เตือนโควิดระลอก3ปี64 นายกฯยันมีวัคซีนทั่วถึง


เพิ่มเพื่อน    

 

นายกฯ จ้อผ่านคลิปวิดีโออัพเดตสถานการณ์โควิด-19 ระบุโลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด องค์การอนามัยโลกเตือนจะเกิดระบาดระลอก 3 ในปีหน้า ย้ำขอให้ทุกคนมีวินัยช่วยป้องกันไม่ให้เกิดระบาด ยันไทยจ่อลงนามจองวัคซีนพร้อมเตรียมแผนกระจายให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของประเทศอย่างเร็วที่สุด ขณะที่ ศบค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 16 ราย มาจากต่างประเทศ
    เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวผ่านคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ถึงเรื่องโควิดและความสำเร็จของประเทศไทยว่า ขออัพเดตให้ทุกท่านทราบถึงแนวทางที่ประเทศไทยของเรากำลังเดินไปข้างหน้า ในภาวการณ์ที่เรายังจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่กับการแพร่ระบาดของโควิด ที่ทำลายทั้งชีวิตและเศรษฐกิจของทั้งโลก ตอนนี้โลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดมาปัจจุบันนี้ แต่ละวัน หลายประเทศในยุโรปและที่อื่นๆ มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และในสหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเกือบพันคนต่อวัน นับว่าเป็นวิกฤติที่ทำให้ประเทศต่างๆ ปั่นป่วน จนเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงในเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก
    ล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การอนามัยโลกได้ออกคำเตือนว่า มีโอกาสที่โควิด-19 จะเกิดการระบาดอีกเป็นระลอกที่ 3 ในช่วงปีหน้า ถ้าแต่ละประเทศไม่รักษาวินัย และไม่เข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดอย่างเคร่งครัด ที่สหราชอาณาจักรตอนนี้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศไปเรียบร้อย ร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานที่ทำกิจกรรมบันเทิงและกีฬา รวมถึงสถานที่ต่างๆ ต้องปิดให้บริการเกือบทั้งหมด และเมื่อวานนี้เพิ่งมีการแถลงสถานการณ์เศรษฐกิจที่คาดการณ์จีดีพีจะหดตัวถึง 11%
    ส่วนที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส ก็มีการล็อกดาวน์มาตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคม และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยิ่งแย่หนัก จีดีพีน่าจะทรุดลงถึง 11% ในปีนี้ที่ราชอาณาจักรสเปนมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะกินเวลานานหลายเดือน มีการประกาศเคอร์ฟิว มีการจำกัดการเดินทาง และมีการจำกัดเรื่องการรวมตัวกัน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ก็มีการล็อกดาวน์ ห้ามออกจากบ้าน ถ้าไม่มีเอกสารตามขั้นตอน ราชอาณาจักรเบลเยียมก็ล็อกดาวน์เช่นเดียวกัน และในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร้านค้า ร้านอาหารปิด และมีการจำกัดเรื่องการรวมตัวกัน
    สถานการณ์ทางด้านสาธารณสุข และผลกระทบที่ส่งมาถึงเรื่องเศรษฐกิจ ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก สิ่งที่แย่ที่สุดที่เราไม่อยากเห็นคือ หมอและพยาบาลมีงานล้นมือ จนถึงขั้นมีเวลาไม่เพียงพอสำหรับรักษาดูแลผู้ป่วยได้ทันทุกคน และจำเป็นต้องเลือกว่าจะรักษาคนไหน และไม่รักษาคนไหน ซึ่งจนถึงวันนี้ นับว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนั้นในประเทศของเราได้สำเร็จ
    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ทุกภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และคนทำงานต่างๆ ที่ได้เสียสละ และยอมรับที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการทำมาหากิน เพื่อที่จะปกป้องบ้านเมืองของเราไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากกว่านี้ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ความสำเร็จนี้เป็นสิ่งที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับประเทศไทย ในฐานะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกตัวอย่างหนึ่งในการรับมือกับโควิด อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่า ความสำเร็จของประเทศไทยในการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นความร่วมมือกันของประชาชนทุกระดับและทุกภาคส่วนในสังคม และด้วยการบริหารจัดการสรรพกำลังทุกอย่าง แบบบูรณาการของรัฐบาล ซึ่งผมอยากให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจ และร่วมกันรักษาความรู้รักสามัคคีและสิ่งดีๆ นี้ไว้
    "ตอนนี้ผมขอบอกกับทุกคนว่า เรากำลังเตรียมตัวสำหรับเฟสถัดไป ในการบริหารจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อไม่ให้โรคร้ายนี้สร้างปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และสร้างความยากลำบากในความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยไปมากกว่านี้ วิธีจัดการกับวิกฤติโควิดในระยะยาวคือ การมีวัคซีนป้องกัน และจะต้องกระจายไปยังประชาชนให้ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่ง 3-4 กลุ่มอยู่ในขั้นตอนที่ก้าวหน้าไปมากแล้ว โดยกำลังทำการทดสอบความปลอดภัยในการใช้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จริง"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เมื่อ 2-3 เดือนก่อนตนได้ตัดสินใจว่า ประเทศไทยต้องเดินหน้าหาพันธมิตรเพื่อผลิตวัคซีนในประเทศไทยให้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่ไปเข้าคิวรอซื้อจากการผลิตในประเทศอื่นเพียงอย่างเดียว เราต้องเลือกจับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ ที่น่าจะมีโอกาสทำสำเร็จได้จริงอย่างรวดเร็ว เมื่อเดือนที่แล้วความพยายามของเราประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกจากเราได้ลงนามข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และบริษัท แอสตราเซเนกาฯ  เพื่อผลิตวัคซีนในประเทศไทย หากการพัฒนาวัคซีนสำเร็จลุล่วงแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการคือ ประเทศไทยยังจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนนี้ด้วย และในวันพรุ่งนี้ จะมีการลงนามเพิ่มเติมในอีกหนึ่งข้อตกลง เพื่อสั่งซื้อวัคซีนนี้ โดยเมื่อ 2-3 วันก่อน เราได้รับทราบข่าวดีว่าทีมมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและบริษัท แอสตราเซเนกาฯ ได้ประกาศถึงความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนแล้ว ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้ถึง 70-90% อยู่ในระดับที่ดีมาก
    นอกจากนั้น วัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและบริษัท แอสตราเซเนกาฯ พัฒนาขึ้น จะสามารถผลิตออกมาได้ในราคาที่ถูกกว่า หากเทียบกับวัคซีนของที่อื่นๆ และสำคัญมากกว่านั้นคือวัคซีนนี้มีความเหมาะสมกับประเทศไทยมากกว่า เพราะในขณะที่วัคซีนของที่อื่นๆ จำเป็นต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิ -20 ถึง -70 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ต้องใช้ตู้แช่เย็นที่ออกแบบพิเศษโดยเฉพาะ ทำให้มีข้อจำกัดทางด้านการขนส่งที่จะทำได้อย่างยากลำบากมาก แต่วัคซีนนี้สามารถเก็บรักษาได้ไม่ยาก ในตู้เย็นธรรมดา ณ อุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส สามารถขนส่งเพื่อกระจายวัคซีนไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกจังหวัดของไทยเราได้อย่างทั่วถึงและไม่ยุ่งยาก
    เราคาดว่าวัคซีนนี้น่าจะได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้ และผลิตได้ในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งถ้าเราเร่งขั้นตอนต่างๆ ได้ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้เราสามารถเปิดรับคนจำนวนมากเข้าประเทศได้ และสามารถเริ่มสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาอีกครั้ง ขณะนี้ผมกำลังพิจารณาวางแผนกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ เพื่อเตรียมการสำหรับการกระจายวัคซีนไปให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของประเทศให้ได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เราได้วัคซีน
    "แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลต่างๆ ผมขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคน ผู้ที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจ เสียสละความสะดวกสบายส่วนตัว ในการยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ได้ช่วยกันอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตของผู้คน และบรรเทาไม่ให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจนหนักหนาสาหัสในประเทศไทย เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ในหลายประเทศทั่วโลก ผมขอให้พวกเราทุกคนยังคงรักษาวินัย ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม ขอให้ทุกคนช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศไทย เพื่อไม่สร้างความทุกข์ยากให้กับประเทศ รุนแรงกว่าที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน" นายกรัฐมนตรีกล่าว
    วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 16 ราย โดยเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 1 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย, คูเวต 2 ราย, กาตาร์ 1 ราย, สวีเดน 1 ราย, ตุรกี 9 ราย และสวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย
     รายที่ 1 เพศหญิง อายุ 11 ปี สัญชาติไทย เป็นนักเรียน เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา, รายที่ 2 เพศชาย อายุ 43 ปี สัญชาติไทย อาชีพช่างเชื่อม เดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, รายที่ 3 เพศชาย อายุ 44 ปี สัญชาติไทย อาชีพเกษตรกร เดินทางมาจากคูเวต, รายที่ 4 เพศชาย อายุ 48 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง เดินทางมาจากกาตาร์, รายที่ 5 เพศหญิง อายุ 31 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง เดินทางมาจากสวีเดน  
    ส่วนรายที่ 6-14 เป็นคนไทยทั้งหมด เดินทางมาจากตุรกีถึงไทยวันที่ 20 พ.ย.63 และเข้าพักใน SQ จ.ชลบุรี ประกอบด้วย รายที่ 6 เพศหญิง อายุ 33 ปี อาชีพ แม่บ้าน, รายที่ 7 เพศหญิง อายุ 51 อาชีพธุรกิจส่วนตัว, รายที่ 8 และรายที่ 9 เพศหญิง อาชีพพนักงานนวด อายุ 42 และ 43 ปี, รายที่ 10 เพศหญิง อายุ 43 ปี อาชีพรับจ้าง, รายที่ 11 เป็นเพศชาย อายุ 43 ปี, รายที่ 12 เพศหญิง อายุ 51 ปี อาชีพแม่บ้าน, รายที่ 13 เพศหญิง อายุ 52 ปี อาชีพพนักงานนวด และรายที่ 14 เพศหญิง อาชีพแม่บ้าน อายุ 34 ปี
    รายที่ 15 เพศหญิง อายุ 62 ปี สัญชาติไทย เป็นแม่บ้าน เดินทางมาจากสวิตเซอร์แลนด์, รายที่ 16 เพศหญิง อายุ 23 ปี สัญชาติคูเวต อาชีพครู
     สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 3,942 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,488 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 8 ราย รวมเป็น 3,788 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 94 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
     ส่วนสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุดวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อรวม 60,715,719 ราย เสียชีวิต 1,426,734 ราย โดยประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับแรก สหรัฐอเมริกา 13,137,962 ราย, อันดับสอง อินเดีย 9,266,697 ราย, อันดับสาม บราซิล 6,166,898 ราย, อันดับสี่ ฝรั่งเศส 2,170,097 ราย และอันดับห้า รัสเซีย 2,162,503 ราย.


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'