อริยสงฆ์เท้าเปล่า 'หลวงตาชื่น' ธุดงค์ถึงที่พักในป่าช้าประจำหมู่บ้าน สาธุชนรอกราบเนืองแน่น


เพิ่มเพื่อน    

19 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับพลังศรัทธาหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์สายป่า อายุ 72 ปี ที่ได้เดินธุดงค์เท้าเปล่ามาตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 หลังออกพรรษาท่านได้ออกจากที่พักสงฆ์บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์จ.นครพนม ซึ่งเป็นป่าช้าประจำหมู่บ้าน ธุดงค์วัตรตามเส้นทางจังหวัดสกลนคร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี ส่วนขากลับจะเดินธุดงค์ไปทางจังหวัดสระแก้ว, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, มุกดาหาร, สกลนคร และนครพนม รวมระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร

ล่าสุด หลวงตาชื่นท่านได้เดินกลับสู่ที่พักสงฆ์ป่าช้าท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสภาพเท้าทั้งสองข้างเป็นแผลไหม้จากความร้อนของถนนแอสฟัลต์ลาดยางมะตอย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับหลวงตา ยังคงใช้ความเพียรธุดงค์ต่อเนื่อง ค่ำไหนก็จะนอนตามป่า ทุ่งนา หรือวัด ตามความเหมาะสม ส่วนปัจจัยที่มีญาติโยมศรัทธาถวายตลอดเส้นทางท่านจะไม่รับ จะรับเฉพาะน้ำดื่มเท่านั้น หากมากเกินความต้องการจะนำไปบริจาคตามสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท  หรือที่สาธุชนเรียกนามท่านจนติดปากว่า หลวงตาชื่น เคยเปิดเผยถึงเส้นทางชีวิตว่า เกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม(ภายหลังยกฐานะให้เป็นอำเภอโพนสวรรค์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2535)  สมัยเป็นหนุ่มได้รับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์ โดยประมาณปี 2512 ได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียดนาม สังกัดกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี หลังปลดประจำการได้เหรียญทหารผ่านศึก ก็ได้มาแต่งงานกับนางตาล อุ่นเพียรโสม ปัจจุบันอายุ 67 ปี  มีลูกทั้งหมด 4 คน

หลังจากบุตรทั้งหมดสร้างครอบครัวหมดแล้ว จึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมเพื่อความสงบในชีวิต อีกทั้งชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น และปี 2552 จึงเข้าอุปสมบทตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรม จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่านิกายธรรมยุตเดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้สังขาร

โดยปีแรก พ.ศ.2559 เดินธุดงค์มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย จากนั้นทุกปีหลังออกพรรษาท่านจะเดินธุดงค์วัตรต่อเนื่องถึงปัจจุบัน พร้อมได้สั่งลูกหลานไว้ว่า ตายที่ไหนก็เผาที่นั่น โดยหลวงตาชื่นจุดเด่นของท่านอีกอย่างคือไม่รับปัจจัย กิจของสงฆ์จะ มีแค่ บิณฑบาตโปรดสัตว์ ทำวัตรเช้า-เย็น สวดมนต์ เจริญภาวนา และศึกษาธรรมมะ 

“อาตมามาถึงวันนี้ชีวิตไม่ได้กังวล เพราะสละทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามสังขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปี” หลวงตาชื่น กล่าว


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'