โพลชี้ปชช.เชื่อมั่น'ลุงตู่' สิระอัด'แม้ว-ปู'ผีเร่ร่อน


เพิ่มเพื่อน    

    ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ "ลุงตู่ ถือธงนำ"  ประชาชนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่น "ประยุทธ์" ยกย่องเชิดชู บุคลากรการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และข้าราชการกระทรวงต่างๆ แต่โฆษกเพื่อไทยด่าเช็ด ล็อกดาวน์ทำเจ๊งหมดแล้ว "สิระ" สาปส่ง "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ผีเร่ร่อนร้ายกว่าไวรัส 
    เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER  POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ลุงตู่ ถือธงนำ  กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research)  และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน  1,104 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม  2563 - 1 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา
    เมื่อถามถึงผู้นำระดับสูงสุดของหน่วยงานรัฐ ส่วนราชการต่างๆ ที่ต้องออกมายืนในที่แจ้ง แสดงความรับผิดชอบ ทำงานหนักให้ประชาชนเห็นเป็นแบบอย่างที่ดี ในการแก้ปัญหาวิกฤติของชาติและของประชาชนให้มากขึ้น  พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.4 ระบุปลัดกระทรวงมหาดไทย รองลงมาคือร้อยละ 87.5 ระบุปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 86.8 ระบุปลัดกระทรวงแรงงาน และร้อยละ 82.4 ระบุผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 
    ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.9 ยกย่องเชิดชู บุคลากรการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และข้าราชการกระทรวงต่างๆ ระดับล่างลงไป เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผู้เสียสละแก้ปัญหาใกล้ชิดประชาชน เสี่ยงอันตรายติดเชื้อโควิด ในขณะที่ร้อยละ 89.8 อยากเห็นการเมืองใหม่ ช่วยกันกอบกู้วิกฤติ ไม่ซ้ำเติมคนทำงาน และร้อยละ 89.5 ไม่สบายใจต่อพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ  ของฝ่ายการเมือง นักการเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง  พวกโซเชียลที่ใช้เวลาว่างมุ่งโจมตีคนทำงาน
    อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ยังคงเชื่อมั่น สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือธงนำแก้วิกฤติโควิด ชี้ทางให้ประชาชนก้าวไปข้างหน้า แต่ถือไม้เรียวคอยฟาดผู้นำส่วนราชการที่เกียร์ว่าง ในขณะที่ร้อยละ 15.6 ไม่เชื่อมั่น
    ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า "ลุงตู่ ถือธงนำ" ในผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่า บรรดาผู้นำสูงสุดของส่วนราชการต้องออกมาแสดงตนให้ประชาชนเห็นความรับผิดชอบแก้ไข ไม่ใช่ยังหลบซ่อนอยู่ในมุมที่ปลอดภัย ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสี่ยงอันตรายแก้ปัญหาใกล้ชิดประชาชน ควรจะแสดงความเป็นผู้นำให้มากขึ้น มากกว่าปล่อยให้ผู้เสียสละทำงานหนัก กลายเป็นพื้นที่ตำบลกระสุนตกเพียงกลุ่มเดียว    
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19  ยังคงระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลสั่งคุมเข้มสถานการณ์ และขอให้ประชาชนฟังข้อมูลจาก ศบค.เท่านั้นจะได้ไม่สับสน ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ดูได้จากผลการสำรวจของซูเปอร์โพล ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาล เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขของไทย ที่สำคัญประชาชนยังคงให้ความร่วมมืออย่างดี แล้วเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน
    "ผมไม่เข้าใจพรรคเพื่อไทยจริงๆ ทั้งที่ปีใหม่แล้ว แทนที่จะกลับตัวกลับใจ หันหน้ามาช่วยเหลือประชาชน แต่กลับยังคงนิสัยเดิม เล่นการเมืองบนความทุกข์ของประชาชน  โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ด้วยข้อมูลที่บิดเบือน ทำให้ประชาชนสับสน"
ทำงานแบบ very bad 
    เขากล่าวว่า โดยเฉพาะนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาพูดรายวัน ทั้งนี้อยากบอกว่า การจะล็อกดาวน์หรือปิดอะไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำงานคนเดียว เรามีอาจารย์หมอเป็นคณะที่ปรึกษา ขอให้เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขของไทย ทุกอย่างผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนทางด้านเศรษฐกิจนั้นก็มีทีมเศรษฐกิจดูแล มีมาตรการเยียวยาออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยควรมาช่วยกัน ดีกว่าพ่นน้ำลายไปวันๆ ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด  และมีความไม่สบายใจที่ยังมีประชาชนหลายคนบางกลุ่มที่ยังไม่ระมัดระวังเท่าที่ควร ในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อหรือป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันร่วมมือแก้ปัญหาโควิด-19 และขอให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อกันและกันเพื่อให้ครอบครัวและชุมชนปลอดภัย
    น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  หลายพื้นที่ถูกสั่งปิดร้านค้าและสถานบริการ กระทบกับการจ้างงานและรายได้อย่างมหาศาล แต่รัฐกลับใช้มาตรการเดิมเหมือนไม่เรียนรู้การจัดการในครั้งที่ผ่านมา  ซ้ำยังสั่งให้ประชาชนรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ 
    "พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ไม่เคยแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชน โดยเฉพาะการระบาดรอบนี้ที่ประกาศล็อกดาวน์ สั่งปิดร้านค้ารายย่อยของประชาชนที่กำลังลืมตาอ้าปากได้ แต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้า จึงอยากถามว่าการระบาดของโควิด-19 เลือกสถานที่การติดเชื้อได้หรือไม่ อย่าให้ประชาชนตั้งคำถามว่านอกจากจะ very กู้แล้ว ยังทำงานแบบ very bad ไร้ประสิทธิภาพ" โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว
    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาอวยพรปีใหม่ประชาชนคนไทยว่า ทั้งสองคนไม่จำเป็นต้องสรรหาคำพูดสวยหรูมาอวยพรคนไทย เพราะถ้าอยากจะมอบของขวัญให้คนไทยจริงๆ เพียงแค่เอาเงินที่โกงประเทศไปกลับคืนมาช่วยประเทศในสถานการณ์โควิด คนไทยก็คงดีใจแล้ว  แต่เชื่อว่าทั้งสองคนคงไม่กล้าทำ
    "อย่างตัวคุณยิ่งลักษณ์  อย่าออกมาแนะนำอะไรให้คนไทยเลย เพราะขนาดตอนเป็นนายกฯ คนไทยเขายังตั้งฉายาให้ว่าโง่ เอาเวลาไปพัฒนาสมองของตัวเองให้ฉลาดขึ้นจะดีกว่า"
    เขากล่าวว่า ที่สำคัญคนที่อยากให้รับคำอวยพรมากที่สุดคงเป็นนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องเข้าคุกรับความผิดอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะกลับมารับโทษและไปเยี่ยมนายบุญทรงบ้าง
'ทักษิณ' คล้ายผีเร่ร่อน 
    "ในส่วนของคุณทักษิณ ผมขอแนะนำว่าวันนี้อย่าเพิ่งไปห่วงการบริหารประเทศของใครเลยครับ คุณทักษิณเอาเวลาไปดูปัญหาแตกแยกในพรรคเพื่อไทย ว่าคนของตัวเองตีกันไปถึงไหนแล้วจะดีกว่า เพราะทุกวันนี้ก็กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แถมยิ่งจะมีสิทธิ์โดนยุบพรรคจากที่คุณไปหาเสียงช่วย อบจ. กรรมการบริหารพรรคแต่ละคนรีบกระโดดหนีเหมือนอย่างกับจะหนีหมาเน่า"
    นายสิระยังกล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์ว่าได้วางมือการเมืองถาวร และอยากกลับประเทศมาเลี้ยงหลานว่า หากสิ่งที่นายทักษิณกล่าวว่าวางมือทางการเมืองไปแล้วนั้น ถ้าเป็นจริงก็ถือเป็นข่าวดี แต่ดูจากการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาที่ยังออกมาหาเสียงให้คนของตัวเองในการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนว่านายทักษิณ ยังติดนิสัยพูดโกหกไม่หาย
    "ที่บอกว่าอยากกลับมาเลี้ยงหลานที่ประเทศไทยนั้น  วันนี้ผมไม่รู้ว่าคุณทักษิณถือสัญชาติอะไรอยู่ เป็นพลเมืองของประเทศไหน เพราะมีลักษณะคล้ายผีเร่ร่อน ผมขอร้องว่าอย่ากลับมาเลย ทุกวันนี้สถานการณ์โควิดก็แย่มากอยู่แล้ว และที่สำคัญคุณทักษิณเป็นมากกว่าเชื้อไวรัสร้าย  เพราะขนาดอยู่นอกประเทศมานาน แต่ก็ยังปลุกปั่น ยุแยง ให้คนไทยในชาติแตกแยกกันได้ ฉะนั้นคุณทักษิณควรจะอยู่เป็นผีไม่มีศาลที่ดูไบดีแล้ว อย่าได้กลับมาสร้างปัญหาให้ประเทศไทยอีกเลย"
    นายสิระกล่าวว่า นายทักษิณคงจะไม่เหงา เพราะอีกไม่นานก็จะมีรุ่นน้องอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตามไปอยู่ด้วยแล้ว ชะตากรรมในวันนี้ของนายทักษิณถือเป็นตัวอย่างและบทเรียนที่ดีให้นักการเมืองที่คิดล้มล้างสถาบัน  คดโกงประเทศชาติ ว่าสุดท้ายสิ่งที่ตัวเองได้ไปอาจจะไม่คุ้มค่ากับการไม่มีแผ่นดินอยู่ 
    "ผมก็ขอฝากไปถึงนักการเมืองยุคนี้ที่คิดจะทุจริต ทำลายประเทศ ให้เอาชีวิตทักษิณเป็นกระจกสะท้อนอนาคตของตัวเอง" นายสิระกล่าว
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้นายทักษิณที่ให้สัมภาษณ์แนะนำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการแก้ปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศว่า สังคมไม่ได้ประโยชน์จากทัศนคติอันเป็นลบของ ส.ส.พรรครัฐบาล ต่อคำแนะนำที่เป็นความห่วงใยความปรารถนาดีของอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีต่อประเทศชาติและประชาชน 
    "ไม่เห็นประโยชน์ที่จะมีใครไปนั่งทะเลาะกับเทปธรรมะ ถ้าไม่เห็นด้วยกับแนวทางออกจากปัญหาก็แค่นิ่งเฉย แม้ว่าการออกมาโวยวายด้วยภาษาที่ฟังไม่ได้ จะเป็นผลงานเพื่อใช้ในการช่วยเหลือในคดีใดหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ นายทักษิณไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากการออกมาให้คำแนะนำ" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว.

    


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต