'อนุทิน'ย้ำกลุ่มเสี่ยงเข้าตรวจโควิดฟรี หลังปีใหม่หากสถานการณ์นิ่งอาจเลิกพรก.ฉุกเฉิน


เพิ่มเพื่อน    

22 ธ.ค.63- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) แก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่จะมีการพิจารณาในวันนี้ ว่า พรบ.ควบคุมโรคเป็นการแก้ไขเพื่อให้เกิดการคล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากหลายเสียงระบุว่าบ้านเมืองเราเป็นประชาธิปไตยทำไมจึงต้องมีการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินดังนั้นจึงจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพรบ. ควบคุมโรค เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมการควบคุมโรคให้สามารถออกมาตรการต่างๆได้ แต่ไม่มีผลกระทบในเรื่องของการปฎิบัติ 

ซึ่งหลังปีใหม่หากสถานการณ์นิ่ง เราก็อาจจะไม่ใช้พรก. ฉุกเฉิน แต่จะมาเพิ่มอำนาจในพรบ. ควบคุมโรคแทน ซึ่งวิธีปฏิบัติในพรบ.นั้นคงไม่ต้องคุยในรายละเอียดมากนักเพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ดูทั้งหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์จนถึงวันนี้ครม.ต้องมีมาตรการพิเศษใดเป็นมติเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรายังมีศบค. อยู่จึงยังไม่จำเป็นจะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีขอเวลาพิจารณา7วันเรื่องการล็อกดาวน์ปีใหม่ แต่หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้ารถพุ่มพวง จะต้องพิจารณาเร็วขึ้นกว่า7วันหรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เรามีการประเมินอยู่แล้วและในเวลานี้ได้มีการตรวจเชื้อแบบเคสบายดิ้ง โดยเข้าไปพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้คนเหล่านั้นได้เข้ามารับการตรวจให้มากที่สุดซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกันอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนการที่รถขายของพุ่มพวงนั้นตระเวนไปในหลายพื้นที่นั้น จะมีการเพิ่มมาตรการใดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้มีการคัดกรองอยู่ 

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีข่าวว่าคนที่ไม่ได้อยู่ภายในจังหวัดสมุทรสาครได้มาขอตรวจเชื้อ โควิด-19 แล้วโรงพยาบาลไม่ตรวจให้หรือบางกรณีต้องเสียค่าใช้จ่ายเองนั้น เป็นข่าวไม่จริง ตอนนี้คนที่เดินทางผ่านจังหวัดสมุทรสาครหรืออยู่ในจังหวัดที่มีการพบผู้ติดเชื้อ หรือมีอาการเข้าข่ายที่จะเป็น โควิด-19 ก็สามารถเข้ารับการตรวจได้ ทันที เพราะตนได้สั่งการให้โรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ ทำการตรวจให้ตามสิทธิ์ ส่วนเรื่องเงินค่าตรวจนั้นทางกระทรวงสาธารณสุข จะนำไปเบิกจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เอง ขอย้ำว่ากลุ่มเสี่ยงสามารถไปตรวจได้ทันที จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิดกัน

"สมมติว่าเดินไปแล้วมีอาการไข้ เจ็บคอ แล้วบอกแพทย์ว่าไปหัวหินมาผ่านสมุทรสาครแวะทานข้าว เมื่อบอกอย่างนี้ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้วยอยู่แล้ว แล้วทางแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าเป็นคนปกติจะต้องมีการสัมภาษณ์กันก่อนที่จะตรวจ โดยการใช้วิธีสวอปจมูก หากเข้าข่าย ทางกระทรวงสาธารณสุขก็จะดูแลให้ในเรื่องของการตรวจเชื้อ" นายอนุทินกล่าว.
 


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'