'บิ๊กบี้' แจงฮ.ทหารบินใจกลางกรุงหนุนภารกิจขบวนเสด็จ วอนอย่าเชื่อเฟกนิวส์โยงรัฐประหาร


เพิ่มเพื่อน    

24 พ.ย.63 - เวลา 13.55 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพเฮลิคอปเตอร์บินในกทม. พร้อมกับเชื่อมโยงกับการทำรัฐประหารว่า ความจริงตามที่ตนเคยพูดเราชอบนั่งคิดนอนคิดจินตนาการ และคิดไปต่างๆนานาเชื่อข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ เราต้องเข้าใจว่าเฮลิคอปเตอร์ที่จะบินใจกลางกทม.ได้ส่วนหนึ่งเป็นของขบวนเสด็จ ซึ่งกองทัพบกได้ทำหน้าที่สนองถวายงานอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกที่มีการร้องขอจากสำนักพระราชวังผ่านกรมยุทธการทหารบก เพียงแต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องภายในของหน่วยงานราชการที่อยู่ดีๆจะไปออกข่าวคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นต้องวิเคราะห์และพิจารณาว่าอยู่ดีๆเฮลิคอปเตอร์จะมาบินแบบนี้ได้มีสาเหตุมาจากอะไร ไม่ใช่ไปตีเรื่องโน้นเรื่องนี้ หรือตีความไปต่างๆนานาแล้วแชร์กันออกไป โดยที่ไม่ได้คิดวิเคราะห์ และไม่ได้มีการสอบถามจากหน่วยงานราชการ ซึ่งขอให้มาสอบถามก่อนที่จะลงข่าว เช่นถามกองทัพบกว่าเรื่องนี้คืออะไร ทางกรมยุทธการทหารบกจะได้ตอบคำถาม

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข่าวลือรัฐประหาร ทำให้คนนำเรื่องนี้มาโยงกัน พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า “ผมบอกว่านักข่าวควรกลับไปพักผ่อนเยอะๆ เห็นหรือไม่ว่าเป็นเฟคนิวส์มาแล้วกี่ครั้ง ผมไปตรวจราชการชายแดน แต่ก็มีข่าวว่าผมไปประชุมที่โน้นที่นี่ตามที่มีกระแสข่าวเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา พอข่าวไม่เป็นจริง ถามว่าใครรับผิดชอบ เมื่อข่าวไม่เป็นจริง ทำไมไม่ถามกลับไปบ้างว่าทำให้หลอกลวงประชาชน ทำไมไม่มีกระแสตีกลับว่าหลอกลวงประชาชน กี่ครั้งแล้วที่มีข่าวแชร์ออกมาอย่างนี้ ดังนั้นการบริโภคข่าวต้องมีสติ ต้องเช็คและตรวจสอบก่อน อย่าไปเชื่อ”

เมื่อถามว่า จะมีการเตือนแกนนำที่ชอบสร้างกระแสข่าวปล่อยอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตนเตือนไม่ได้ เพราะไม่ใช่คู่ขัดแย้ง โดยผู้ที่จะเตือนได้คือผู้สื่อข่าว เพื่อให้ประชาชนรับทราบได้ว่าอะไรคือข้อเท็จจริงและข่าวลวง เราควรจะเชื่อถือใคร พูดมาแบบนี้กี่ครั้งแล้ว ควรจะเชื่อหรือไม่เชื่อต่อไปหลังจากนี้

เมื่อถามว่า จะดูแลการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย. อย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในส่วนของสถานที่ราชการทางทหารก็จะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอมาให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานก็จะมีการจัดเจ้าพนักงานไปทำหน้าที่ช่วยเหลือ แต่คนที่จะดูแลเรื่องกฎหมายและการปฏิบัติต่างๆว่าใครถูกต้องหรือไม่ถูกต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถามถึงการดูแลเขตพระราชฐาน พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า เขตพระราชฐานมีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้วว่าระยะเท่าใดที่เข้าไปได้ และการชุมนุมต้องอยู่ห่าง 150 เมตร โดยมีพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องของนักการเมืองและรัฐสภาทั้งสิ้น ไม่ใช่ทหารและตำรวจกำหนดเอง

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าการทำรัฐประหารไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า “ผมพูดโดยส่วนตัว ถามว่าในสถานการณ์ตอนนี้ เช่นที่จ.เชียงใหม่นั้นประชาชนมีความสุขเพราะมีการท่องเที่ยว แม้จะยังไม่มีชาวต่างชาติเข้ามา คนไทยจึงช่วยดูแลกันทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยเรื่องเศรษฐกิจก็จะตามมา แต่ถ้าทำให้บ้านเมืองไม่เกิดความสงบ ปล่อยให้มีข่าวลือต่างๆ ถามว่าจะไปทำแบบนั้นทำไม เพราะคนไทยอีก 60 ล้านคนดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข เขาทำมาค้าขายได้กับไอ้คนกลุ่มหนึ่งที่มาสร้างความไม่สงบขึ้นมา คือต้องคิดและช่วยกัน สื่อต้องช่วยกันเพราะสำคัญ เนื่องจากคนเชื่อสื่อมากกว่าเชื่อผม อย่างผมพูดไม่เชื่อ ถามว่าอดีตผบ.ทบ.หลายคนได้พูดมาเชื่อหรือไม่ แต่คนเชื่อสื่อ ดังนั้นสื่อเป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้คนเชื่อ ขณะที่โซเชียลก็มาจากสื่อ เพราะสื่อก็มีโซเชียล โดยโซเชียลมีตัวตนและไม่มีตัวตน ถ้ามีตัวตนแล้วบ่อนทำลายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและปอท.ก็จะจัดการ”

เมื่อถามย้ำว่า ทำไมข่าวลือการทำรัฐประหารจึงมีออกมาตลอดเวลา พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ ตนถามว่าทำแล้วมันดีไหม ดีกับประเทศชาติ เศรษฐกิจหรือความเป็นอยู่ของประชาชนหรือไม่ ตนจึงบอกว่าอย่าไปคิดมาก สื่ออย่าไปพูดถึงคำนี้ ขอให้ตัดคำนี้ออกไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าสื่อ และโซเชียล อย่าให้ปรากฏอีก

เมื่อถามต่อว่า หากไม่มีทางออกอื่น พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีทางออก แต่จะเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง ถามว่าทางออกที่ไม่ดีที่ทำให้ประเทศและคนส่วนร่วมเดือนร้อน ตนพูดคนเดียวคนไม่เชื่อตน ตนพูดในกองทัพอาจจะเชื่อแค่คนในกองทัพ แต่ประชาชนจะเชื่อสื่อ ดังนั้นสื่อเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทำเพื่อขายคลิปหรือขายข่าวที่ขึ้นมาหนึ่งคำแล้วทำให้คนแตกตื่น

เมื่อถามว่า ทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหารก็มาจากการเกิดเหตุม็อบชนม็อบ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทหารและตำรวจก็ห้ามไม่ได้ ซึ่งทุกคนต่างก็มีหน้าที่และต้องช่วยกันทำอย่างไรไม่ให้เกิดคงวามขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้นเมื่อถามว่า มีเงื่อนไขจำเป็นอะไรที่จะทำให้ทหารออกมา พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ