ขนส่งฯผุด RFID สแกนจัดระเบียบรถบรรทุก 1ล้านคันทั่วประเทศ


เพิ่มเพื่อน    


8ธ.ค.63-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ ขบ. ได้ดำเนินการจุดตรวจความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถระหว่างทาง หรือ จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ (เช็คกิ้งพ้อยท์) หรือ Checking Point บนทางหลวงแผ่นดิน 111 เส้นทาง รวมระยะทาง 22,048 กม. ในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ จำนวน 245 แห่ง โดยตรวจทุกๆ ระยะทาง 90 กม. ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.62 จนปัจจุบันกรมฯยังดำเนินการอยู่

ทั้งนี้กรมฯพยายามปรับจุดเช็คกิ้งพ้อยท์ให้มีความสมบูรณ์ เหมาะสม และหาที่ตั้งจุดตรวจให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งได้ขยายระยะทางเพิ่มขึ้น จากเดิมกำหนดตรวจทุก 90 กม. ได้ปรับเพิ่มเป็นตรวจทุก 200 กม. เนื่องจากรถโดยสารคุ้นชินและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนำรถเข้าตรวจอย่างต่อเนื่อง จึงขยายระยะทางตรวจ เพื่อไม่ไห้มีความถี่มากเกินไป อำนวยความสะดวก และรวดเร็วในการเดินทาง  

ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการจุดตรวจเช็คกิ้งพ้อยท์ให้สะดวกมากขึ้น และรองรับขยายผลจุดตรวจเช็คกิ้งพ้อยท์มาใช้ตรวจรถบรรทุกทุกประเภท เบื้องต้นจะนำรูปแบบเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ดำเนินการ อาจจะใช้  RFID (Radio Frequency Identification) คือการระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ มีลักษณะเป็นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (RFID Tag) ที่สามารถอ่านค่าได้โดยผ่านคลื่นวิทยุ เพื่อตรวจสอบ ติดตามและบันทึกข้อมูลที่ติดอยู่กับป้าย โดยจะติดไว้กับตัวรถเวลารถผ่านจุดตรวจจะสามารถตรวจสอบได้ว่ารถคันนี้ผ่านการตรวจอย่างถูกต้องแล้ว
 
นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การตรวจรถบรรทุกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกที่ได้รับมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก (Q Mark) ซึ่งผู้ประกอการกลุ่มนี้ได้ผ่านการประเมินการดำเนินการที่มีคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการ หรือมีประวัติการให้บริการที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งถ้ากลุ่มนี้เข้าจุดเช็คกิ้งพ้อยท์ จากนั้น RFID จะตรวจสอบและแจ้งเตือนในระบบ และรถสามารถผ่านจุดตรวจได้ทันที   

และ 2.กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกที่ยังมีการบริหารจัดการไม่ดี ยังไม่ผ่านมาตรฐาน Q Mark กระทำผิดบ่อยๆ เช่น ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด กลุ่มนี้จะเรียกตรวจตามขั้นตอนที่ ขบ. กำหนด หากพบว่าไม่ผ่านต้องนำรถบรรทุกหรือพนักงานขับรถไปปรับปรุงแก้ไขจนกว่าจะผ่านการตรวจ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแบ่งผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เป็นกลุ่มน้ำดีและน้ำเสียได้ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเสียเวลาในการตรวจ รวมทั้งลดภาระบทบาทเจ้าหน้าที่เบาบางลง ขณะเดียวกันจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการที่ยังบริหารจัดการไม่ดีให้พัฒนาศักยภาพในการขนส่งให้ดียิ่งขึ้น 

นายจิรุตม์ กล่าวอีกว่า เมื่อได้ข้อสรุปเทคโนโลยีที่นำมาใช้แล้ว จากนั้นจะหาแนวทางดำเนินการ รวมทั้งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง (ทล.) ที่จะต้องขอใช้พื้นที่ที่จะตั้งจุดเช็คกิ้งพ้อยท์ ซึ่งพิจารณาในพื้นที่ที่เหมาะสม สะดวก ปลอดภัย และไม่กีดขวางจราจรบนท้องถนน เนื่องจากรถบรรทุกมีขนาดใหญ่กว่ารถโดยสาร และต้องใช้พื้นที่มากกว่า เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจะกำหนดจุดที่ชัดเจนต่อไป  

นอกจากนี้จะหารือกับกระทรวงคมนาคม และผู้ประกอบการรถบรรทุก เพื่อให้ทราบถึงดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งเตรียมความพร้อม เพื่อออกกฎระเบียบแนวทางดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป ป้องกันผลกระทบตามมา หลังจากการศึกษาแล้วเสร็จคาดว่าในปี 64 จะดำเนินการจุดเช็คกิ้งพ้อยท์รถบรรทุกได้ เพื่อตรวจสอบผู้ประกอบการรถบรรทุกทั่วประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าและสร้างความมั่นใจการเดินทางให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสถิติจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 ต.ค.63 พบว่ามีทั้งหมด 1,167,328 คันทั่วประเทศ แบ่งเป็น รถบรรทุกไม่ประจำทาง 357,256 คัน และ รถบรรทุกส่วนบุคคล 810,072 คัน


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.