เคาะต่อพรก.ฉุกเฉิน15ม.ค. ตีกลับสธ.ลดวันกักตัวใหม่


เพิ่มเพื่อน    

 

“ประยุทธ์” นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบค.ชุดใหญ่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งที่ 8 ลากยาว 45 วัน อ้างครอบคลุมช่วงปีใหม่ ส่วนเรื่องลดกักตัว 10 วัน ให้ สธ.ถอดเรื่องทำรายละเอียดให้ชัดก่อนเสนออีกรอบ

เมื่อวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยได้ทักทายสื่อมวลชนว่า สวัสดีนะจ๊ะ ท่ามกลางลมค่อนข้างเย็นๆ หนาวๆ เป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับคนไทยที่จะไปเที่ยวกันในช่วงปีใหม่ และช่วงวันหยุดหลายๆ วันที่จะถึงนี้ ซึ่งรัฐบาลเองพยายามหาทุกมาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพ เรื่องความปลอดภัย เรื่องของโควิด-19 ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับห่วงโซ่เหล่านี้
ต่อมาเวลา 11.45 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบขยายเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 พ.ย.นี้ออกไปอีก 45 วัน จนถึงวันที่ 15 ม.ค. 2564 ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 8 โดยสาเหตุที่ขยายเวลาออกไป 45 วัน จากเดิมขยายครั้งละ 30 วันนั้น เนื่องจากต้องการให้ครอบคลุมช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก และช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการแข่งขันแบดมินตันโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลนักกีฬาและผู้ติดตามที่เดินทางมาจากต่างประเทศ  
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เสนอในที่ประชุมถึงแนวทางการกักตัวในรูปแบบ Area Quarantine ที่จะปรับรูปแบบการกักตัว โดยกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ 10 วัน และอีก 4 วัน ให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อสังเกตการณ์ เช่น ให้ผู้กักตัวออกไปชายหาดในบริเวณโรงแรม ซึ่งที่ประชุมรับทราบข้อเสนอแต่ขอให้ถอนไปก่อน เพราะมีหลายประเด็นทั้งการเปิดรับประเทศที่ควบคุมโรคได้ดีกว่าเรา หรือรวมไปถึงประเทศที่ระบาดมากกว่าเรา และจะให้ใช้วิธีการนี้เฉพาะชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางกลับประเทศ ทำให้ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่อีกครั้ง
    “ที่ประชุม ศบค.ยังให้ความเห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวบริเวณชายแดนที่ทำงานอยู่ในไทย สามารถเข้ามากักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐได้ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาคนเหล่านี้ไม่สามารถเข้ามากักตัวในสถานที่ของรัฐได้ แต่เราเห็นว่าพวกเขาทำงานในประเทศก็ควรได้รับสิทธิ์ดังกล่าว” นพ.ทวีศิลป์ระบุ
    มีรายงานว่า ในการประชุม ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรารภว่าได้รับคำชื่นชมจากต่างประเทศในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งการจัดอันดับดัชนีที่แสดงถึงการฟื้นตัวของแต่ละประเทศจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 (GCI) ที่ได้รับการจัดอันดับหนึ่งในโลก ทั้งเรื่องการฟื้นตัวและมิติด้านความรุนแรงของการระบาด มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ของสหรัฐอเมริกา จัดดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพจาก 195 ประเทศ ไทยอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย และยกย่องว่าไทยเป็น 1 ใน 13 ประเทศที่พร้อมรับมือกับโรคระบาดได้มากที่สุด รวมทั้งเว็บไซต์ข่าวชื่อดังของสหรัฐ อย่าง U.S. News & World Report ซึ่งได้เผยผลการจัดอันดับประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก ประจำปี 2563 ให้ไทยเป็นอันดับที่ 1 ของโลกจากทั้งหมด 73 ประเทศทั่วโลก
    ขณะเดียวกัน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,880 ราย หายป่วยเพิ่ม 5 ราย ยอดรวมผู้รักษาหายป่วย 3,729 ราย รักษาในโรงพยาบาล 91 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย.

 


ทีซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่ง ก็...เป็นไปตามกฎหมาย "ลุงตู่" อยู่ต่อ!

บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด