'โฆษกรัฐบาล' แจงเหตุ ฮ.บินต่ำทั่วกรุง เป็นภารกิจด้านความมั่นคงไม่เกี่ยวชุมนุม


เพิ่มเพื่อน    

24 พ.ย.63 - เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของม็อบราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ว่า สิ่งที่รัฐบาลกังวลคืออาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นได้ หากผู้ชุมนุมไม่ได้ดำเนินการตามที่ตำรวจตักเตือนเอาไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาตำรวจได้มีการเตือนอยู่เป็นระยะๆ ว่าอะไรทำได้ไม่ได้ และในวันพรุ่งนี้การชุมนุมที่จะไปที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตำรวจต้องการสื่อสารให้ทราบว่า ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมไม่ให้รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้อยากให้ภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ เพราะเราเห็นจากการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นหน้ารัฐสภา หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะเห็นว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการหลายส่วนที่อาจเรียกว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และมีการทำร้าย ทำลายทรัพย์สินในส่วนราชการและเอกชน ไม่ว่าจะเรื่องสาดสีเข้าไปในพื้นที่หรือพ่นสีสเปรย์ด้วยข้อความที่ไม่เหมาะสม จึงอยากเรียนให้ทราบว่าการชุมนุมครั้งต่อๆไปต้องเคารพกฎหมาย หากชุมนุมโดยสงบย่อมทำได้ แต่ถ้ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลและตำรวจต้องดำเนินคดี ทั้งนี้ไทยอยู่ในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หลีกเลี่ยงการปะทะ

“นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ไปแล้วว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ฉะนั้นจะมาตราใดหรือฉบับใด เข้าใจว่าตำรวจได้ตักเตือนอยู่เป็นระยะ ขอให้หลีกเลี่ยงการกระทำผิด และให้ความร่วมมือกับตำรวจ” นายอนุชา กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ เฮลิคอปเตอร์บินต่ำในหลายพื้นที่ของ กทม.รวมถึงบริเวณทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวข้องกับการป้องกันม็อบหรือรัฐประหารหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้อง ตำรวจได้ชี้แจงในวงประชุมของหน่วยงานความมั่นคงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า เป็นภารกิจทางด้านความมั่นคงอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมเลย

นายอนุชา ยังกล่าวถึงการปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาลวันที่ 25 พ.ย.ที่จะมีการชุมนุมของม็อบราษฎรว่า ข้าราชการทำเนียบรัฐบาลยังคงทำงานตามปกติ รวมถึงนายกรัฐมนตรีก็จะเข้าร่วมประชุมกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา–อาเซียน (US- ASEAN Business Council: USABC) ตามกำหนดการเดิม ซึ่งมีการเข้าพบกันเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้เป็นการประชุมกึ่งออนไลน์ เจ้าหน้าที่บางส่วนจะเดินทางมาร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และจะมีบางส่วนที่วีดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสหรัฐอเมริกาด้วย โดยในภาพรวมเป็นการประชุมของผู้บริหาร ผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 38 บริษัท 8 กลุ่มอุตสาหกรรม รวม 89 คน นอกจากนี้คณะทำงานยังมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคาราวะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ