จ่อเช็กบิลมาเฟียชายแดน ปม “โควิด-19” ระลอกใหม่


เพิ่มเพื่อน    

   ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้สังคม “ช็อก” กับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจากแรงงานต่างด้าวในชุมชนย่าน จ.สมุทรสาคร และเริ่มขยายวงออกเป็นวงที่ 2 และ 3 ตามลำดับ โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด และได้รับเชื้อจากการไปซื้ออาหารทะเลไปจำหน่ายในตลาดอื่นๆ

            ยังไม่แน่ชัดว่าผลการสอบสวนโรค ผู้ประกอบการแพกุ้งที่ติดเชื้อนั้น มาจากแหล่งไหน แต่มีแนวโน้มว่าติดเชื้อมาจากแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในพื้นที่นั้น แต่ยังไม่มีการฟันธงว่าลักลอบเข้าเมืองมาช่องทางใด

            หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องน่าปวดหัว เพราะฝ่ายความมั่นคงได้วางมาตรการเข้มข้น และใช้กองกำลังตามแนวชายแดนในการตรวจตรา บางจุดมีการวางรั้วลวดหนาม ลาดตระเวนกันอย่างเข้มข้น แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าสามารถป้องกันการลักลอบได้ 100 เปอร์เซ็นต์

            เนื่องจาก ตลอดแนวชายแดนทางบกไทย-เมียนมา ระยะทางยาวกว่า 2,400 กม. มีจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรน และจุดผ่านแดนชั่วคราวรวมแล้วอย่างน้อย 20 แห่ง ใน 7 จังหวัด แต่พื้นที่สำคัญที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เฝ้าระวังสูงสุด คือ อ.แม่สอด จ.ตาก เนื่องจากเป็นจุดที่แรงงานจากเมียนมาเข้าออกจำนวนมากที่สุด ประกอบกับมีแนวชายแดนยาวกว่า 540 กิโลเมตร

            ขณะที่ จ.ระนอง มีชายแดนทางบกและทางน้ำรวม 254 กิโลเมตร แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่าสถิติลักลอบเข้าเมืองด้านนี้แทบจะไม่มีเลย นับแต่กรณีของการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำความผิด คดีขึ้นสู่ศาลจนมีผู้ถูกลงโทษจำคุกหลายราย แต่ก็ไม่มีใครการันตีว่าจะไม่หลุดเข้าทางน้ำ

            จากข้อมูลการแถลงของ พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบุว่า สถิติการจับผู้ลักลอบเข้าเมืองช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จากทั้งหมด 7 กองกำลังชายแดน ส่วนใหญ่ที่เข้ามาพื้นที่ส่วนกลาง และ จ.สมุทรสาคร มาจากชายแดนฝั่งตะวันตก คือ เชียงราย ตาก และกาญจนบุรี ซึ่งก็ยอมรับว่าอาจจะมีที่เล็ดลอดเข้ามาได้ เพราะชายแดนตลอดแนวนั้นมีทั้งทางบก ทางน้ำ เมื่อน้ำลดก็สามารถเดินเข้ามาโดยสะดวก

            “ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค เพื่อตรวจสอบว่าผู้ที่นำมาเชื้อเข้ามาเป็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาจากช่องทางใด ตรงนี้เป็นเรื่องทางด้านงานข่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.สมุทรสาคร กำลังดำเนินการอยู่ เราก็ประสานในการนำข้อมูลเหล่านั้นเพื่อวางมาตรการต่อไป” โฆษกกองทัพบกระบุ

            อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สื่อสังคมออนไลน์กระจายข้อมูลข่าวสารในช่วงนี้ คือ การชี้ปมขบวนการนำแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการร่วมรับประโยชน์ แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่าไม่เป็นความจริง ตอกย้ำด้วยคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ โฆษกกองทัพบก ที่ยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง และหากพบว่าเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา

            แต่เหนืออื่นใดคือ “งานด้านการข่าว” ที่ต้องตรวจสอบเส้นทางการเข้ามาของแรงงานต่างด้าวเหล่านั้น ที่ข้ามผ่านชายแดนตามเส้นทางธรรมชาติแล้ว จะเดินทางไปสู่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างได้อย่างไร ถ้าไม่มี “คนกลาง” ในการบริหารจัดการและเคลียร์เส้นทางก่อนไปถึงมือนายจ้าง

            อย่าลืมว่าสถานการณ์ในขณะนี้ “แรงงานเมียนมา” ที่เข้ามามีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่คนที่เดินทางเข้าในจังหวัดชั้นในก็มักจะมีพาสปอร์ตแสดงตน เมื่อผ่านด่านในจังหวัดต่างๆ ก็จะใช้พาสปอร์ตในการอ้างว่าไม่ได้เข้ามาจากชายแดน แต่เป็นการเดินทางข้ามจังหวัด

            แต่ก่อนหน้านี้ก็มีเจ้าหน้าที่จับกุมขบวนการในการขนส่ง ลำเลียงแรงงานต่างด้าวเข้ามา โดยคิดหัวละ 2,500-5,000 บาทมาแล้ว แต่ก็เป็นเพียงคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่ “หัวขบวน” ที่หากินกับแรงงานเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น

            อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่พบว่าผู้นำเชื้อมาติด “เจ้าของแพกุ้ง” เป็นใคร และเข้ามาทางไหน แต่ “การข่าว” ซึ่งได้รับรายงานมาตลอด ขบวนการจัดหา-ส่งแรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย มี “นายหน้า” ที่เป็นอดีตข้าราชการมีสี ยศดาบตำรวจที่มีอิทธิพล มีเครือข่ายที่ฝักรากลึกมานาน สามารถคุมสภาพข้าราชการทุกสี รวมไปถึงนักการเมืองบางคนในพื้นที่

            ถึงขนาดมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นเข้าไปตรวจสอบ หาข้อมูล ยังมีสายข่าวรายงานไปยัง “ผู้มีอิทธิพล” รายนี้ให้รับทราบก่อน

            การติดเชื้อระลอกใหม่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงต้องเร่งดำเนินการกำจัดต้นตอในการหากินกับการขนแรงงานเข้ามาในประเทศให้เด็ดขาด เหมือนเช่นขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยครั้งนี้มีเดิมพันที่สำคัญคือ ความปลอดภัยของคนในประเทศที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด

            อย่าปล่อยให้เป็นการตั้งรับโดยมาตรการเฝ้าระวัง แต่ต้องจัดการที่ต้นตอแบบเชิงรุก และกวาดล้างกลุ่มที่มีผลประโยชน์ให้สิ้นซาก.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"