ว่าด้วยความสำคัญของปิยวาจา


เพิ่มเพื่อน    

           ทำไม???...ถึงการใช้ คำหยาบ มันค่อนข้างเข้ากันได้ ไปกันได้ด้วยดี แบบชนิดเป็นปี่ เป็นขลุ่ย กับบรรดาเด็กๆ ในยุคนี้ สมัยนี้ ก็แทบมิอาจหาข้อสรุป หาคำตอบ หาคำอธิบาย แทบไม่ได้ เผลอๆ...อาจต้องวานให้บรรดานักคิด นักวิชาการ ครู-บา-อาจารย์ในมหาวิทยาลัย ลงทุนทำวิทยานิพนธ์ หาความหมาย คำจำกัดความ ของประดาความเคลื่อนไหวทำนองนี้เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                  -----------------------------------------------------

                คือไม่ใช่แค่คิดจะไปกล่าวหา กล่าวร้าย พวกเด็กๆ เขา แต่โดยลักษณะอาการ โดยท่วงที ท่วงทำนอง อันเห็นได้จากการแสดงออกของบรรดาพวกแกนนำ แกนนั่ง แกนนอน หรือแม้แต่การแสดงนิทรรศการทาง ศิลปะ ด้วยการสาดสี สาดโน่น สาดนี่ พ่นอักขระและตัวอักษรต่างๆ ไว้บนสิ่งก่อสร้าง ท้องถนน เสาไฟฟ้า ผนังกำแพงวัด อาคาร สำนักงาน ฯลฯ ตลอดไปจนการเขียนป้ง เขียนป้าย อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่...คงมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า หนักไปทางทั้งหยาบ ทั้งคาย กระเทือนหู กระเทือนซาง ต่อบรรดาผู้ประสบพบเห็น อยู่พอสมควร...

                                   ----------------------------------------------------

                อย่างประเภทคุณน้อง รุ้ง ที่ชื่อเต็มว่าอะไร นามสกุลอะไร ก็จำไม่ได้ซะแล้ว ผู้ซึ่งมีตำแหน่ง ฐานะ จัดอยู่ในระดับ แกนนำ หรือแกนนั่ง แกนนอน ก็แล้วแต่ แม้โดยรูปร่าง หน้าตา ออกจะเป็นอะไรที่น่ารัก น่าเอ็นดู อยู่ไม่น้อย กลมๆ ป้อมๆ คล้ายๆ คุณน้อง เพนกวิน ที่ร่วมยืนหยัดเคียงบ่า เคียงไหล่ กันมาโดยตลอด แต่พอโผล่ออกมาให้ ควายภาคอีสาน ต่อผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ที่เป็นถึงระดับประธานรัฐสภา อีกทั้งยังมีผู้ให้ความเคารพ นับถือ และศรัทธา เป็นจำนวนไม่น้อย อย่างอดีตนายกฯ คุณพี่ ชวน หลีกภัย แบบชนิดดื้อๆ และทื่อๆ อันนี้...ต้องเรียกว่า หมดสภาพ หาความน่ารัก น่าเอ็นดู แทบไม่เจอ ไม่ใช่แต่เฉพาะ ความบริสุทธิ์ใจ อันเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ สำหรับพลังแห่งความเป็นเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะยุคไหน สมัยไหน...

                                  -----------------------------------------------------

                อีกทั้งคำพูด คำจา ในระหว่างการอภิปราย การพูดโน่น พูดนี่ บนเวที ไปจนถึงการเขียนป้าย เขียนข้อความเรียกร้องโน่น เรียกร้องนี่ ฯลฯ คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...เต็มไปด้วย เหี้ย-ห่า-และสารพัดสัตว์ มากันครบ ยิ่งได้บรรดาน้องๆ ประเภท LGBT ทั้งหลาย มาร่วมแจมด้วยแล้ว ยิ่งออกไปทาง Porn Hub ชนิดแทบไม่ต้องเสียเวลาถามหา น้องพร ของคุณพี่ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เอาเลยแม้แต่น้อย คือแทบไม่หลงเหลือความประณีต ละเอียดอ่อน ความนุ่มนิ่ม นุ่มนวล ออกไปทางทั้งหยาบ ทั้งเคืองระคาย นั่นยังไม่รวมไปถึงความพยายามดูหมิ่น ดูแคลน ความพยายามเหยียดหยามและหยาบหยาม ใครต่อใครอีกเป็นจำนวนไม่น้อย...

                                     ----------------------------------------------------

                คือไม่ว่าจะเป็นยุค เสื้อเหลือง หรือ เสื้อแดง...คงต้องยอมรับว่า ไม่ถึงกับ หยาบ เท่ากับยุคนี้ สมัยนี้ แม้จะต้องแสดงออกถึงอารมณ์โกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาท ริษยาและชิงชังเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังพอมีคำพูด คำจา ที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยง บูรณาการ สายใยแห่งความผูกพันระหว่างผู้คนในกลุ่มโน้น กลุ่มนี้ หรือยังมีความพยายามกระทำการในสิ่งที่บรรดาพวกม็อบๆ เขาเรียก การทำแนวร่วม อะไรทำนองนั้น ไม่ถึงกับเอาแต่ ด่า...กับ...ด่า หรือพยายาม โชว์พาว ด้วยการนำเอาสิ่งอันเป็นที่เคารพ รัก และศรัทธา มาละเลงชนิดให้ต้องเปื้อนเยี่ยว เปื้อนขี้ กันจนได้ หรือโดยแทบไม่สนใจอารมณ์-ความรู้สึกของผู้อื่นเอาเลยแม้แต่น้อย...

                                     -----------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องตั้ง คำถาม ว่าทำไมเด็กๆ รุ่นใหม่ เขาถึงได้ไปไกล ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่นและฟื้นไม่มี กันได้ถึงเพียงนี้??? บ้างก็ว่า...อาจเพราะการเลี้ยงดู อุ้มชู ฟูมฟัก ที่หนักไปทาง พ่อ-แม่-รังแกฉัน ยิ่งเข้าไปทุกที บ้างก็ว่า...อาจเพราะความก้าวหน้า ก้าวไกล ของสิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยี ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิด ตัวตน หรือ อัตตา ต่อบรรดาใครก็ตามที่สามารถกำ มือถือ เอาไว้ในมือ แต่ยังเป็นตัวขับเน้น เน้นย้ำ ให้เกิดความเป็น ซัม บอดี้ ได้ในหลายรูป หลายแบบ โดยเฉพาะในแบบที่ค่อนข้างจะ ง่าย เอามากๆ นั่นก็คือ...ขอให้ หยาบ เข้าไว้นั่นแหละดี หรือถึงจะพอมีตัว มีตน กะเค้ามั่ง...

                                     ------------------------------------------------

                จริง-ไม่จริง...ก็ไม่รู้??? เพราะอาจต้องไปทำวิทยานิพนธ์แบบเป็นเรื่อง เป็นราว ถึงอาจพอมองเห็นคำตอบชัดๆ ได้มั่ง แต่ถ้าว่ากันตามหลัก ศาสนศาสตร์ หรือว่ากันตามทางพระและทางเจ้าแล้ว สิ่งที่เรียกว่า ตัวตน หรือ อัตตา หรือความเป็น ซัม บอดี้ ฯลฯอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ เมื่อมันดันอุบัติขึ้นมาแล้ว...ยังไงๆ คงต้องหาทางควบคุมเอาไว้ให้ดี ไม่ว่าโดยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมทางสังคม หรือแม้แต่ต้องอาศัยส้นมือ ส้นตีน อาศัย ไม้เรียว ของผู้เป็นพ่อ เป็นแม่ ผู้ดูแลและปกครองเอาไว้มั่ง ไม่งั้น...โอกาสที่มันจะเกิดอาการนอตหลุด นอตหลวม เลยกรอบ เลยธง ไปตามความปรารถนาและต้องการ ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้ผ่าน ประสบการณ์ ใดๆ มาก่อนเลย ไม่เคยเจ็บ ไม่เคยปวด ไม่เคยทนทุกข์ทรมาน จนความเป็นตัวตน เป็นอัตตา เป็นซัม บอดี้ทั้งหลาย หนีไม่พ้นต้องแลกมาด้วย ความทุกข์ ไปจนกว่าจะบรรลุถึงซึ่ง นิพพาน โน่นเลย...

                                   -----------------------------------------------

                และอาจจะด้วยเหตุนี้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้...ที่พระสงฆ์องค์เจ้า อย่าง สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ท่านเลยทรงออกมาชี้แนะ ชี้นำ เคยมอบ คติธรรม เอาไว้ให้ ตั้งแต่ช่วงอาสาฬหบูชาปีที่แล้ว ด้วยการระบุว่า...ในสังคมที่มีบุคคลหลายหมู่ หลายคณะ อยู่ร่วมกัน มีผู้คนเจรจา ติดต่อ ผ่านอุปกรณ์การสื่อสารอันรวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น ย่อมต้องส่งผลให้...วจีทุจริต...หรือการประพฤติชั่วทางวาจา ปรากฏขึ้นอย่างกว้างขวาง ทั้งคำเท็จ คำหยาบ คำส่อเสียด และคำเพ้อเจ้อเหลวไหล อันเป็นต้นเหตุแห่งความวิวาท บาดหมาง ความขุ่นเคือง ความแคลงใจ เพราะฉะนั้นท่านเลยพยายามหันมาเกลี้ยกล่อม โน้มน้าว ให้หันมา ปิยวาจา หันมาพูดกันด้วยคำไพเราะ อ่อนหวาน จริงใจ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มันถึงจะช่วยทุเลา เบาบาง ปัญหา ต่างๆ ลงไปได้มั่ง แต่ก็นั่นแหละ กระทั่งลูกศิษย์พระสังฆราชแท้ๆ ยังดันออกมา ชู 3 นิ้ว ซะเฉยเลย!!! ชนิดอาจต้องหันไปพึ่ง พระพม่า ช่วยกำราบ ปราบปราม กันเลยหรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้...

                                     -------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Louis L’ Amour... “Every cynic is a sentimentalist under skin. - พวกที่ชอบเยาะเย้ย ถากถางทุกคน โดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนอ่อนไหว...”           

                                     ------------------------------------------------

 

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว