ม็อบสามนิ้ว... สะดุดเงาตัวเอง


เพิ่มเพื่อน    

   แนวร่วมกลุ่มราษฎร ท่าจะสะดุดเงาตัวเอง และตกม้าตายแพ้ภัยตัวเองไปในเร็วๆ นี้ หลังเหตุการณ์ยุติการชุมนุมบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ แยกรัชโยธิน ประมาณ 3 ทุ่ม วันที่ 25 พ.ย.
            แต่ในฝั่งตรงข้ามเมเจอร์ รัชโยธิน หน้าร้านแมคโดนัลด์ กลับมีเสียงระเบิด และเสียงปืนเกิดขึ้นจำนวน 4 นัด และสุดท้ายมีผู้บาดเจ็บ 2 คน
            พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเป็นการขัดแย้งของกลุ่มการ์ดราษฎร คาดว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเทคนิคมีนบุรี และได้รับบาดเจ็บขณะถูกรุมจับตัว ส่วนผู้บาดเจ็บที่เป็นสมาชิกกลุ่มอาชีวะปทุม ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ช่องท้อง
            "ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในกลุ่มการ์ดราษฎร เข้าใจว่าคงมีปากเสียงกันและนำไปสู่เหตุยิงกัน ผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงได้นำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.พระราม 9 และได้รับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยและปลอดภัยแล้ว" รอง ผบช.น.กล่าว
            หลังจากนั้นยังพบคลิปเสียงปริศนาจากสังคมออนไลน์ มีการแชร์คลิปวิดีโอซึ่งคาดว่าเป็นการ์ดคณะราษฎรพูดคุยกัน หลังเกิดเหตุการณ์ยิงปืนและปาระเบิดปิงปองจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
            โดยในคลิปความยาว 48 วินาที ที่มีการพูดคุยกันเช่นว่า "ผมเป็นคนเคลียร์ด้วย พอตอนที่มีปัญหากันระหว่าง 2 ฝ่าย", "มีคนคนเดียวซึ่งพูดว่าเป็น มีนโปฯ", "...ผมเก็บทุกอย่างแล้ว ..แต่ผมขออย่างเดียวอย่าให้สื่อรู้ ถ้าสื่อรู้เราเสียกันหมด"
            ซึ่งคลิปดังกล่าวนี้สันนิษฐานได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการวิวาทกันเอง ขณะที่เพจเฟซบุ๊กฟันเฟืองธนบุรี – Gear Of Red Thonburi โพสต์ชี้แจงว่า หลักฐานหลายอย่างที่แพร่หลายในตอนนี้ ขอตอบสั้นๆ ว่า ผู้ก่อเหตุแฝงตัวเข้ามานานแล้ว และหาจังหวะก่อเหตุ แต่ไม่ใช่คนทั้งหมดของกลุ่มดังกล่าวและขอให้เป็นตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยรอผู้ได้รับบาดเจ็บสามารถให้การได้และโจทก์ผู้อื่นเข้าฟ้องร้องเพิ่มเติม
            อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามชี้แจงจากฝ่ายการ์ดผู้ชุมนุม แต่สังคมส่วนใหญ่ก็ฟันธงไปแล้วว่าม็อบสามนิ้ว "ฟัดกันเอง"

            ซึ่งในแนวทางการต่อสู้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่สะท้อนความไม่เป็นเอกภาพของแกนนำม็อบฟันน้ำนม ชิงสุกก่อนห่าม สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการมวลชน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้
            โดยเฉพาะความเชื่อมั่น เพราะความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเป็นสิ่งสำคัญสุดในการเรียกร้องประชาธิปไตย และแน่นอนว่าความไม่มั่นใจในการบริหารความปลอดภัยของม็อบสามนิ้ว ย่อมส่งผลต่อการชุมนุมในวันที่ 27 พ.ย. ที่อ้างว่าจะเป็นการชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แต่กลับกลายเป็นการชี้ชะตาตัวเองหรือไม่
            เพราะหลังจากนี้ก็ไม่มีใครสามารถการันตีความปลอดภัย อย่างที่แกนนำม็อบพยายามท่องบท สงบสันติอหิงสา และพยายามโยนบาปความรุนแรงเป็นของฝ่ายรัฐบาล
            ซึ่งวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าไม่เป็นความจริง และคำพูดของแกนนำสามนิ้วไร้ความน่าเชื่อถือ ปั่นกระแสไปวันๆ ไม่สามารถคุ้มกันชีวิตใครได้ แม้แต่ตัวเองยังจะเอาตัวเองไม่รอดในหลายเหตุการณ์ ออกอาการกลัวขาสั่น เกรงคนมาทำร้าย จนต้องมีการ์ดล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา
            นอกจากความปลอดภัยในการชุมนุมที่จัดการตัวเองไม่ได้แล้ว ยังมีอีกหลายปัญหาที่ซุกใต้พรม ที่เหมือนระเบิดเวลารอแตกแยก โดยเฉพาะอีโก้ของแกนนำเยาวชน ระหว่างแกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก และแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ยอมร่วมขึ้นเวทีปราศรัยเดียวกัน รวมทั้งผลประโยชน์ต่างๆ จากท่อน้ำเลี้ยงที่พูดกันหนาหูในวงม็อบว่า อาจมีเจ้าสัวน้อยเกิดขึ้น...
            อีกทั้งความพยายามหลอมรวมของกลุ่มคนเสื้อแดงและเยาวชนคนรุ่นใหม่ก็ยังไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็ยังไม่สำเร็จ ยังมีช่องว่างช่วงอายุเกิดขึ้นมากมาย เห็นได้จากการชุมนุมหลายเวที โดยเฉพาะเวทีถนนอุทยาน-อักษะ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งเป็นเวทีของคนเสื้อแดงนัดมาร่วมตัวเพื่อระลึกความหลัง คมช.สลายการชุมนุม เมื่อปี 2557
            แต่พอถึงช่วงไฮไลต์สำคัญ โดยคนรุ่นใหม่ได้ให้นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาหนีคดีกฎหมายอาญามาตรา 112 วิดีโอคอลมาที่งานดังกล่าว หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ของเยาวชน เช่น การแสดงเพลงแรป หรือกิจกรรมหมิ่นเหม่ต่างๆ กลับพบว่าคนเสื้อแดงไม่ได้มีความรู้สึกร่วมเช่นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มอง "นายปวิน" และ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" อดีตอาจารย์ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่หลบหนีคดีต่างๆ เป็นไอดอล หรือศาสดา
            ขณะที่คนเสื้อแดง ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ยังไม่ทะลุเพดาน มุ่งเป้าไปที่ขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหาร และต้องการให้ 2 อดีตนายกฯ คือ ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับประเทศไทย เป็นหลัก โดยที่คนรุ่นใหม่ไปไกลกว่านั้น อยากมีการปฏิรูปสถาบัน และยังพูดจาจาบจ้วงอย่างไม่เกรงอาญาแผ่นดิน
            ยังมีเสียงกระซิบว่า เด็กบางคนยังบูลลี่มองคนเสื้อแดงไม่มีอุดมการณ์ เป็นเพียงรับจ้างมาร่วมม็อบ แตกต่างจากนักศึกษาที่มีความรู้ และลึกไปถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี 2475 ไปไกลกับข้อเสนอ 10 ข้อปฏิรูปสถาบัน ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการ และตั้งคำถามมาที่ม็อบฟันน้ำนม
                ทั้งหมดนี้ถือเป็นบางส่วนของสนิมเนื้อในของม็อบสามนิ้ว ที่อีแอบ หรือผู้อยู่เบื้องหลังเด็กอาจละเลยความปลอดภัยของมวลชน หรือจงใจให้เกิดความสูญเสีย มีคนตาย เพราะต้องการจบเกมเร็วสนองความต้องการของตัวเอง.

 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ