คติเตือนใจจากคุณทวด “ไซรรงค์”


เพิ่มเพื่อน    

        เห็นคนแก่ คนชรา ระดับคงต้องจัดอยู่ในขั้น คุณปู่ หรือ คุณทวด เอาเลยถึงขั้นนั้น อย่างด๊อกเตอร์ ไซรรงค์ สุวรรณคีรี ยังคงมีเรี่ยว มีแรง มีแรงกระตุ้น แรงบันดาล พอที่จะออกมาโพสต์โน่น โพสต์นี่ เพื่อปกป้อง ดูแล สนับสนุนและส่งเสริม ในอันที่จะให้สิ่งต่างๆ ในบ้านเมืองเป็นไปในทางที่ดี ก็ต้องเรียกว่า...ก่อให้เกิดความใจชื้น ความรู้สึกร่มๆ รื่นๆ อยู่พอสมควร...

                                    --------------------------------------------------

        แม้ว่าอะไรต่อมิอะไรที่คนยุคนี้ สมัยนี้ เขาเรียกว่า แฮชแท็ก ซึ่งคุณทวด ไซรรงค์ ท่านนำมา โพสต์ หรือนำมา ติด ไว้เป็นประโยคเด็ด คล้ายๆ กับ คำขวัญ อะไรทำนองนั้น อาจก่อให้เกิดความรู้สึกกึกๆ กักๆ อยู่มั่ง คือคำว่า...เราต้องไม่คบ...เด็กเลว...เพื่อสร้างบ้าน-เราต้องไม่คบ...หัวล้านเลว...เพื่อสร้างเมือง ที่อาจส่งผลให้ผู้ที่มี ผม น้อยเอามากๆ อย่าง ท่านขุนน้อย ออกจะกระอักกระอ่วนอยู่พอสมควรเหมือนกัน แต่ก็ดีอยู่หน่อย...ที่คุณทวดท่านได้ให้คำจำกัดความ หรือเฉพาะเจาะจง ไปยังเด็กประเภทเลวๆ หรือหัวล้านประเภทเลวๆ ไม่ได้หมายรวม ครอบคลุม ไปถึงบรรดาเด็ก และบรรดาหัวล้าน โดยทั่วๆ ไป ก็เลยต้องถือเป็น แฮชแท็ก หรือเป็น คำขวัญ ที่พอรับได้ไม่ยาก...

                                  --------------------------------------------------

        คือไม่ว่าเด็กประเภทเลวๆ หัวล้านเลวๆ หรืออะไรก็ตามที่ออกไปทางเลวๆ ทั้งหลาย...คงถือเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาและไม่น่าจะเป็นที่ต้องการ ไม่ว่าสำหรับใครต่อใครที่จำต้องอยู่ร่วมกัน ต้องร่วมหัวจมท้ายภายในสังคมเดียวกัน แผ่นดินเดียวกัน ไปด้วยกันทั้งสิ้น เพราะย่อมก่อให้เกิดผลในทางลบ ในทางเสียๆ หายๆ ต่อสังคมนั้น แผ่นดินนั้น ประเทศนั้นๆ มากกว่าที่จะก่อให้เกิดความอยู่-เย็น-เป็น-สุข ความสงบเรียบร้อย ความมีสันติภาพ-สันติธรรมอยู่แล้วแน่ๆ แม้ว่าแต่ละสังคม หรือแทบทุกๆ สังคมนั่นแหละ ย่อมต้องประกอบไปด้วย คนดี และ คนไม่ดี หรือบรรดาคนดีและคนเลวทั้งหลาย แต่การหาทางทำให้ คนดี มีโอกาสและบทบาท ไปพร้อมๆ กับความพยายามควบคุมและป้องกันมิให้ คนไม่ดี หรือคนเลว ขึ้นมามีอำนาจ ย่อมต้องถือเป็น สูตรสำเร็จ ของระบอบการเมืองและการปกครองแทบทุกระบบหรือระบอบนั่นแหละ ไม่ว่าสูตรต่อสูตรไหนก็แล้วแต่ จะเป็นประชาธิปไตยมาก-ประชาธิปไตยน้อย หรือแม้จะเป็นเผด็จการก็ตามที...

                                     --------------------------------------------------

        เนื่องจาก ความดี หรือ คนดี ย่อมต้องก่อให้เกิดผลบวก ต่อสังคมนั้นๆ ประเทศนั้นๆ ไม่ว่าในทางใด ทางหนึ่ง รูปใด รูปหนึ่ง อย่างมิพึงต้องสงสัย เพราะสิ่งที่เรียกว่า ความดี นั้น ย่อมเป็นอะไรที่เหนือไปซะยิ่งกว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ กระจุกกระจิก ในทางระบบ ระเบียบ ทางการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคมไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความเสียสละ ความเมตตา ปรานี ความปรารถนาที่ยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่แม้จะไม่ได้เขียน ไม่ได้บัญญัติ เอาไว้ในตัวบท กฎหมายใดๆ ก็ตามที แต่กลับเป็นสิ่งที่มีอยู่ภายในความเป็น คนดี หรือ ความดี จนอาจถือเป็น ธรรมะ ชนิดหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้ระบบการเมืองการปกครองใดๆ ก็แล้วแต่ ตั้งแต่สมัยที่ มนุษย์ ยังเพิ่งเริ่มลงมากิน ง้วนดิน หรือตั้งแต่ยังไม่มี กษัตริย์ ไม่มี พระราชา ไม่มี ผู้ที่เป็นใหญ่แห่งนา หรือ ผู้ทำความอิ่มใจ สุขใจ ให้แก่ผู้อื่น ที่ถูก สมมติ ขึ้นมาในภายหลัง สามารถอยู่ร่วมกันโดยสันติมาโดยตลอด ก่อนที่จะมีระบบการเมือง-การปกครองแบบประชาธิปไตย หรือคอมมูนิด-คอมมูนา เอาเลยด้วยซ้ำ หรือช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดำเนินไปตาม ครรลอง-คลองธรรม ตามกฎเกณฑ์ความเป็นไปแห่งธรรมชาตินั่นแล...

                                   --------------------------------------------------

        ดังนั้น...อะไรก็ตามที่ออกไปทาง “ตรงกันข้าม” กับบรรดาสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเรียกขานในนามประชาธิปไตยแบบเป็นแท่งๆ ด้ามๆ เป็นดุ้นๆ ด้ามๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตามที แต่ถ้ากลายเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่คุณทวด ไซรรงค์ ท่านเรียกว่า...ความบ้าเลือด-ความป่าเถื่อน-ความหยาบคาย-ไร้ความรอบคอบ-มีแต่ความอาฆาตมาดร้าย-ไร้ศีลธรรม-ไร้หิริโอตตัปปะ และไม่เคยสำนึกในความมีกตัญญูกตเวที อันเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นค่อนข้างชัดเจนเอามากๆ ในกลุ่มคนที่ท่านนิยามเอาไว้ว่า เด็กเลว หรือ หัวล้านเลว ทั้งหลาย มันจึงออกจะเป็น อันตราย เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้คนหรือสังคมใดๆ ก็ตาม ที่พยายามจะหันไป คบเด็กเลวเพื่อสร้างบ้าน หรือ คบหัวล้านเลวเพื่อสร้างเมือง จนทำให้คนแก่ คนชรา ซึ่งเต็มไปประสบการณ์อันเชี่ยวกราก อย่างคุณทวด ไซรรงค์ ท่านอดไม่ได้ที่จะต้องออกมา ติดแฮชแท็ก หรือต้องออกมามอบ คำขวัญ ประจำบ้าน ประจำเมือง เอาไว้ให้เป็นคติ เป็นแบบอย่าง แนวทาง สำหรับใครต่อใครเอาไว้ก่อนล่วงหน้า...

                                   -----------------------------------------------------

        พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาในอนาคตเบื้องหน้า จะต้องกลายไปเป็น สาธารณรัฐเป็ดต้ม ต้องมี ประธานาธิบดีเป็ด ต้องใช้ธนบัตรรูปเป็ดไปหาซื้อลูกชิ้นปิ้ง หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ภายใต้ ความบ้าเลือด-ป่าเถื่อน-หยาบคาย-ไร้ความรอบคอบ-มีแต่ความอาฆาตมาดร้าย-ไร้ศีลไร้ธรรม-ไร้หิริโอตตัปปะ-และไม่เคยสำนึกถึงความกตัญญูรู้คุณ ของบรรดาพวก เด็กเลว และ หัวล้านเลว ทั้งหลายนี่เอง โอกาสที่พอจะ อยู่ๆ กันไปได้ หรือ อยู่ร่วมกันโดยสันติ คงเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ หรือแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย ดังนั้น...การออกมาให้คติ ให้คำเตือน เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ของคนแก่ คนชรา ระดับคุณปู่ คุณทวด อย่างด๊อกเตอร์ ไซรรงค์ จึงต้องถือเป็นสิ่งที่ควรเก็บไปนั่งคิด นอนคิด ประมาณ 18 ตลบเป็นอย่างน้อย ก่อนที่จะตามไปบ้ากับใครต่อใคร จนแทบไม่เหลือ สะพานถอยหลัง กันอีกต่อไปแล้ว...

                               -------------------------------------------------------

        ดังนั้น...แม้ว่า อนาคตเราไม่รู้-ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป ก็เถอะ แต่การหันมาฟัง คติเตือนใจ ของผู้ที่แก่แสนแก่ ชราแสนชรา แต่ก็ยังคงมี ไฟ อย่างคุณทวด ไซรรงค์ เอาไว้มั่ง!!! อย่างน้อย...ก็น่าจะช่วยให้เกิดการ อยู่ร่วมกันโดยสันติ ภายในสังคมนั้นๆ ย่อมสามารถเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ถึงกับต้องต้ม-ยำ-ทำแกง ต้องแกงโน่น แกงนี่ แกงแล้ว แกงอีก จนสุดแสนจะ บวดหัวฉิบหาย ไปแล้วในทุกวันนี้...

                                 -------------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Aesop’s Fables... “A humble life with Peace and Quiet is better than a splendid one with danger and risk.- ชีวิตที่เรียบง่าย อ่อนน้อม เพียบพร้อมด้วยสุขสันติ ย่อมดีกว่าชีวิตที่หรูหรา แต่เต็มไปด้วยอันตรายและการเสี่ยง...”

                               -------------------------------------------------------


คุณหมอครับ! ทั้งคุณหมอ "โอภาส การย์กวินพงศ์" อธิบดีกรมควบคุมโรค และคุณหมอ "ไพศาล ดั่นคุ้ม" เลขาฯ อย. อย่าไปสนใจเสียงหมาเห่าเลยครับ

อยากย้ายประเทศใช่มั้ย?
ไฟลามทุ่ง 'ลามถึงศาล'
รอบนี้"คนแก่ขอก่อน"
"อย่าให้เสียชาติเกิด"
"จากรุ่นลูกถึงรุ่นแม่"
ไทยนี่แหละ "ไทยวัคซีนไทย"