เร่งสางคดีพบศพหมกในรถพ่วงบรรทุกทราย เรียกคนขับสอบเพิ่ม ตรวจดีเอ็นเอ


เพิ่มเพื่อน    

12 พ.ย.63 - จากกรณี นายสังข์เวียน ศรีสวย อายุ 39 ปี ขับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ สีเหลือง อีซูซุ ทะเบียนหน้า 70-4037 พิษณุโลก ทะเบียนพ่วง 70-4038 พิษณุโลก บรรทุกทรายจากทรายเมรัย หมู่ 5 ตำบลสินปุน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี นำไปส่งให้กับโรงงานแพล้นปูนคอนกรีตผสมเสร็จแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชุมพร ปรากฏว่าขณะยกดัมพ์พ่วงเททรายลงพื้นได้มีศพหล่นลงมากับทรายด้วย ที่ใบหน้ามีแผลแตกและแผลถลอก ส่วนตามลำตัว ขาแขนไม่มีร่องรอยบาดแผล ตามข่าวที่เสนอนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ ที่ สภ.เมืองชุมพร  พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร  พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.เมืองชุมพร พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สอบสวน ได้เชิญนายสังเวียน ศรีสวย อายุ 39 ปี คนขับรถพ่วงคันดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง หลังจากวันที่ 9 พ.ย.63 ได้บรรทุกขี้ยางไปลงที่โรงงานใน อ.สะเดา จ.สงขลา แล้วเดินทางกลับในวันเดียวกัน โดยมีเส้นทางจากจีพีเอสที่ติดตั้งไว้ในรถสามารถระบุพิกัดที่นายสังเวียนแวะจอดริมทางและปั้มน้ำมันมาตลอดเส้นทางรวมทั้งหมด 4 จุด โดยจุดสุดท้ายในช่วงเย็นได้แวะเข้านอนที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นช่วงสายประมาณ 10 โมงเช้าของวันที่ 10 พ.ย.63 ได้เข้าไปบรรทุกทรายที่ท่าทรายเมรัย หมู่ 5 ตำบลสินปุน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะขับรถนำทรายประมาณ 20 ตัน ไปส่งให้ลูกค้าที่โรงงานแพล้นปูนคอนกรีตผสมเสร็จแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร และพบมีศพหล่นลงมากับกองทรายด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนายสังเวียนคนขับรถนานเกือบ 1 ชั่วโมง

นายสังเวียน เปิดเผยว่าวันที่ 9 พ.ย.63 หลังจากไปลงสินค้าซึ่งเป็นขี้ยางไปที่ อ.สะเดา จ.สงขลาแล้ว จากนั้นตนเองก็ขึ้นไปปัดกวาดทำความสะอาดบนกระบะรถจนสะอาดโดยไม่มีสิ่งของใดๆหลงเหลืออยู่เลย เมื่อตนขับออกมาจนมาติดไฟแดงที่สี่แยกคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ประมาณบ่ายสามโมง ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนมาถึง อ.เวียงสระ ต.สุราษฎร์ธานี ประมาณช่วงเย็นและได้นอนในปั๊มเพื่อรอไปขึ้นทราย  ต่อมาในช่วงประมาณ 10 โมงเช้าวันที่ 10 พ.ย.63  ตนก็ได้ขับรถไปขึ้นทรายที่ท่าทรายเมรัย หมู่ 5 ตำบลสินปุน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี จนเต็มแล้วขับมาลงของที่โรงงานเพล้นปูนที่ จ.ชุมพร ในช่วงเย็นก็พบศพหล่นลงมาพร้อมกับทรายด้วยซึ่งตนเองก็แปลกใจว่าศพมาจากไหน

ด้าน พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่าจากการสืบสวนทราบแล้วว่าผู้ตายชื่อ นายอนุพงษ์ สุวรรณชาตรี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่79 หมู่ 2 ตำบลท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา มีประวัติเกี่ยวกับจิตเวช ต้องกินยาประจำ มีอาชีพรับจ้างทำงานเฝ้าสวนอยู่ในพื้นที่ ซึ่งญาติได้แจ้งความหายไว้ที่ สภ.บางกล่ำ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.63 ซึ่งเป็นช่วงที่รถบรรทุกพ่วงไปส่งสินค้าและเดินทางกลับพอดี และหลังพบศพโทรศัพท์มือถือของผู้ตายหายไป 1 เครื่อง ซึ่งเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุมาจากการฆาตรกรรมหรือเป็นอุบัติเหตุ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอผลวินิจฉัยจากทางสถาบันนิติเวชว่าบาดแผลที่ใบหน้าของผู้ตายเกิดจากอะไร แต่เบื้องต้นทางแพทย์ที่ไปชันสูตรที่เกิดเหตุสันนิษฐานว่าบาดแผลที่พบอาจจะตกหรือล้มลงกระแทกของแข็ง แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนทำให้ตายได้  ซึ่งยังไม่สามารถตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดทิ้งไปได้ในขณะนี้ ต้องรอหลักฐานประกอบอีกหลายๆอย่าง

ต่อว่าเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.ณรงค์ธรรม มาศคีรีวงศ์  นวท.(สบ4)พิสูจน์หลังฐาน จ.ชุมพร พร้อมทีมสืบสวนภาค 8 ได้เชิญนายสังเวียน ศรีสวย คนขับรถพ่วงไปตรวจสอบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ คันที่บรรทุกศพมากับทราย เพื่อตรวจหาหลักฐานลายนิ้วมือแผงที่บริเวณบันไดตัวพ่วงหลังที่บรรทุกทรายและศพผู้ตาย โดยวัดความสูงของกระบะพ่วงและราวบันไดอย่างละเอียด มีความสูงจากพื้นถึงขอบกระบะบน 3.50 เมตร ส่วนตัวบันใดที่พาดถึงขอบกระบะบนสูง 2.40 เมตร

จากนั้นได้ตรวจอายัดสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของคนขับที่อยู่ภายในเก๋งหัวรถไว้ทั้งหมด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าและอื่นๆอีกหลายรายการไว้ตรวจเก็บ ดีเอ็นเอ ว่ามีของผู้ตายติดอยู่บ้างหรือไม่เพื่อหาความเกี่ยวโยง พร้อมกับเก็บดีเอ็นเอในกระพุ้งแก้มของนายสังเวียนคนขับรถไว้เป็นหลักฐานด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพทุกขั้นตอนและตรวจเก็บหลักฐานอย่างละเอียดนานกว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.บก.สส.ภ.8 กล่าวว่าคดีนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ให้ความสำคัญมากและจะเดินทางลงมาติดตามคดีวันพรุ้งนี้ (13 พ.ย.63) พร้อมกับสั่งให้รีบคลี่คลายคดีโดยเร็ว เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัยทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้เพราะเป็นไปได้หมดทั้งการฆาตรกรรมและอุบัติเหตุที่เกิดจากตัวผู้ตายเอง  ดังนั้นตำรวจจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า  1.ศพผู้ตายไปอยู่ในรถพ่วงได้อย่างไร ผู้ตายขึ้นไปเอง หรือมีใครนำขึ้นไป  2. ผู้ตายได้ตายก่อนคนขับรถไปบรรทุกทราย หรือตายหลังจากบรรทุกทรายแล้ว  และบาดแผลที่ใบหน้าของผู้ตายเกิดจากอะไร ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามกล้องวงจรปิดจากจุดที่รถพ่วงคันดังกล่าวออกจากพื้นที่ จ.สงขลา จนมาจุดที่พบศพหล่นลงมากับทรายในพื้นที่ จ.ชุมพร มีระยาทางราว 600 กิโลเมตร และดูกล้องวงจรปิดตามจุดที่รถพ่วงแวะจอดตามที่คนขับอ้างไว้ และที่ระบุไว้ในเส้นทางจีพีเอส เพื่อหาความเชื่อมโยงต่างๆ จึงจะสามารถสรุปสาเหตุได้ว่าเกิดจากการฆาตรกรรมหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้ตายเอง คงต้องใช้เวลาอีกไม่กี่วันก็คงจะชัดเจนขึ้น.
 


ทีซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่ง ก็...เป็นไปตามกฎหมาย "ลุงตู่" อยู่ต่อ!

บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด