บันทึกหน้า4


เพิ่มเพื่อน    

 

     ​​​​​​​ต้องบอกว่า “พลังดูดจ๊วบจ๊าบ” ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยเฉพาะ การเหยียบถิ่น “บุรีรัมย์” ของ “เนวิน ชิดชอบ” เพราะเล่นเอาทั้งพรรคประชาธิปัตย์เอย พรรคเพื่อไทยเอย หรือแม้แต่กระทั่งคนเสื้อแดงต่างดิ้นพล่าน กันยิ่งกว่าตอน “ลูงตู่” แต่งตั้งเชื้อสาย “กำนันเป๊าะ” มาร่วมทำงานกับรัฐบาลเสียอีก ...๐

​​​​​​​     ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะอิทธิฤทธิ์ของ “เนวิน” นั้น ต้องยอมรับว่าเป็นกระบี่มือหนึ่งในระดับต้นๆ ของประเทศทีเดียว ดู ขนาดการพลิกจังหวัดบุรีรัมย์ที่เป็นทางผ่านเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว แต่วันนี้ต้องบอกว่าเป็น “เมืองหลวง” ของอีสานใต้ ก็ไม่น่าจะไกลเกินความจริงนัก น่าจะพิสูจน์ฝีมือเจ้าของฉายา “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” ได้เป็นอย่างดี ...๐

​​​​​​​     ดิ้นพล่านยิ่งกว่า “ไส้เดือนโดยน้ำร้อนลวก” ขนาดไหน เห็นได้จากข่าวที่พลพรรค ปชป.เอย พท.เอย และเสื้อแดงเอย ต่างออกมาแฉโพยพฤติกรรมของ “พี่เน” ในอดีตแบบรายวันกัน ซึ่งก็ขำไม่ออกอย่างยิ่ง ทั้งที่ บรรดาคนออกมาตำหนิติติงเหล่านั้นต่างก็เคยได้ใช้หรือร่วมบริการจาก “เนวิน” กันทั้งหมดทั้งสิ้น แหม! นี่ขนาดยังไม่ย้ายข้างย้ายค่ายกันแบบชัดๆ ยังหวาดผวาขนาดนี้ ถ้า “ภูมิใจไทย” ตกลงเข้าซบพรรคลายพรางทหารจริง ก็น่าเดือดอย่างยิ่ง ...๐

​​​​​​​     จากกรณีของ “เนวิน” และกรณีภูมิใจไทยของเสี่ยหนู “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง หากหลังการเลือกตั้งใน อนาคต “พรรคทหาร” เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาลและมีแต่พรรคขนาดกลางรวมตัวกันหนุนและถีบให้พรรคใหญ่อย่าง “ปชป.-พท.” จับมือกันเป็นฝ่ายค้านขึ้นมาก็น่าสนใจอยู่ไม่หยอก เพราะตอนนี้ก็เหมือนลองเชิงเป็นฝ่ายค้านในการรุมถล่ม “บิ๊กตู่-เนวิน” อยู่แล้ว ...๐

​​​​​​​     พูดเรื่องการเมืองแล้วไม่เอ่ยถึงความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ไม่ได้ โดยเฉพาะการจัดอีเวนต์ว่าด้วยการชุมนุมในวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งครบ 4 ปีรัฐประหาร เพราะ ดูเหมือนท่าทีทั้ง “รังสิมันต์ โรม” แกนนำกลุ่ม จะกระเหี้ยนกระหือรือเสียเหลือเกิน ในขณะที่ “สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์” หรือจ่านิว ก็ประเมินว่าภาครัฐอาจใช้ความรุนแรงในการสลายม็อบ รวมถึงอาจใช้ม็อบชนม็อบเลยทีเดียว แหม! เล่นคิดในแง่ร้ายอะไรกันขนาดนั้น สุดท้ายแล้วอาจไม่มีอะไรในกอไผ่เลยก็ว่าได้ ดูได้จาก การชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พ.ค. ก็ไม่มีรุนแรงไม่ใช่เหรอ ยกเว้นแต่เป้าประสงค์ของใครที่อยากให้เป็นเรื่องโดยหวังดึงต่างชาติต่างประเทศเข้ามาจุ้น ต่างหาก ที่น่าเป็นห่วง ...๐

​​​​​​​     งานนี้คงต้องติดตามต่อไปว่าม็อบจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ในเร็วๆ นี้ แต่ที่แน่ๆ ชาวบ้านชาวช่องเขาเริ่มสงสัยว่า ทั้ง “รังสิมันต์” และ “จ่านิว” นั้น ทำมาหากินอะไรจ๊ะ ถึงมีเงินมีทองมาจัดอีเวนต์ดังกล่าวได้ เพราะใครต่อใครต่างก็รู้ว่า การชุมนุมแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่ของฟรี แค่ค่าข้าว ค่าน้ำ ก็ไม่ใช่ถูกๆ แล้ว แต่นี่ประกาศจะจัดม็อบใหญ่แบบทำให้ “รัฐบาล-คสช.” ถึงขั้นขนหัวลุกได้ งานนี้ต้องระดับเงินถุงเงินถังกันเลยทีเดียว หรือว่าบรรดาแกนนำคนอยากเลือกตั้งมีสมบัติพัสถานระดับร้อยล้านพันล้านกันละเนี่ย ...๐

​​​​​​​     หันมาเรื่อง “หมาต๋า” กันบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องว่าด้วยปฏิรูป แต่เป็น กรณีจับ “ทาเครุ ฮิราโนะ” หนุ่มญี่ปุ่นคาสนามบินดอนเมืองขณะขนยุทธภัณฑ์เพื่อกลับประเทศเป็นของที่ระลึก โดยมี “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวอีกแล้วในการเป็นโต้โผแถลงข่าว กรณีนี้ที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องการขนอาวุธออกนอกประเทศ แต่เป็นเรื่องการขนเข้ามาต่างหาก เพราะ “ฮิราโนะ” บอกว่าซื้อจากเวียดนามแล้วนำเข้าไทยมาตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. พระเจ้าจอร์จ! แล้วมันผ่านด่านมาได้อย่างไร นี่ถ้า “ฮิราโนะ” เป็นสมาชิกไอซิส หรือกลุ่มก่อร้ายอื่น ป่านนี้ไม่เกิดเหตุไปแล้วเหรอ แม้จะอ้างว่ายุทธภัณฑ์ของเขาใช้ไม่ได้แล้วก็ตาม แต่มันก็สะท้อนถึงความหละหลวมของด่านชายแดนอย่างไม่น่าอภัย รวมถึงการข่าวของหน่วยงานความมั่นคงด้วย ...๐

​​​​​​​     แวะไปเยือนเพื่อนบ้านอย่าง “มาเลเซีย” กันบ้าง เพราะเป็นวันหย่อนบัตร เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นคู่ชิงที่สมน้ำสมเนื้ออย่างยิ่ง ระหว่าง “นาจิบ ราซัค” นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กับ  “มหาเธร์ โมฮัมหมัด” วัย 92 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นผู้บ่มเพาะนาจิบมากับมือ งานนี้แม้ไม่มีความรุนแรงอย่างที่คาด แต่ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เรียกว่าต้องจับตากันห้ามกะพริบโดยเฉพาะในช่วงการนับคะแนน ...๐

     ทิ้งท้ายด้วยข่าว “เชื้อโรคอีโบลา” ได้ระบาดอีกครั้งแล้ว โดย “คองโก” ประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 21 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2556 “อีโบลา” เคยระบาดมาแล้วจากทางใต้ของกินีก่อนแพร่ลามไปยัง “ไลบีเรีย-เซียร์ราลีโอน” ซึ่งคร่าชีวิตกว่า 11,300 คน โดยตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เพลานี้ก็ไม่รู้ว่าต้องสังเวยชีวิตกันอีกกี่ราย ...๐


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"