6จว.ใต้เสี่ยงฝนถล่ม เขื่อนบางลางวิกฤติ


เพิ่มเพื่อน    

 

กรมอุตุฯ เตือนมรสุมเข้า 6 จังหวัดใต้เสี่ยงฝนถล่ม "กอนช." เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเตรียมปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนบางลาง หลังคาดการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น นราธิวาสอ่วม! น้ำท่วมขัง 6 อำเภอ

    เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2564)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 06 มกราคม 2564 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
    สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
    ทางด้านกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังฉบับที่ 1 หลังติดตามสภาพอากาศบริเวณภาคใต้ พบช่วงวันที่ 4-5 มกราคมมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขณะนี้ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่มากกว่า 90 มิลลิเมตร และการติตตามสถานการณ์น้ำพบเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 1,383 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 95 ของความจุ
    จากการประเมินสถานการณ์จากฝนคาดการณ์ (OneMap) ในช่วงวันที่ 5-7 มกราคม ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ จะมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น คาดการณ์เขื่อนบางลางจะมีปริมาณน้ำมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของความจุ และจะระบายน้ำลงแม่น้ำปัตตานีในอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำปัตตานีบริเวณด้านท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นเอ่อล้นตลิ่งสูงประมาณ 1.5-2 เมตร และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา (6 ม.ค.64) และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอหนองจิก และอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี วันที่ 7 ม.ค. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางลางและน้ำในแม่น้ำปัตตานีเป็นไปตามแผน กอนช. จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันหากเกิดน้ำหลาก
    กอนช.ยังให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำแม่น้ำ ส่วนเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำให้พิจารณาพร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำหลาก และเตรียมพื้นลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก พร้อมทั้งพิจารณาบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาจต้องระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดน้ำหลากเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำและด้านท้ายน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้สามารถรองรับน้ำฝนและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
    ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงาน ว่า อิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ปัจจุบัน (6 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี และอำเภอรือเสาะ รวม 15 ตำบล 67 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ และให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป
    มีรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีสภาวะฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลก เอ่อล้นตลิ่ง จากมวลน้ำป่าที่สะสมอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ในพื้นที่ อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบ
    ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ 1.อ.ระแงะ 2.อ.รือเสาะ 3.อ.สุคิริน 4.อ.สุไหงปาดี 5.อ.สุไหงโก-ลก ส่วนที่ถือว่าหนักที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งรองรับมวลน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี
    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และจากมวลน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่กำลังไหลระบายลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลกในครั้งนี้
    ส่วนที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ในพื้นที่ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องกันหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ในพื้นที่ตำบลสะท้อน ตำบลนาประดู่ และตำบลทับช้าง อ.นาทวี เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้หลายหมู่บ้านใน 3 ตำบล ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน  
    ทางด้านพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ได้ออกเยี่ยม ดูแลวัดและสำนักสงฆ์ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือต่อไป.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.