แบ่งโซนล็อกโควิด ‘บิ๊กตู่’หัวโต๊ะศบค.เคาะยาแรงขอปชช.เสียสละทนลำบาก


เพิ่มเพื่อน    

  ศบค.พบผู้ติดเชื้อใหม่ 46 ราย ใน กทม.มากสุดถึง 11 ราย "หมอทวีศิลป์" ระบุการติดเชื้อเป็นดาวกระจาย เป็นพลุออกไปในหลายจังหวัด รวม 25 จว.แล้ว วอนผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้งเข้ารับการตรวจ สธ.เผยสมุทสาครยอดติดเชื้อสะสม 1,202 ราย เชื่อมโยง 65 รายใน 22 จว. ขณะที่หลายพื้นที่ลุ้นผลตรวจติดเชื้อจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดผู้ป่วย ผงะ! อุตรดิตถ์กลุ่มเสี่ยงถึง 600 ราย กทม.ขอเวลา 4 สัปดาห์คุมโควิดให้ได้ สั่งปิด รร.ในสังกัดแล้ว “บิ๊กตู่” แย้มถก ศบค. 24 ธ.ค.นี้ชัดเจนมาตรการปีใหม่พร้อมกำหนดโซนสีตามความรุนแรงของพื้นที่

     ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 23 ธันวาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวันที่ 23 ธ.ค. ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 46 ราย แบ่งเป็นพบในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 7  ราย ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ประกอบด้วย ประเทศสหราชอาณาจักร 2 ราย, สหรัฐอเมริกา 1 ราย, บาห์เรน 1 ราย, เมียนมา 1 ราย, รัสเซีย 1 ราย และปากีสถาน 1 ราย และติดเชื้อภายในประเทศ 39 ราย ประกอบด้วย กทม. 11 ราย, จ.ฉะเชิงเทรา 5 ราย, จ. นครปฐม 3 ราย, จ.กำแพงเพชร 2 ราย, จ.ตาก 2 ราย, จ.ปราจีนบุรี 2 ราย, จ. พระนครศรีอยุธยา 2 ราย, จ.สมุทรปราการ 2 ราย, จ.สระบุรี 2 ราย, จ.เพชรบูรณ์ 1 ราย, จ.กระบี่ 1 ราย,  จ.ขอนแก่น 1 ราย, จ.นครราชสีมา 1 ราย, จ.นนทบุรี 1 ราย, จ.ปทุมธานี 1 ราย, จ.ภูเก็ต 1 ราย และ จ.สุพรรณบุรี 1 ราย
    ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 5,762 ราย ติดเชื้อภายในประเทศสะสม 3,837 ราย ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวสะสม 1,273 ราย ผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศสะสม  1,925 ราย พบในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้สะสม 1,394 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 17 ราย รวมหายป่วยสะสม 4,095 ราย เสียชีวิตยังคงที่ 60 ราย ผู้ป่วยที่รักษาอยู่ 1,607 ราย
     นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงกลุ่มผู้ติดเชื้อในประเทศ 46 คนว่า ผู้ติดเชื้อรายที่ 1-38 มีประวัติเกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้ง ส่วนใหญ่มีอายุในวัยทำงาน อาชีพประมง รับจ้างขนส่งอาหารทะเลและค้าขาย ตรวจพบว่าติดเชื้อไม่มีอาการและมีอาการน้อย ไอมีเสมหะ  น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ส่วนรายที่ 39-40 ไปสถานที่ชุมชน ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า เป็นข้าราชการ อายุ 26 ปีกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง ส่วนผู้ป่วยรายที่ 41 เป็นข้าราชการเกษียณอายุ เพศชาย อายุ 63 ปี  ใน จ.นนทบุรี มีประวัติสัมผัสชาวเมียนมาที่มีอาการป่วย, รายที่ 42 พนักงานบริษัทชาวเมียนมา ไปสถานที่ชุมชน ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า, รายที่ 43-44 อยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นหญิงไทยและหญิงชาวเมียนมา อาชีพพนักงานในห้างสรรพสินค้า มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ และรายที่ 45-46 อยู่ระหว่างสอบสวนโรค เป็นวิศวกรเพศชาย อายุ 28 ปี อยู่ใน จ.นนทบุรี กับพนักงานโรงงาน เพศหญิง อายุ 24 ปี อยู่ใน จ.ขอนแก่น
    "การติดเชื้อในขณะนี้เป็นดาวกระจาย เป็นพลุออกไปในหลายจังหวัด กระจายไปหลายพื้นที่ของประเทศ สธ.มีแผนการค้นหาผู้ป่วย ยังคงกันพื้นที่เป็นโซน โดยบริเวณตลาดกลางกุ้งเป็นโซนสีแดง ขณะนี้ถูกปิดพื้นที่ไปแล้วหลังตรวจ 2,051 คน พบติดเชื้อ 914 คน คิดเป็น 44% หลังจากนี้จะเข้าไปตรวจสอบซ้ำเป็นระยะ โดยคาดว่าจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่สีเหลือง ชุมชนซอยเศรษฐกิจ พบ 134 คน หรือ 6.5% และตลาดทะเลไทย 91 คน หรือ 14% และพื้นที่สีเขียว เข้าไปสุ่มตรวจ แล้วแต่ผลยังไม่ออก โดยรวมผลตรวจทุกโซนสี มีการติดเชื้อ 22% แต่สิ่งที่กังวลใจคือเชื้อกระจายไปหลายจังหวัด เดิมค้นหาจากลูกค้าประจำกว่า 1,000 คน พบเดินทางเข้าไปใน 22 จังหวัด ล่าสุดตรวจพบเพิ่มเป็น 25 จังหวัด จึงขอให้ผู้เคยมีประวัติเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้งหรือไปสัมผัสกับผู้ป่วยใน จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.63 ขอให้เข้ารับการตรวจ กรณีนั่งรถผ่านจังหวัดไม่ถือว่ามีความเสี่ยง ยังไม่ต้องเข้ารับการตรวจ"
    โฆษก ศบค.กล่าวว่า ศบค.โดยปลัด สธ. ในฐานะประธานศปก.สธ. ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งแถลงข่าวในช่วงบ่าย เย็น หรือค่ำ ขอให้ส่งข้อมูลอย่างเป็นทางการเข้าระบบมายังกองระบาดวิทยา ก่อนรายงานสถานการณ์โควิด-19 ต่อสื่อมวลชนและประชาชน เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสูงสุด เนื่องจากมีเฟกนิวส์ข่าวปลอมบิดเบือนออกมาเป็นระยะๆ
ติดเชื้อเชื่อมโยง 65 ราย 22 จว.
     ต่อมา เวลา 16.00 น. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าผลการสอบสวนโรคโควิด-19 จ.สมุทรสาคร ว่าผลการตรวจค้นหาเชิงรุกในพื้นที่สมุทรสาคร จากข้อมูลล่าสุดสรุปเมื่อเวลา 14.00 น. พบผู้ติดเชื้อสะสม 1,202 ราย และพบผู้ติดเชื้อจากการมารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 76 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 72 ราย แรงงานเมียนมา 4 ราย ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครดีขึ้น จากเดิมอัตราการพบผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 22.89% ลดเหลือ 19%
         ส่วนผู้ติดเชื้อนอก จ.สมุทรสาคร แต่เชื่อมโยงกันนั้น พบสะสมที่ 65 ราย ใน 22 จังหวัด แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 16 ราย, นครปฐม 10ราย, ฉะเชิงเทรา 6 ราย, สมุทรปราการ 5 ราย, สระบุรี 5 ราย,  ปทุมธานี 3 ราย, กำแพงเพชร นนทบุรี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 2 ราย, กระบี่ ขอนแก่น นครราชสีมา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ภูเก็ต สุพรรณบุรี อุตรดิตถ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ และชัยนาท จังหวัดละ 1 ราย ทั้งนี้ ยังไม่ใช่ข้อมูลล่าสุด เนื่องจากรายจังหวัดมีการรายงานเข้ามาต่อเนื่อง อย่าง กทม. อยู่ระหว่างสอบสวนโรคเพิ่มเติมอีก 3-4 ราย ทั้งนี้ เกือบทุกรายเป็นผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่เกิดการระบาดคือตลาดกลางกุ้งที่จังหวัดสมุทรสาคร มีเพียง 1-2 ราย มีโอกาสได้รับเชื้อจากผู้ที่เดินทางมาที่จุดระบาด
         เมื่อถามถึงรายละเอียดกรณีมีการรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 8 ราย ที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับจังหวัดสมุทรสาคร นพ.โสภณ กล่าวว่า อยู่ระหว่างสอบสวนโรคเพิ่มเติม โดย 2 รายที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่ามีความเชื่อมโยงกับเมียนมาที่มาตลาดกลางกุ้งหรือไม่ หรือข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน อีก 1 รายมีประวัติสัมพันธ์กับชาวเมียนมา และที่เหลืออีก 5 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค เนื่องจากให้ประวัติไม่ชัดเจน
    ด้านนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กทม. หรือ ศบค.กทม. ว่าขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ในจังหวัดสมุทรสาครเพิ่มเป็น 20 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 รายที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค โดยมีคณบดีโรงเรียนแพทย์หลายแห่งร่วมประชุมด้วย และแนะนำว่า กทม.มีเวลา 4 สัปดาห์ในการควบคุมโรคโควิด-19 ว่าเราจะควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ เนื่องจาก 75 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นร้อยละ 88 ที่มีการระบาดซ้ำและรุนแรงกว่าเดิม หากเราควบคุมได้ใน 4 สัปดาห์ ทิศทางการระบาดจะเปลี่ยนไป
     โฆษก กทม.ระบุว่า ที่ประชุม ศบค.กทม.มีมติ 1.ปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ศูนย์เด็กเล็กทั้งหมดรวม 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. และจะเปิดอีกครั้งหลังปีใหม่ 2.หน่วยงานราชการในสังกัด กทม.ทั้งหมด ยกเว้นหน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชน ให้ทำงานที่บ้าน รวม 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. จะกลับมาทำงานอีกครั้งหลังปีใหม่ 3.ขอความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ไม่จัดกิจกรรมปีใหม่ หรือการจัดกิจกรรมที่จะมีการรวมตัวกัน หน่วยงานของ กทม.มีมติไม่จัดงานแล้ว แต่ถ้าหน่วยงานไหนจะจัดงานจริงๆ และถ้ามีคนมากกว่า 300 คน ต้องขออนุญาตจากสำนักอนามัย กทม. และถ้าจำนวนคนมากเกินไปหรือคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็จะไม่อนุญาตให้จัด แต่ถ้าประชาชนจะจัดกันเองในครอบครัวหรือรวมญาติ สามารถทำได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการของ สธ.
    4.กทม.พยายามที่จะดำเนินการคัดกรองและระมัดระวังสถานที่เสี่ยงต่างๆ ที่พบว่าแรงงานต่างชาตินิยมไปรวมตัวกัน เช่น สวนสาธารณะ ตลาด และศาสนสถาน จึงมีการยกระดับไม่ไห้มีการรวมตัวกัน นอกจากนี้จะมีการลงพื้นที่ไปตรวจหาเชื้อในสถานที่ต่างๆ เพิ่มเติม เช่น ตลาดใน กทม.มีตลาดกว่า 400 แห่ง ตอนนี้ตรวจไปแล้วกว่า 100 แห่ง ไซต์งานก่อสร้าง มีทั้งหมด 17,000 แห่ง การตรวจเมื่อระบาดรอบแรกไม่พบเชื้อ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปก็ต้องมาตรวจกันใหม่, โรงงานใกล้พื้นที่ จ.สมุทรสาคร เช่น เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน วันนี้มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการล็อกดาวน์จะเป็นทางเลือกสุดท้าย
กำหนดโซนสีตามพื้นที่
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม เปิดเผยว่า วันที่ 24 ธ.ค. การประชุม ศบค.จะได้ข้อยุติว่าจะทำอย่างไร ในส่วนของมาตรการ ในช่วงนี้และช่วงปีใหม่ด้วย ก็ขอวอนนิง (Warning) ไว้ก่อนว่าวันนี้เรากำลังกำหนด พื้นที่ทั้งหมดว่าควรจะทำอย่างไร กับพื้นที่ตรงไหน แพร่ระบาดมาก แพร่ระบาดน้อย ความเสี่ยงมากความเสี่ยงน้อย จะกำหนดพื้นที่ทุกจังหวัดให้เป็นสีต่างๆ สีเขียว สีส้ม สีแดง อะไรเหล่านี้ และจะมีมาตรการเฉพาะลงไปว่าทำอะไรได้บ้าง ต้องเตรียมการไว้อย่างนี้
    "ขอแจ้งเตือนทุกท่านไว้ให้ทราบเราอาจจะต้องลำบาก อาจจะต้องเสียสละ เพราะถ้าเราแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ในช่วงนี้มันก็คือปัญหา สิ่งสำคัญที่สุดการเสนอข่าว ให้ข่าว คงต้องรับฟังข้อมูลจาก ศบค.ด้วย อย่าเอาข้อมูลจากอื่นๆ ไปแพร่ ที่ไม่ใช่ข้อมูลถูกต้อง จะทำให้เกิดการตื่นตระหนก และสร้างการรับรู้ไปยังต่างประเทศ วันนี้เป็นการแพร่ระบาดที่เรารู้ที่มา มีมาตรการเฉพาะและมาตรการสาธารณสุขครบถ้วนทุกอย่าง ยังสามารถรับมือได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นแล้วจะกลายเป็นว่าประเทศไทยกลับมาสู่ขั้นระบาดร้ายแรงอีก จะถูกได้รับความเชื่อมั่นลดลงในเรื่องระบบสาธารณสุขของไทย คิดว่าเราทำมากกว่าประเทศอื่นหลายประเทศด้วยกัน"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอความร่วมมือบรรดาสื่อด้วย อะไรที่พูดจาออกมาแล้วไม่ใช่ข้อเท็จจริง บางทีแพร่ออกไปก็ทำให้เกิดปัญหา ขอร้องบรรดาที่ชอบทำข้อมูลทางโซเชียลฯ ที่เอาข้อมูลเท็จออกมาแพร่ระบาดไปแล้วโน่นนี่ มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยกับประเทศไทยของเรา คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทย ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่ปกปิด แต่บางครั้งไม่มีความรู้ข้อมูลก็เขียนออกไป ขอร้องให้ทุกคนมองที่ประโยชน์ของชาติอยู่ตรงไหน และเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป ถ้าอยากจะอยู่ให้มันดีขึ้นก็ต้องช่วยกัน สิ่งดีๆ มีเยอะแยะ อย่าขยายความขัดแย้งกันมากนัก เดี๋ยวก็ไปเรื่องโน้นเรื่องนี้กันเรื่อยเปื่อย
    ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมว่า นายกฯ สั่งการให้กองทัพบกและกองทัพเรือระดมกำลังสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 1,000 เตียงที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่ง ขณะนี้กำลังดูสถานที่อยู่ว่าจะใช้โรงงานหรือที่พักอาศัย โดยโรงพยาบาลสนามจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วย เนื่องจากไม่ต้องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้ว
     จากกระแสข่าวตามโซเชียลหรือสื่อโทรทัศน์ได้มีการประกาศว่าจังหวัดสมุทรปราการล็อกดาวน์แล้วนั้น นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯสมุทรปราการ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สมุทรปราการ เราไม่ถือว่าเป็นการล็อกดาวน์ พวกเราที่พิจารณาน่าจะเป็นการที่ตรึงพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ห้ามเข้า-ออก เราใช้คำว่าให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด จุดคัดกรอง ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เราตั้งจุดตรวจจุดสกัด จุดคัดกรองขึ้นใน 3 พื้นที่ คือในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่เสี่ยงคือ จ.สมุทรสาคร และทางลงทางด่วนที่ถนนสุขุมวิทและถนนเทพารักษ์ และการสอบสวนโรค คนที่มาจากสมุทรสาครเป็นคนไทยเ ราก็ต้องบันทึกว่ามาจากไหนจะไปไหน จะกลับเมื่อไหร่ และติดต่อกันได้อย่างไร ยืนยันว่าถ้าเป็นคนไทยยังเดินทางเข้า-ออกได้เป็นปกติ
ดาวกระจายหลาย จว.
    จากกรณีนายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ได้แถลงข่าวผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ใน จ.สมุทรสงคราม 8 ราย ที่ป่วยอาการหนัก 6 ราย รอผลสอบสวนโรคอีก 2 ราย ส่วนอีกกว่า 200 รายที่ติดเชื้อมาจากสมุทรสาคร เมื่อสอบสวนโรคแล้วเหลือที่มีอาการใกล้เคียงติดเชื้อ 105 ราย ล่าสุดได้ประกาศปิดจังหวัดหรือล็อกดาวน์แล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.2563-4 ม.ค.2564 โดยห้ามมิให้มีการจัดตลาดนัดทุกนัดทุกวันทุกแห่ง ส่วนห้างสรรพสินค้าเปิดได้ในชั้นขายอาหารและของใช้จำเป็นเท่านั้น
     ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์วิทธิ์ สกุลริชเรศสีมา รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่แทนการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พร้อมด้วยนายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด โดยล่าสุด จ.นครราชสีมาพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิดเพิ่มเติมอีก 3 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 22 ราย
     ทั้งนี้ 3 รายล่าสุด รายแรกเป็นชายไทย อายุ 57 ปี อาชีพพ่อค้าขายอาหารทะเลสดในพื้นที่อำเภอพิมาย เดินทางไปซื้ออาหารทะเลสดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่  6 ธ.ค., รายที่สองเป็นหญิงไทย อายุ 47 ปี อาชีพขายอาหารทะเลสดในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว  กลับมาจากซื้อหารทะเลสดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร วันที่ 17 ธ.ค.   ส่วนรายที่ 3 เป็นชายไทย อายุ 43 ปี อาชีพรับข้าราชการในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่ จ.สมุทรสาคร เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบัวใหญ่ ในวันที่ 18 ธ.ค. ทั้งนี้ จ.นครราชสีมาได้ดำเนินการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้วทุกราย พร้อมทั้งตรวจหาเชื้อโควิด แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยเพิ่มเติม
    ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารในตลาดสดเทศบาลตำบลลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสัมผัสเชื้อกว่า 200 คน ได้เดินทางไปเข้าคิวรอทำการเก็บตัวอย่างน้ำลายหรือสารคัดหลั่งเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้าโรงพยาบาลลำปลายมาศ? ซึ่งเปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษ หลังจากที่มีพ่อค้าอาหารทะเลชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเดินทางกลับจากไปรับอาหารทะเลที่ จ.สมุทรสาคร แล้วตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด ซึ่งพ่อค้าอาหารทะเลรายดังกล่าวก็ได้มาขายอาหารทะเลที่ตลาดสดเทศบาลตำบลลำปลายมาศด้วย    
     นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ผลตรวจยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ของ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหญิง อายุ 24 ปี ซึ่งเดินทางไปทำงานที่ จ.สมุทรสาคร และตรวจพบ ยืนยันติดเชื้อและได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้ทีมสอบสวนโรคได้ทำการตรวจสอบเส้นทางและไทม์ไลน์ของหญิงสาวรายดังกล่าว ซึ่งได้ความชัดเจนและรายละเอียดมาแล้วอย่างครบถ้วน ที่ขณะนี้ได้เข้ารับการกักตัวตามขั้นตอนทางสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว
    ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ได้มีการรายงานยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มอีก 1 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุก เป็นแรงงานต่างด้าว เพศหญิง ชาวเมียนมา อายุ 48 ปี อาศัยอยู่ที่พักคนงานต่างด้าวในสถานประกอบการใน อ.เมืองฯ จ.กระบี่ หลังจากได้เดินทางไปต่อวีซ่าที่ จ.สมุทรสาคร ด้วยรถตู้โดยสารเมื่อวันที่ 14-16 ธ.ค.63 มีผู้ร่วมเดินทางไปด้วย 7 คน และวันที่ 17-20  ธ.ค.63 เดินทางกลับบ้านพักของสถานประกอบการ และนำตัวไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.กระบี่ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.63 และผลตรวจออกมาเมื่อวานนี้ปรากฏว่าเป็นบวก ซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลกระบี่ ทำให้ยอดรวมผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 22 ราย  
    ส่วนกรณีที่มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเป็นชาย อายุ 40 ปี ในจ.ภูเก็ต ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันเพศชายจาก จ.สมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 11-12 ธ.ค. ขณะไปร่วมงานสังสรรค์ของชมรมบิ๊กไบค์ ณ รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งมีผู้ร่วมงาน 40 คน ทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่ค้นหาผู้ใกล้ชิด พบมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 28 คน ผลตรวจของผู้ที่มีสัมผัสเสี่ยงสูงออกมาแล้วปรากฏว่าบุตรชาย 2 คน (คนโตและคนเล็ก) ของผู้ป่วยติดเชื้อผลเป็นบวก ได้ติดเชื้อโควิดจากบิดา ส่วนภรรยาและบุตรสาวผลตรวจเป็นลบ และเพื่อนอีก 24 คนเป็นลบ
อุตรดิตถ์กลุ่มเสี่ยง 600 ราย
    นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ร่วมแถลงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ซึ่งมีผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิดจำนวน 1 ราย เป็นผู้หญิงชาวอำเภอท่าศาลา อายุ 42 ปี เป็นผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จ.สมุทรสาคร เป็นแม่ค้าขายเครื่องแกงในตลาดมหาชัย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดกลางค้ากุ้ง โดยผู้ป่วยที่ได้เดินทางกลับบ้านในอำเภอท่าศาลาโดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมด้วยลูกและหลาน มีสามีเป็นคนขับ รวม 4 คน ผลการตรวจ เมื่อเวลา 20.30 น.ของคืนที่ผ่านมา ยืนยันว่าผู้หญิงคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด แต่ไม่แสดงอาการป่วย ส่วนลูกและหลานทั้ง 2 คน ผลตรวจเป็นลบไม่พบเชื้อ แต่ต้องกักตัว
    นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี แถลงว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 53 ปี และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูง 11 ราย ผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงต่ำ 10 ราย สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ป่วย วันที่ 7 ธ.ค. เดินทางส่งของไทย-กลับ (ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร-สุราษฎร์ธานี) แวะบ้านที่ อ.พุนพิน วันที่ 8 ธ.ค. ซื้อของที่นากุ้ง (ทราบชื่อ) อ.กาญจนดิษฐ์ และเดินทางส่งกุ้งตลาดทะเลไท วันที่ 9-11 ธ.ค. อยู่ที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร วันที่ 12 ธ.ค. เดินทางกลับ จ.สุราษฎร์ธานี วันที่ 13 ธ.ค. ส่งวัสดุก่อสร้างที่แพแห่งหนึ่ง (ทราบชื่อ) อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี วันที่ 14-20 ธ.ค.63 ซื้อของที่นากุ้ง อ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อเดินทางส่งกุ้งที่ จ.ระนอง (บริษัทแห่งหนึ่งทราบชื่อ) ไป-กลับทุกวัน วันที่ 21 ธ.ค. เข้ารับการตรวจเชื้อโควิดที่โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ โดยไม่มีอาการ วันที่ 22 ธ.ค.63 ผลพบเชื้อโควิด
     ที่ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ นายผล ดำธรรม ผวจ.อุตรดิตถ์ แถลงร่วมกับ นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุตรดิตถ์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด พบผู้ติดเชื้ออีก 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 37 ปี 9 เดือน เปิดร้านจำหน่ายอาหารทะเลอยู่ที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ร้านจำหน่ายอาหารทะเลของผู้หญิงดังกล่าวไม่ได้อยู่กลางชุมชน เป็นร้านจำหน่ายเดี่ยว ส่วนสามีผลเลือดออกมาแล้วว่าไม่พบเชื้อ นอกจากนี้บุคคลที่ใกล้ชิดทั้งลูกน้องและญาติพี่น้องรวม 11 คน ส่งผลเลือดไปทำการ ตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.พิษณุโลกแล้ว คาดว่าผลน่าจะออกมาช่วงเย็นวันนี้
    ด้าน นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ กล่าวว่า จากการเช็กประวัติของผู้ป่วยรายที่ 2 พบว่า เวลา 23.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ไปรับอาหารทะเลที่ จ.สมุทรสาคร กลับมาถึง อ.น้ำปาด ช่วง 09.00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม เพื่อขายอาหารทะเลที่บ้านพี่สาว ต.แสนตอ อ.น้ำปาด จากนั้นวันที่ 17 ธ.ค. นำอาหารทะเลตระเวนขายในพื้นที่ ต.บ้าน เสี้ยว อ.ฟากท่า ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก และตลาดนัด ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด, วันที่ 20 ธ.ค. เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.อุตรดิตถ์ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านม่วง อ.น้ำปาด แต่ใส่แมสก์ตลอด, วันที่ 21 ธ.ค. ไปบ้านพี่สาวที่ ต.แสนตอ ส่วนในรายแรกซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ 48 ปี ที่พบเชื้อโควิด ที่ตลาดสดป่าขนุน หมู่ 3  ต.คุ้งตะเภา อ.เมืองฯ นั้น ยืนยันผลการตรวจเลือดออกมาว่าเป็นเชื้อโควิดจริง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดจำนวน 600 ราย ผลออกมาแล้ว 500 ราย ไม่พบเชื้อ ส่วนที่เหลือผลก็จะทราบเร็วๆ นี้
    นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าฯ ชัยนาท แถลงข่าวการพบผู้ติดเชื้อโควิดรายแรกของ จ.ชัยนาท โดยยืนยันผลการตรวจ 2 ครั้ง ยืนยันว่า ชาย อายุ 35 ปี อาศัยอยู่ในอำเภอเมืองชัยนาท มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายอาหารทะเลตามตลาดนัด ติดเชื้อโควิด ซึ่งเข้ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ด้วยอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล แต่ไม่มี อาการหอบหืด จากการสอบสวนโรคย้อนไป 1 สัปดาห์ พบว่ามีประวัติเดินทางไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร และตลาดบางบอน กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ 12 ธ.ค.63
    ทั้งนี้ สาธารณสุขจังหวัดชัยนาทได้ดำเนินการแยกกักตัวผู้มีความเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดผู้ป่วย จำนวน 8 คน ประกอบด้วย มารดาของผู้ป่วย, อสม.ที่เข้าไปดูแลมารดาของผู้ป่วย และบุคคลอีก 6 คน ที่อยู่ในคลินิกเดียวกับผู้ป่วยที่เข้าไปรักษาที่คลินิกเมื่อวันที่ 20  ธ.ค. พร้อมกับได้ตรวจเชื้อหาโควิดกับกลุ่มเสี่ยงทุกคนแล้ว คาดว่าจะทราบผลภายในค่ำวันนี้ ส่วนภรรยาของผู้ป่วยตรวจหาเชื้อโควิดแล้วผลเป็นลบ จึงสั่งกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำก็จะให้แยกกักตัว 14 วัน  
    ที่ จ.ชัยภูมิ นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ พร้อมด้วย นายแพทย์ดุสิต ขำชัยภูมิ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ร่วมกันแถลงว่า พบชาวอำเภอภูเขียวเป็นแม่ค้าอาหารทะเลที่รับอาหารทะเลมาจาก จ.สมุทรสาคร มีอาการป่วย และเข้ารักษาตัวที่รพ.ภูเขียว 2 ราย โดยทั้งคู่เป็นแม่ลูกกัน ส่วนอีกราย 5 ราย เป็นพ่อค้าอาหารทะเลชาวตำบลซับสีทอง อ.เมืองฯ และชาวบ้านขาม อ.จัตุรัส อยู่ระหว่างรอผลตรวจในวันที่ 24 ธ.ค.
    ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯอุดรธานี แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 30 ปี อาชีพขายอาหารทะเลที่ตลาดเทศบาลโนนสูง ต.โนนสูง อ.เมืองฯ ส่วนผลตรวจหาเชื้อของภรรยาและลูกผลตรวจออกแล้วเป็นลบ ส่วนญาติของผู้ติดเชื้อต้องรอผลวันที่ 24 ธ.ค. ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งปิดตลาดเทศบาลโนนสูง และบริษัท ห้องเย็นมหาชัยวาริน 1 จำกัด สาขาอุดรธานี เป็นเวลา 3 วัน คือวันที่ 23-25 ธ.ค. และล้างตลาดเพื่อฆ่าเชื้อ นอกจากนี้ยังแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาครที่เข้ามาพื้นที่ จ.อุดรธานี ไปรายงานตัวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทราบทันที เพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน.


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่