใหม่ จัดทำโครงการให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทำผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเชิญผู้สมัครรับเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์? เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับทราบแนวทางการเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ระเบียบและประกาศที่กำหนด ป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
    นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีลงนามพันธสัญญาของผู้สมัครทั้งหมดในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ  และประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย? เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่ง?ใส? และที่สำคัญได้เน้นย้ำเรื่องการห้ามนำเรื่องสถาบันมาใช้หาเสียง รวมทั้งการกระทำอื่นใดที่เข้าข่ายตามที่กฎหมาย?กำหนด?
    ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ กกต.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ อบจ.บุรีรัมย์  จัดอบรมคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอในการเลือกตั้ง อบจ. มีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธาน ร่วมกับ น.ส.ปิยนาฏ กลางพนม ผู้อำนวยการ กกต.บุรีรัมย์ โดยมีคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอ ประกอบด้วย นายอำเภอ, สาธารณสุขอำเภอ, ท้องถิ่นอำเภอ, กศน.อำเภอ และ ผกก.สภ.ในแต่ละอำเภอ จำนวน 130 คนเข้าร่วมประชุมครั้งนี้
    นายธัชกรกล่าวว่า การจัดอบรมให้ความรู้แก่คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอ เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางปฏิบัติงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้กระบวนการ ขั้นตอน การดำเนินการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความสุจริต เที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบได้ ปราศจากการร้องเรียนในเรื่องใดๆ.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.