จาก“เผาไทยเก่า”ถึง“เผาไทยใหม่”


เพิ่มเพื่อน    

         ฮื่ออ์อ์อ์...คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า อดที่จะสะดุ้งแล้ว สะดุ้งอีก ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ ระหว่างที่ได้ฟังการปะทะ การ ปะ-ฉะ-ดะ ระหว่างคุณน้อง จตุพร ตุ๊ดตู่ กับรองหัวหน้าพรรค เผาไทย อย่างนาย พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ได้นำเอาความเป็น “คนหัวล้าน” อันเป็นบุคลิกลักษณะประจำตัวของคุณ พิชัย เขา ไปสอดแทรก เสียดแทง กันไปเป็นระยะๆ...

                       ------------------------------------------------

            ไม่ว่าประเภท... “น้ำหน้าอย่างคุณ ผมน้อยชนิดหัวล้าน กลับไม่รู้สึก-รู้สาอะไร” หรือ... “ดังนั้น จะเตือนนายพิชัย หรือทั้งพรรค จะเรียงตัวมาก็ได้ จะได้ชำแหละกันให้เป็นเรื่อง-เป็นราว นี่ไม่เข้าใจอะไรเลย...ใช้ไม่ได้...หัวล้านเสียเปล่า!!!” คือออกจะเป็นอะไรที่ครอบคลุมความหัวล้านแบบออกจะเป็นวงกว้างอยู่ซักหน่อย ต่างไปจากคุณทวด ไซรรงค์ อยู่บ้าง ที่อย่างน้อยก็ยังพยายามเฉพาะเจาะจงไปถึง หัวล้านเลว หรือไม่ใช่หัวล้านโดยทั่วๆ ไป ดังนั้น...ระหว่างฟังคำพูด คำจา ของคุณน้อง จตุพร ตุ๊ดตู่ เขา ผู้ที่มี ผมไม่มาก อย่าง ท่านขุนน้อย เลยอดสะดุ้งไปเป็นระยะๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...

                            ------------------------------------------------

            แต่อันที่จริงแล้ว...เฉพาะที่ ไทยโพสต์ ก็คงไม่ได้มีแต่ ท่านขุนน้อย เพียงรายเดียว แรงกระเพื่อมมันอาจลุกลามไปถึงอาเฮีย สุทธิชัย หยุ่น เอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะรายนั้นล้านก่อน และล้านมาโดยตลอด แต่ก็แปลกๆ...ไม่ว่าล้านแบบไหน ระดับไหน ไปๆ-มาๆ...กลับดูเท่ ดูเก๋ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จะด้วยเหตุเพราะความมั่นคง ตรงไป-ตรงมา ความสม่ำเสมอ ไม่ค่อยได้สนใจที่จะไปข้องแวะ กับการด่าไป-ด่ามาของใครต่อใครเขา มุ่งแต่ ทำข่าว ลูกเดียว หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ เลยคงไม่ได้จัดอยู่ในประเภท หัวล้านเสียเปล่า อย่างที่คุณน้อง จตุพร ท่านหยิบมา ใส่ กันชนิดสุดฤทธิ์ สุดหลอด...

                              --------------------------------------------------

            แต่เอาเป็นว่าเรื่อง หัวล้าน-ไม่หัวล้าน ว่าไปแล้ว...คงไม่ถึงกับน่าสนใจ น่าคิด สะกิดใจ เท่ากับเรื่องการอยู่-การไป หรือเรื่องความเป็นไปภายในพรรค เผาไทย ณ ช่วงระยะนี้ ที่ออกจะน่าตื่นตะลึง พรึงเพริด อยู่พอสมควร กับการถอนยวง ถอนสายบัว ของอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค อย่างคุณหญิง เจ๊หน่อย ที่จู่ๆ...จะด้วยอะไรมิอาจทราบได้ ลุกขึ้นมาถอนยวง ถอนสายบัว ชนิดแทบไม่เหลือสายใย ไม่เหลือก้านบัว ดอกบัว เมล็ดบัว ให้เห็นกันอีกต่อไป เพราะเห็นว่า...ไม่ใช่แต่คุณหญิง เจ๊หน่อย รายเดียวเท่านั้น แต่ยังมีทั้ง อาจารย์โภคิน ไปจนถึงคุณ ไก่-วัฒนา ก็ยังพร้อมที่จะ ถอน ออกมากันเป็นกระจุกๆ...

                               ----------------------------------------------------

            อันนี้นี่แหละ...ที่น่าสนใจ น่าคิด น่าสะกิดใจ อยู่พอสมควร คือไม่ใช่แค่เฉพาะบทบาททางการเมืองภายในสัปปายะสภาสถาน หรือภายในรัฐสภาแต่เพียงเท่านั้น เพราะย่อมเป็นที่รู้ๆ อยู่ว่า ไม่ว่าใครก็ใครเถอะ ถ้าลองตกอยู่ในสภาพ ฝ่ายค้าน ซะอย่างแล้ว โอกาสที่จะทำอะไรต่อมิอะไรให้เป็นเรื่อง เป็นราว หรือได้เรื่อง ได้ราว ออกจะเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เต็มที โดยเฉพาะสำหรับรัฐสภาไทยยุคปัจจุบัน หรือในช่วงหลังๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ยังเคยพอมีพรรคฝ่ายค้านอย่าง ประชาธิกัด ที่สามารถกัดใครต่อใครในระดับ แค้นจัด-กัดดะ-ฝังเขี้ยวจมน่อง ได้เสมอๆ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในสภาพฝ่ายค้าน แต่หลังจากที่คุ้นเคย เคยชิน กับการเป็นรัฐบาล ต่อเนื่องกันมานานพอสมควร ความน่าหวาดหวั่น ขวัญสยอง ทำนองนี้ ก็แทบไม่มีให้เห็นอีกต่อไป...

                        ------------------------------------------------------

            ดังนั้น...การหาทางทำอะไรที่พอเป็นเรื่อง เป็นราว ได้เรื่อง ได้ราว สำหรับพรรค เผาไทย ในช่วงนี้ จึงน่าจะลำบากอยู่พอสมควรเหมือนกัน แต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น...ก็คือ การหาทางทำอะไรต่อมิอะไร นอกสภา นี่สิ!!! เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเผาไทยกับผู้ที่กำลังคิดเผาอะไรต่อมิอะไร ไม่ว่าขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี ไปจนถึงค่านิยมทางสังคมในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ภายในอนาคตเบื้องหน้า หรือบรรดาพวกเด็กๆ แห่ง สาธารณรัฐเป็ด ทั้งหลาย ที่คงต้องยอมรับว่า...แม้กระทั่งทุกวันนี้ ณ วินาทีนี้ ไม่ว่าใครก็ใคร ก็ยังมิอาจ ตีความ หรือ แปลความ กันได้ชัดๆ โดยเฉพาะต่อกรณีการ กราบงามๆ สามที หรือกี่ที ก็แล้วแต่ ที่เคยก่อให้เกิด นัย เกิด ปริศนา ทางการเมือง ชนิดนำเอาไปพูดจา ว่ากล่าว กันเป็นคุ้งเป็นแคว...

                        ------------------------------------------------------

            เพราะเมื่อมาถึงทุกวันนี้ หรือ ณ วินาทีนี้...โอกาสที่จะไปแยกขาด ตัดขาด ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเผาไทย กับผู้กำลังคิดเผาอะไรต่อมิอะไรในอนาคตเบื้องหน้า มันคงแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้ คือยังสะท้อนให้เห็นสายใย ความผูกพัน แบบชนิดพร้อมที่จะ แยกกันเดิน-รวมกันตี อะไรประมาณนั้น หรือประเภท กราบก็ส่วนกราบ แต่ส่วนของการ ไล่ทุบ-ไล่ทิ่ม-ไล่บด-ไล่บี้-ไล่ประนณาม-หยามเหยียด ก็ยังคงดำเนินไปตามสายใยความผูกพัน แบบชนิดตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด อยู่เช่นเดิมนั่นแล ยังคงเต็มไปด้วยพวก เสื้อแดง ที่ทยอยเข้ามาเป็นส่วนเสริมของม็อบเด็กๆ จนเต็มไปด้วยพวกหน้าแก่ หนังเหี่ยว เพิ่มจำนวนปริมาณชนิดมีอัตราส่วนผกผัน ระหว่างกันและกันยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

                   --------------------------------------------------

            ยังมีพวก ปฏิญญาฟินแลนด์ ที่ยังคงฝังร่าง ฝังตัว อยู่ภายในพรรคเผาไทย แบบไม่ได้คิดจะลาออก ถอนยวง ถอนสายบัว ตามคุณหญิง เจ๊หน่อย เอาเลยแม้แต่น้อย แถมเผลอๆ กลับยิ่งเพิ่มบทบาท บารมี ยิ่งขึ้นไปอีก โดยอาจเป็นไปตามยุทธศาสตร์แบบ 2 ขา หรือแก้ว 3 ประการ ก็ยังมิอาจรู้แน่ชัด คือต่างแสวงจุดร่วม-สงวนจุดต่าง กันอย่างถึงพริก-ถึงขิง หรืออาจแอบซุกๆ ซ่อนๆ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย หลังจากที่ พรรค และ แนวร่วม ได้ยกระดับสถานการณ์ขึ้นสู่จุดสูงสุด หรือไม่ อย่างไร ก็ยากที่จะคาดคะเนได้ เพราะที่แน่ๆ ก็คือ...แทบไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับการ กราบไป-กราบมา เอาเลยแม้แต่น้อย อันนี้นี่เอง...ที่น่าคิด น่าสะกิดใจเอามากๆ และอาจต้องอาศัยบริการของคุณน้อง จตุพร ตุ๊ดตู่ นั่นแหละ ถึงพอช่วยชำแหละ แยกแยะ แยกม้าม แยกปอด แยกกระเพาะ ลำไส้ ออกมาให้เห็นกันแบบจะจะ ชัดๆ อีกทั้งน่าจะได้คุณค่า ได้ประโยชน์ ซะยิ่งกว่าการตามไปรังแก รังควาน ผู้ที่อาภัพ อับโชค อับวาสนา อย่างบรรดาคนหัวล้านทั้งหลาย เป็นไหนๆ...

                             ----------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Sister Helen Prejean”... There are two situations that make interesting stories: when an extraordinary person is plunged into the commonplace, and when and ordinary person gets involved in extraordinary events.- มีสถานการณ์สองอย่างที่ทำให้เกิดเรื่องราวน่าสนใจ นั่นคือ เมื่อคนพิเศษถลำลงไปในสถานการณ์ธรรมดา และเมื่อคนธรรมดาเข้าไปข้องเกี่ยวกับสถานการณ์พิเศษ...”.

               ---------------------------------------------------

 

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว