ผงะ!เมียนมาติดเชื้อในไทย


เพิ่มเพื่อน    

 

ศบค.แถลงตัวเลขผู้ป่วยใหม่โควิด-19 พบ 11 ราย ผงะ! หนุ่มใหญ่เมียนมาติดเชื้อในประเทศ ตากผวาสั่งล็อกดาวน์ศูนย์อพยพบ้านอุ้มเปี้ยมทันควัน สธ.ส่งทีมด่วนคุมผู้เข้าข่าย-ใกล้ชิดสัมผัส 111 รายตรวจเชื้อ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,913 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,761 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 92 ราย และยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
         สำหรับผู้ป่วยใหม่รายที่ 1 เดินทางมาจากฝรั่งเศส เป็นหญิงสัญชาติไทย อายุ 56 ปี ว่างงาน, ผู้ป่วยใหม่รายที่ 2 เดินทางมาจากเนเธอร์แลนด์ เป็นหญิง สัญชาติไทย อายุ 51 ปี อาชีพแม่บ้าน,  ผู้ป่วยใหม่รายที่ 3 เดินทางมาจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นหญิงสัญชาติไทย อายุ 63 ปี อาชีพแม่บ้าน, รายที่ 4 เป็นหญิง สัญชาตินอร์เวย์ อายุ 77 ปี และรายที่ 5 เป็นชาย สัญชาตินอร์เวย์ อายุ 78 ปี
         ผู้ป่วยใหม่รายที่ 6 เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร เป็นหญิงสัญชาติไทย อายุ 20 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ป่วยใหม่รายที่ 7 และรายที่ 8 เดินทางมาจากฮังการี โดยรายที่ 7 เป็นหญิง สัญชาติไทย อายุ 47 ปี อาชีพลูกจ้างร้านขนมปัง ส่วนรายที่ 8 เป็นหญิงสัญชาติไทย อายุ 45 ปี อาชีพพนักงานนวด, ผู้ป่วยใหม่รายที่ 9 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เป็นชายสัญชาติอเมริกัน อายุ 46 ปี อาชีพนักธุรกิจ
         ขณะที่ผู้ป่วยใหม่รายที่ 10 เดินทางมาจากเมียนมา เป็นหญิงสัญชาติไทย อายุ 17 ปี อาชีพนักศึกษา และผู้ป่วยใหม่รายที่ 11 เดินทางมาจากเมียนมา เป็นชายสัญชาติเมียนมา อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ ตรวจครั้งแรกวันที่ 20 พ.ย. ผลตรวจพบเชื้อมีไข้ เข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐศูนย์พักพิงอุ้มเปี้ยม รักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สาย
ทั้งนี้ จากการแถลงของ ศบค. ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.พบพระ จ.ตาก ได้ตรวจเข้มบุคคลเข้า-ออกพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยม พร้อมล็อกดาวน์พื้นที่ภายในศูนย์บ้านอุ้มเปี้ยมเพื่อสอบสวนโรค หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย ซึ่งอยู่อาศัยหมู่ที่ 4 โซน A ภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าศูนย์อพยพ ซึ่งตั้งอยู่กลางดอยสูงชัน ติดถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพบพระยังได้ส่งเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.พบพระ วางกำลังทุกช่องทางประตูเข้า-ออก และเพิ่มการตรวจบุคคลเข้า-ออกพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยมอย่างเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีความจำเป็นเข้า-ออกในพื้นที่เด็ดขาด และสั่งปิดพื้นที่ในโซนที่พบผู้ป่วย พร้อมระดมกำลังทีมสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยมเร่งลงพื้นที่สอบสวนโรค นำตัวผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไปกักตัวในพื้นที่ปลอดภัย
ส่วนพื้นที่ล่อแหลมขณะนี้เจ้าหน้าที่กองร้อย อส.อำเภอพบพระ และทหาร เพิ่มการออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ล่อแหลม เพื่อป้องกันการลักลอบเข้า-ออกพื้นที่ศูนย์อพยพผู้หนีภัยแห่งนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าภูเขา ปัจจุบันพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยมมีผู้หนีภัยจากการสู้รบอาศัยอยู่มากกว่า 10,000 คน
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา ประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิด และมอบหมายสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จ.พิษณุโลก (สคร.2 จ.พิษณุโลก) ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.ตาก ส่งทีมลงพื้นที่ทำงานร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข จ.ตาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการสอบสวนโรคและตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวทันที
         โดยรายงานเบื้องต้นเป็นชายชาวเมียนมา อายุ 48 ปี เคยอาศัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยม และออกจากศูนย์ได้ประมาณ 2 ปี ซึ่งญาติให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยไปทำงานที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก และกลางเดือน ต.ค.2563 ไปทำงานต่อที่ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นผู้ป่วยเดินทางกลับไป อ.วังเจ้า แต่หลงทางในป่า 10 วัน เดินไม่ไหว แต่ได้พบคนที่มาจากพื้นที่พักพิงฯ จึงขอให้แจ้งญาติมารับกลับ และเดินทางถึงพื้นที่พักพิงฯ ในวันที่ 4 พ.ย.2563 โดยไม่ได้ออกไปไหนเลย
         ต่อมาวันที่ 11 พ.ย.2563 เริ่มมีอาการไข้วันที่ 19 พ.ย.2563 อาการไม่ดีขึ้น จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ในพื้นที่พักพิงฯ ซึ่งได้ส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 จาก SMRU ผลพบเชื้อ จึงได้ส่งต่อไปรักษาที่ รพ.แม่สอด และทีมสอบสวนได้ดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด 12 ราย ผลตรวจโควิดไม่พบเชื้อ 9 ราย แต่รอผลอีก 3 ราย ขณะนี้ทุกรายนำไปพักอยู่ที่สถานที่กักกันโรค ส่วนผลตรวจในกลุ่มบ้านผู้ป่วย 99 ราย ผลไม่พบเชื้อ 49 ราย รอผลอีก 50 ราย
        กรณีที่สองเป็นหญิงไทย อายุ 17 ปี เป็นนักเรียน ตามทะเบียนบ้านอยู่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 มีไข้ เจ็บคอ เดินทางมาจากเมียนมาในวันที่ 20 พ.ย.2563 เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด ผลตรวจเบื้องต้นพบว่าผลเป็นบวก จึงได้ส่งต่อมารักษาที่ รพ.แม่สอด โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT-PCR ยืนยันพบเชื้อโควิด-19 และภาพถ่ายรังสีปอดพบรอยโรคของปอดอักเสบ ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการสอบสวนโรคและตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เพื่อค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในกรณีนี้ต่อไป
        “กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นทั้งสองกรณีดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนชาวไทยทุกคน” นพ.โอภาสระบุ.

 


ทีซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่ง ก็...เป็นไปตามกฎหมาย "ลุงตู่" อยู่ต่อ!

บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด