จากท่าขี้เหล็กติดเชื้ออีก5


เพิ่มเพื่อน    

  ศบค.เผยพบผู้ป่วยโควิดใหม่ 11 ราย มาจากต่างประเทศ อธิบดีกรมควบคุมโรคยันสถานการณ์ที่ท่าขี้เหล็กผ่านมาเกิน 2 สัปดาห์แล้ว หยุดอยู่ที่ 37 ราย การระบาดจึงไม่น่าห่วง ย้ำเที่ยวเชียงราย-เชียงใหม่ได้ตามปกติไม่ต้องกักตัว แต่ล่าสุดกลับจากด่านเข้าไทยอีก 104 คน ติดเชื้อ 5 ราย เป็นหญิงทำงานในสถานบันเทิงท่าขี้เหล็กเหมือนเดิม

    เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 11 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,180 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,903 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 217 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ มาจากสวีเดน 1 ราย, สหรัฐอเมริกา 1 ราย, โปรตุเกส 1 ราย, ซาอุดีอาระเบีย 2 ราย, เกาหลีใต้ 1 ราย, เมียนมา 3 ราย และบาห์เรน 2 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อ 70,711,368 ราย รักษาหายป่วย 49,139,558 ราย เสียชีวิต 1,588,247 ราย  
    ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า วันเดียวกันนี้ตัวเลขคนไทยที่เกี่ยวข้องกับ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา รวม 49 ราย แบ่งเป็นลักลอบเข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติ 17 ราย ตรวจพบในสถานที่กักกันโรคของรัฐ 30 ราย และเจอในประเทศ 2 ราย แบ่งเป็นเชียงใหม่ 5 ราย, เชียงราย 34+3 ราย, พะเยา 1 ราย, กทม. 3 ราย, พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และสิงห์บุรี 1 ราย โดย 3 รายในวันเดียวกันนี้ พบในสถานที่กักกันโรคของรัฐ (Local Quarantine) ที่ จ.เชียงราย ซึ่งตัวเลขทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่กักกันโรคของรัฐประมาณกว่า 180 ราย ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขจะชี้แจงรายละเอียดอย่างละเอียด ไม่มีปิดและไม่มีกั๊ก
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 และได้เดินทางจากแม่สอดมายังจังหวัดมุกดาหาร และมีการนั่งรถตู้จากมุกดาหารไปยังจังหวัดนครพนม โฆษก ศบค.ตอบว่า ในความเป็นจริงคือมีชายไทยคนหนึ่งลักลอบเข้ามาแล้วนั่งรถสายมุกดาหาร-แม่สอด และเข้ามาผ่านทางนครพนม มาถึงแล้วตำรวจจึงได้ควบคุมตัว และเขาก็รับทราบแล้วว่าไม่ได้เข้ามาในช่องทางที่ถูกต้อง โดยระหว่างนี้เราได้นำไปตรวจ แต่ข้อมูลล่าสุดออกมาผลตรวจเป็นลบ ยังไม่ติดเชื้อโควิด-19
    แต่อย่างไรก็ตาม เราเน้นย้ำเรื่องการเดินทางเข้าประเทศแบบไม่ถูกกฎหมายแล้ว เราไม่ต้องการที่จะเอาผิดเอาโทษ แต่เราต้องการให้ท่านได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งกระบวนการตรงนี้เราจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ บุคคลที่ใกล้ชิดชายดังกล่าวเราได้เข้าไปดูแลแล้ว
    เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าบางบริษัทมีการประกาศว่าถ้ามีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนใดที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดินทางกลับมาจากจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดเชียงราย ให้กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขอบอกว่าไม่จริง ไม่ต้องทำอย่างนั้นเลย เป็นความกังวลของข่าวที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ฉะนั้นตอนนี้เรามารายงานให้ทราบทุกวันถึงสถานการณ์จริง ซึ่ง ณ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม แต่จะได้หรือไม่ได้อยู่ที่ความร่วมมือของประชาชนทุกคน ส่วนการที่จะต้องกักตัว 14 วัน ไม่เคยมีข้อสรุปจากกระทรวงสาธารณสุข แต่จะมีเพียงจดหมายที่มาจากภาคเอกชนที่เขียนมาสอบถามทางกระทรวง หากได้ฟังการแถลงของกระทรวงสาธารณสุขก็ทราบถึงสัญญาณที่เราส่งออกไป ว่าไม่จำเป็นเลย แต่สิ่งที่จะต้องเตือนคือการใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
จากท่าขี้เหล็กจบที่ 37 ราย
    ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ที่ท่าขี้เหล็กขณะนี้เกิน 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งสถานการณ์การระบาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่น่าเป็นห่วง ส่วนที่หลายคนกังวลว่าผู้ที่ติดเชื้อจากกลุ่มท่าขี้เหล็ก ที่ติดเชื้อในประเทศจังหวัดสิงห์บุรี ขออัพเดตข้อมูลทั้งหมดมีผู้สัมผัสโรค 63 ราย ในจำนวนนี้สัมผัสเสี่ยงสูง 35 ราย ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี โรงพยาบาลแสวงหา ที่วัดพิกุลทอง โรงพยาบาลค่ายบางระจัน โรงพยาบาลอ่างทอง มีผลตรวจเป็นลบ ซึ่งเป็นการแสดงว่าระบบการควบคุม ความร่วมมือของเรามีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีผู้ป่วยแพร่กระจายไปในจังหวัดอื่นๆ ส่วนที่หลายคนสอบถามกันมากว่าคนที่ไปจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย จะต้องกักกันตัวหรือไม่
    ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา สะสมในประเทศไทย 37 คน จำนวนนี้พบว่า 30 คน ประสานขอเข้ารับการกักตัวตามระบบของรัฐ ส่วนอีก 7 คนเป็นการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่มีการสอบสวนโรคกลุ่มบุคคลสัมผัสเสียงสูงและสัมผัสเสียงต่ำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อที่เป็นการติดภายในประเทศคงอยู่ที่ 2 ราย คือ จ.เชียงรายและสิงห์บุรี
    "ขอยืนยันว่าปลอดภัย ไม่พบการระบาดในพื้นที่ และผู้ว่าฯสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี มีระบบคัดกรองที่เข้มงวด จึงไม่ต้องมีการกักตัวผู้ที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายยังสามารถเข้าไปเที่ยวได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลใจ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความพร้อมในการดำเนินการ และขอความร่วมมือภาคเอกชนทำความเข้าใจให้ตรงกัน ก็จะผ่านสถานการณ์ไปได้ด้วยดี โดยภาพรวมทั้ง 7 จังหวัดในเคสนี้ไม่มีการระบาดในจังหวัดนั้นๆ ทุกจังหวัดมีความปลอดภัยเท่ากับจังหวัดอื่นๆ" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
    ขณะที่ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อรวม 6 ราย จากการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำล่าสุด โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม 51 ราย แบ่งเป็นผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จำนวน 31 ราย ตรวจครั้งที่ 1 ผลเป็นลบทั้งหมด ตรวจครั้งที่ 2 ผลเป็นลบ 30 ราย ผลเป็นบวก 1 ราย ซึ่งรายที่ผลเป็นบวกต้องรอตรวจซ้ำอีกครั้ง, ผู้สัมผัสที่หอพัก 6 ราย ผลเป็นลบ, ห้องสัมภาษณ์งานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 7 ราย ผลเป็นลบ และสมาชิกในครอบครัว 7 ราย ผลเป็นลบ ขณะที่ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 888 ราย ผลเป็นลบทั้งหมดในการตรวจครั้งแรก  
    ถามว่ากรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 และต้องออกไปใช้ชีวิตภายนอกร่วมกับคนอื่นๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้บุคลากรเหล่านี้ใช้ชีวิตในโรงพยาบาลโดยไม่ต้องกลับบ้าน นพ.โอภาสชี้แจงว่า ทุกคนทราบว่าบุคลากรเหล่านี้ต้องทำงานเสี่ยง ซึ่งเราต้องให้กำลังใจ เพราะไม่มีใครอยากติดเชื้อ แต่เป็นภาระงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการระบาดในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ 108 คน แต่หลัง พ.ค.เป็นต้นมา ที่เรารู้จักโรคนี้ดีขึ้น เราไม่พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากโรงพยาบาลอีก เพิ่งจะมีกรณีนี้ที่เกิดขึ้น แต่เป็นการติดในสถานกักกันโรคของรัฐ และมาติดบุคลากรที่เป็นเพื่อนจากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้ติดจากการทำงาน
ล็อตใหม่ติดเชื้ออีก 5 คน
    ส่วนที่บอกให้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลตลอดไม่ออกมาเลยนั้น ยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพราะจากทั่วโลกที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก แต่ในประเทศไทยยังติดเชื้อจำนวนน้อย จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องให้บุคลากรอยู่โรงพยาบาล 24 ชั่วโมง ซึ่งมากเกินไป ขณะนี้เราต้องการกำลังใจ ความเข้มแข้ง และความเข้มงวดในการทำงานมากกว่า
    ซักว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ต้องออกมาตรวจที่ตึกผู้ป่วยนอกด้วยหรือไม่ และจะสร้างความมั่นใจอย่างไรให้ประชาชน นพ.โอภาสตอบว่า บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงในการจะติดเชื้อจากผู้ป่วย และนำไปสู่ครอบครัวของเขามากกว่า แต่ความเสี่ยงที่เขาจะเอาเชื้อไปให้ผู้ป่วยไม่มากเท่า อีกทั้งบุคลากรที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ทำงานตึกผู้ป่วยโควิดส่วนใหญ่ จะปฏิบัติหน้าที่ในจุดนั้นๆ ไม่มีการไปปะปนกับหน่วยอื่นๆ
    ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เจ้าหน้าที่เมียนมานำตัวคนไทยตกค้างที่ลงทะเบียนผ่านคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมาระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี ส่งผ่านด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย กลับประเทศไทยรวม 104 คน เป็นชาย 28 คน หญิง 76 คน
         โดยทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมายเพียง 7 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองไปทำงานใน จ.ท่าขี้เหล็ก จำนวน 97 คน
         หลังจากกลุ่มคนไทยทั้งหมดเดินทางข้ามสะพานมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันตรวจเอกสารและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทันที ก่อนส่งตัวไปยังสถานกักกันดูอาการหรือ Local state quarantine
         อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มหญิงไทยที่ข้ามมาทั้ง 76 คนดังกล่าวนั้น ได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากทางสาธารณสุขเมียนมา มาแล้ว และได้รับแจ้งผลยืนยันว่าติดเชื้อหรือผลเป็นบวกถึง 5 ราย ทุกรายเป็นหญิงสาวที่ทำงานในสถานบันเทิงพื้นที่ท่าขี้เหล็ก
         ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเมียนมาได้นำรถพยาบาลจากโรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก นำตัวหญิงสาวที่ตรวจพบติดเชื้อนี้มาส่งบริเวณกลางสะพานข้ามลำน้ำสาย จากนั้นประสานให้รถโรงพยาบาลแม่สาย เข้าไปรับตัวก่อนพาไปยังโรงพยาบาลในฝั่งไทยต่อไป ขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไม่ได้แวะสถานที่ใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ของไทยยืนยันว่าทั้งหมดจะต้องรับได้รับการตรวจยืนยันอีกรอบ และอยู่ใน Local state quarantine ตามเวลาที่กำหนด
         ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันทางทีบีซีทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาได้มีการประสานงานกันอย่างเต็มที่ มีการรับลงทะเบียนคนที่จะเดินทางกลับมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้เราทราบว่านอกจากจะมีผู้ที่ติดเชื้อกลับมาดังกล่าวแล้ว คนที่กลับมายังมีกลุ่มเสี่ยงอยู่อีก 13 รายด้วย ซึ่งกรณีการติดเชื้อนั้น ก็จะนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ตามขั้นตอนต่อไป.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"