กทม.ต้องเผชิญ PM 2.5 ถึงวันที่ 9 ม.ค. เหตุฝุ่นสะสมจากรถเข้ากรุงหนาแน่น


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ : ประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ อย่างหนาแน่นหลังเทศกาลปีใหม่

 

 

     วันนี้ - นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 13.00 น. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่าระหว่าง 32 - 62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)  เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ, ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม, เขตคลองสามวา, ริมถนนวิภาวดีรังสิต จ.เขตดินแดง, ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง, ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน, ริมถนนสุขาภิบาล5 เขตสายไหม, แยกสวนสยาม-รามอินทรา เขตคันนายาว, ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี, ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก, แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และสูงสุดที่ริมถนนดินแดง เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ ปริมาณ  62 มคก./ลบ.ม. 

 

 

     นายอรรถพล กล่าวว่า  จากข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในปีที่ผ่านๆ มา ช่วงหลังจากเทศกาลหยุดยาวในช่วงปีใหม่ปริมาณฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากความปริมาณการจราจรที่หนาแน่นและติดขัดจากการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประชาชน  ทั้งนี้ จากการคาดหมายสภาวะอากาศและผลกระทบต่อฝุ่นละอองระหว่างวันที่ 3-9 มกราคม 2564  คาดว่า ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน(ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก) เริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้ลมที่พัดปกคลุมเริ่มอ่อนกำลังลงด้วย อาจส่งผลให้มีการสะสมฝุ่นละอองในระยะนี้

      " เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองที่อาจเกิดการสะสมและมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประชาชน อาจทำให้การจารจรติดขัดในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางขาเข้ากรุงเทพมหานครในช่วงหลังจากหยุดในช่วงปีใหม่หรือในสัปดาห์นี้ ศกพ. ขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ "การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง” อย่างเข้มงวด เพื่อควบคุม กำกับดูแลแหล่งกำเนิดทั้งจากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง และจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม  เพื่อป้องกันและลดฝุ่น PM 2.5 ที่อาจเกิดขึ้น " นายอรรถพล กล่าว 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'