สธ. เผยชายวัย 44 ติดโควิดดับ เป็นกรณีตัวอย่างอาการรุนแรงไม่พบแพทย์ใน 48 ชม.


เพิ่มเพื่อน    

1 ม.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การณ์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ปฏิบัติราชการรองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย

นพ.โสภณ กล่าวว่า การระบาดโควิด-19 ในสถานบันเทิงและร้านอาหารย่านปิ่นเกล้า เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ข้อมูลเพิ่มเติมจากการสอบสวนโรคของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นนทบุรี และ สสจ.นครปฐม ในวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจากเดิม 43 ราย รวมเป็น 48 ราย โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อกลางเดือนธันวาคม พบผู้ป่วยเพศชาย มีอาการไอ และมีเสมหะ ตรวจพบเชื้อโควิด-19 โดยหลังจากนั้นพบเพื่อนร่วมงานใน 3 ร้าน คือ อีสานกรองแก้ว แซ่บอีสาน และน้องใหม่พลาซ่า นอกจากมีพนักงานในร้านแล้ว ยังมีลูกค้าตรวจพบเชื้อโควิด-19 เช่นกัน

นพ.โสภณ กล่าวว่า นอกจากกรุงเทพฯ ยังมีผู้มาจากจังหวัดใกล้เคียง คือ จ.นนทบุรี และ จ.นครปฐม ซึ่งเป็นพนักงานของร้าน ผลการสอบสวนชี้ว่า ร้านอาหารที่มีผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก พร้อมทั้งนักร้องหรือพนักงานในร้านไปให้บริการในร้านอื่นในย่านเดียวกันด้วย ทำให้พบผู้ป่วยรวม 49 ราย พบว่าผู้ติดเชื้อไปเที่ยวต่ออีกร้านหนึ่ง ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อต่อเนื่องได้ ข้อมูลจากการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม คัดกรองพนักงานและนักร้อง รวม 131 ราย พบผลติดเชื้อ 5 ราย ผู้เข้ารับบริการ 30 ราย พบเชื้อ 1 ราย และผู้สัมผัสใกล้ชิดในครัวเรือน 16 ราย พบเชื้อ 1 ราย ในส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำที่อาศัยใกล้ร้าน 197 ราย ไม่พบเชื้อ ดังนั้น เป็นการตรวจพบเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวมการตรวจ 374 ราย ผลพบเชื้อ 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.87

“ขอให้ประชาชนที่เข้าใช้บริการ ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ อีกข้อมูลที่น่าสนใจ พบว่ามี 1 ราย ที่เพิ่งพบเพิ่มเติมคือ รายที่เสียชีวิตในวันนี้ เป็นชาย อายุ 44 ปี เป็นลูกค้าของร้านกรูฟ อีฟเวนนิ่ง บาร์ (Groove Evening Bar) เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม จากประวัติพบว่าไปที่ร้านดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม และเริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งยังไม่ไปพบแพทย์ทันที หลังจากนั้นมีภาวะปอดอักเสบ โดยพบแพทย์วันที่ 30 ธันวาคม เมื่อตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในปริมาณมาก หลังจากนั้นอาการไม่ดีขึ้น มีภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว กรณีเป็นตัวอย่างการป่วย นำมาซึ่งอาการรุนแรงในเวลาอันสั้น” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า ดังนั้นผู้ที่เข้าใช้บริการในสถานที่พบผู้ป่วยโควิด-19 มาก่อน และภายใน 14 วัน มีอาการของระบบทางเดินหายใจ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ต่อมามีอาการเหนื่อย ขอให้รีบเข้ารับการตรวจโดยเร็ว ซึ่งหากมาช้าเกิน 48 ชั่วโมง มีโอกาสเสียชีวิตได้

“ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นกลุ่มผู้ที่สูงอายุ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ปอด หญิงตั้งครรภ์ หรือเด็ก จึงขอให้กลุ่มเสี่ยงปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ก่อนไปพบแพทย์ต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง รวมทั้งล้างมือบ่อยๆ เลี่ยงการเข้าสถานที่มีคนแออัด หรือหากมีอาการเหนื่อยหอบมาให้โทรแจ้งให้รถพยาบาลมารับ แต่หากอาการน้อยให้หลีกเลี่ยงการใช้รถสาธารณะ” นพ.โสภณ กล่าวและว่า ลักษณะของสถานที่ปิด ไม่มีการระบายอากาศ รวมถึงมีการรวมคนจำนวนมาก ทำให้โอกาสแพร่เชื้อจากสถานที่ดังกล่าว เช่น สถานบันเทิง ร้านคาราโอเกะ ผับ บาร์ ฯลฯ เกิดขึ้นได้ง่าย ขอแนะนำว่าหากพนักงานในร้านมีอาการป่วยให้รีบหยุดงาน เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ เนื่องจากผู้ที่ไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้ ดังนั้น การสวมหน้ากากตลอดเวลาทั้งผู้ให้บริการและผู้เข้ารับบริการ เว้นระยะห่าง และล้างมือ เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากสถานที่ดังกล่าว

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยโควิด-19 มีความสัมพันธ์กับร้านอาหาร โดยเฉพาะนั่งกินในร้านมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อมาก ยิ่งไม่สวมหน้ากากอนามัยยิ่งมีความเสี่ยง ซึ่งวันนี้มีการประชุมการประชุมศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 (ศปค.สธ.) มีข้อแนะนำให้กับพื้นที่มีการระบาดโควิด-19 โดยสถานบันเทิง และร้านอาหารนั่งกินในร้านให้ปิดดำเนินการ 14 วัน แต่อนุญาตให้สามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านได้อยู่ ซึ่งจะเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/ กทม. และศูนย์บริหารสถานการโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่พิจารณา หากประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานในร้านขอให้ซื้อกลับไปที่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงภาคกลาง และภาคตะวันออกด้วย
 


เห็น "นพ.บุญ วนาสิน" ประธาน "ธนบุรี  เฮลท์แคร์ กรุ๊ป" ออกโทรทัศน์ช่องเนชั่น เที่ยงวาน (๒๓ มิ.ย.) ฉอดๆ เรื่องจัดหาวัคซีนทางเลือกและเศรษฐกิจแบบเมามัน ใจร้องถามขึ้นมาเองว่า "อีกแล้วหรือ...คุณหมอ เห็นหลบหน้าไปตั้งนาน?"

เรตติงวันเกิด 'ตูดตุ๊กๆ'
เขา 'แก้กันอีกแล้ว' พี่ขา
กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ
ภาษาสื่อ"ปูติน-ไบเดน"
"ลุงป้อม-น้องธรรมนัส"
'เวียดนาม' ใกล้บอลโลก