'บิ๊กตู่'สั่งโหมหนัก ควิกวินใน8เดือน แก้'ปากท้อง-โกง'


เพิ่มเพื่อน    

    "บิ๊กตู่" สั่งโหมทำผลงานก่อนเลือกตั้ง ชู 5 เรื่องด่วน "ควิกวิน" ต้องเห็นผลใน 8 เดือน เช่น ปฏิรูประบบราชการ แก้ปัญหาปากท้องประชาชน ปราบโกง  "กอบศักดิ์" เผยบางเรื่องต้องชงให้นายกฯ ใช้ ม.44 แก้ปัญหา ขณะที่บุรีรัมย์ขึ้นป้ายต้อนรับ ครม.สัญจรคึกคัก   สกัดม็อบเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด  
    พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศว่า พร้อมให้การสนับสนุนเพื่อความสำเร็จ โดยเฉพาะ 5 เรื่องเร่งด่วน (Quick Win) ที่จะดำเนินการให้เห็นผลภายใน 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง คือ 1.การปฏิรูประบบราชการและการอำนวยความสะดวก 2.การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน 3.การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน 4.การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน 5.การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม
    “นายกฯ ให้กำลังใจคณะทำงาน และขอให้เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอขึ้นมา หากเรื่องใดที่เป็นประโยชน์และสามารถทำได้จริง จะพิจารณาให้ทำทันที โดยหลายเรื่องก็ได้ดำเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้ และทำอย่างต่อเนื่อง เช่น การลดขั้นตอนการให้บริการภาครัฐ การให้สิทธิทำกินในที่ดินของรัฐ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ฯลฯ”
    พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไม่มีการปฏิรูปไหนที่สามารถทำสำเร็จได้ในระยะสั้น เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น วิธีคิดและค่านิยมของคนในสังคม หรือกฎระเบียบที่ยุ่งยาก เป็นต้น แต่จะต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ทุกคนในสังคมมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง โดยต้องรู้จักบทบาทและทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เช่น การปฏิรูปตำรวจ ต้องเริ่มที่ทุกคนให้ความเคารพกฎหมาย หากพบการทุจริต ก็ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ และปรับปรุงกฎหมายให้เป็นธรรมกับคนทุกกลุ่ม
    การปฏิรูปสังคม โดยเฉพาะชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อย ก็จะต้องปลูกฝังให้ร่วมกันพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปสู่การตลาด โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ และรู้จักเลือกผู้แทนฯ ที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม และเสียสละ เข้าไปทำงาน โดยไม่มองแต่เพียงความคุ้นเคยหรือใกล้ชิดเท่านั้น เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองที่พึงปรารถนา 
ปฏิรูป 2 พันเรื่อง
    ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 1/2561 ว่าข้อเสนอการปฏิรูปที่มีขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 2,000 เรื่อง มีประเด็นการปฏิรูปใหญ่ 200 เรื่อง และประเด็นรองลงมากว่า 400 เรื่อง โดยที่ประชุมกำหนดหัวข้อหลักสำคัญในการปฏิรูป 5 เรื่องที่ต้องทำเร่งด่วน (ควิกวิน) คือ 
    เรื่องการปฏิรูประบบราชการและการอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนอยากได้  โดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เสนอเป็นกระทรวงแรกที่จะปฏิรูป กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ และ สศช. 
    2.การปฏิรูปปากท้องของประชาชน จะนำร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ..... เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อพิจารณาให้ประชาชนอยู่ดีกินดิน มีที่ดินทำกิน
    3.การปฏิรูปเพื่อปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ที่จะดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้าราชการและนักการเมืองด้วย รวมถึงการทำรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเราจะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาในอีก 1 เดือน 
    4.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสริมสร้างกระบวนการประชาธิปไตย ในเรื่องการปฏิรูปการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 
    และ 5.การปฏิรูปแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ที่จะต้องดำเนินการสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้มีมาตรฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 หัวข้อหลักจะต้องทำให้เสร็จภายใน 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยในสัปดาห์หน้าจะพูดคุยเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำทันทีในเดือน มิ.ย.นี้ ในส่วนกระทรวงต่างๆ ก็จะทำแผนปฏิรูปกระทรวงควบคู่ไปด้วย เพื่อนำเสนอ ครม.ในอีก 2 เดือนนี้ด้วย
         นายกอบศักดิ์กล่าวว่า อะไรที่จำเป็นที่ต้องขอให้นายกฯ ออกมาตรา 44 เพื่อประชาชนได้ประโยชน์และเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ก็จะนำเสนอ โดยจะต้องไปดูเรื่องเร่งด่วน 5 เรื่อง ว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องใช้มาตรา 44 เช่น เรื่องการปลูกไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ เช่น ไม้พะยูง ไม้สัก เป็นต้น ที่จะต้องแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ใช้เวลาอย่างนานกว่า 6 เดือน ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีหน้าที่เข็นสัมภาระเดินไปข้างหน้า แต่เวลาเข็นติดปัญหา ดังนั้นคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีหน้าที่เข้าไปลดเวลา ทำให้การปฏิรูปเดินหน้าไปได้ระยะเวลาที่เหลืออยู่อีก 8 เดือนข้างหน้าให้เปลี่ยนจากแผนหรือกระดาษให้กลายเป็นจริง 
บุรีรัมย์พร้อมแล้ว
    ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมติดตามผลการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการเตรียมการด้านสถานที่ ทั้งห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ห้องทำงาน ห้องแถลงข่าว ห้องบริวารต่างๆ รวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ ณ ห้องประชุมสุพรรณิการ์ ชั้น 2 มรภ.บุรีรัมย์
    พร้อมทั้งได้นำข้าราชการระดับสูงของจังหวัด ทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ตรวจสอบพื้นที่และสถานที่สำคัญดังกล่าว ณ อาคารอเนกคุณาคาร มรภ.บุรีรัมย์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่สำหรับประชุม ครม.สัญจร
     นายอนุสรณ์ยืนยันว่า ทั้งส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว  สำหรับการลงพื้นที่ของนายกฯ ในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรือกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์
    โดยมีประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงข่ายและคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งทางอากาศและทางถนน การพัฒนาการค้าชายแดน การพัฒนาด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และการอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้านการทอผ้าไหม เป็นต้น โดยรัฐบาลมุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงจุดเด่นในแต่ละพื้นที่ เพิ่มเติมจุดแข็งของสินค้าและการบริการด้วยนวัตกรรมและการวิจัย และพัฒนาเพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในกลุ่มจังหวัดดังกล่าว
     สำหรับการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ในเวลา 15.00 น. นายกฯ จะพบปะกับประชาชนที่สนามช้าง อารีน่า ต.อิสาณ อ.เมืองฯ และตรวจเยี่ยมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกสนามที่ 15 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ต.อิสาณ อ.เมืองฯ และในช่วงค่ำนายกฯ และคณะจะเยี่ยมชมถนนคนเดินเซาะกราว ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่ได้รับรางวัลการบริหารจัดการชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ขึ้นป้ายต้อนรับ
     ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.30 น. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการและรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจในพื้นที่ด้วย จากนั้นเวลา 10.30 น. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2560 ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอเนกคุณาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ในเวลา 14.20 น. นายกฯ จะไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์บ้านสนวนนอก ต.สนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ซึ่งหมู่บ้านชุมชนโบราณที่ดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตามแบบวิถีชุมชนเขมร และมีการจัดการด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของบุรีรัมย์
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดบุรีรัมย์เริ่มทำการขึ้นป้ายต้อนรับ ปรับตกแต่งสถานที่ ถนนหนทาง เพื่อเตรียมความพร้อมให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว  โดยเฉพาะในจุดที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปตรวจเยี่ยม 
    อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ระหว่างการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนหลายกลุ่ม ที่มีกระแสข่าวการเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี โดยจะให้ยื่นผ่านศูนย์ดำรงธรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องแก้ปัญหาราคายางพารา มันสำปะหลัง ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ธ.ก.ส. ของบประมาณขุดบ่อบาดาล
     กลุ่มประชาชนอาสาปกป้องแผ่นดินไทย เรียกร้องขอเข้าอยู่ทำกินพื้นที่ตามแนวชายแดน ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด กลุ่มผู้บุกรุกป่าดงใหญ่ 1 เรียกร้องที่ทำกินบริเวณพื้นที่ป่าดงใหญ่ กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มที่ 4 จ.บุรีรัมย์ ให้การช่วยเหลือสมาชิก ผรท.กลุ่มที่ 4 ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ รวมถึงเครือข่ายอื่นๆ อีกหลายเครือข่าย เพื่อจะได้สามารถจัดระเบียบ ดูแลความเรียบร้อย เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดบุรีรัมย์.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ