ยํ้าจัดหนักหากฝ่าฝืน-หาช่องเยียวยา


เพิ่มเพื่อน    

  “ศบค.” เผยผู้ติดเชื้อใหม่ยังพุ่ง 305 ราย “บุรีรัมย์” ถูกเจาะพบติดเชื้อรายแรกแล้ว เป็นสาวขายอาหารตามสั่งส่งบ่อนชลบุรี “หมอทวีศิลป์” ย้ำ 5 จังหวัดคุมสูงสุดต้องมีใบอนุญาต ย้ำจัดหนักแน่หากฝ่าฝืนหรือบิดบังข้อมูล ชี้แค่ทำให้เดินทางลำบากเพื่อลดการแพร่เชื้อยังไม่ถึงห้ามสัญจร “บิ๊กตู่” ปลุกรวมไทยสร้างชาติต้านโควิด วอนงดไปที่อโคจร รับกำลังหาช่องเยียวยาแต่ไม่ใช่แจก 4 พันบาท "หมอศิริราช" เร่งรัฐรีบผุดโรงพยาบาลสนาม เพราะการติดเชื้อรอบนี้น่าหวาดวิตก ขืนช้าอาจฉิบหายได้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 305 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 193 ราย การค้นหาเชิงรุกในแรงงานต่างด้าว 109 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 1 ราย และอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 2 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 9,636 ราย หายป่วยสะสม 4,521 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 88 ปี มีโรคประจำตัวคือ มะเร็ง ป่วยติดเตียงอยู่แล้ว ติดเชื้อมาจากลูกชายซึ่งมีประวัติไปพื้นที่เสี่ยงใน จ.ระยอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 67 ราย
“จากการวิเคราะห์ข้อมูลการกระจายตัวของผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับบ่อนไก่ จ.อ่างทอง มีทั้งสิ้น 88 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่ จ.อ่างทอง 50 ราย, พระนครศรีอยุธยา 15 คน, สุพรรณบุรี 13 คน, ลพบุรี 6 คน, สิงห์บุรี 4 คน นอกจากนี้ ล่าสุดยังได้รับรายงานว่า ขณะนี้ จ.บุรีรัมย์ที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ไข่แตกแล้ว” นพ.ทวีศิลป์ระบุ    
สำหรับกรณี จ.บุรีรัมย์นั้น นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะ ได้แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรกของจังหวัดในรอบ 280 วัน โดยระบุว่า เป็นหญิงวัย 42 ปี อาชีพขายอาหารตามสั่งในตลาดแห่งหนึ่งที่พัทยากลาง และส่งอาหารให้บ่อนแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี ปัจจุบันรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนางรอง และได้ค้นหาผู้สัมผัสทั้งหมดประมาณ 313 ราย แบ่งเป็น กลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมด 13 ราย และกลุ่มเสี่ยงต่ำ 300 ราย
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้ออกข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17 ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังโรค โดยยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งการรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ การวัดอุณหภูมิร่างกาย โดยบุคคลที่ประสงค์เดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดต้องแสดงเหตุผลจำเป็น โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนควบคู่กับเอกสารรับรองความจำเป็นที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ศบค.มท.กำหนด ยืนยันการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางต่างๆ ไม่ใช่การปิดกั้นการสัญจรทั้งหมด แต่เป็นการสร้างความไม่สะดวกในการเดินทางเพื่อให้ประชาชนเดินทางลดลง
“ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทาง หรือข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ตอนนี้ต้องขอความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกคนว่าตอนนี้มีโทษแรงกว่าเดิม อีกทั้งสนับสนุนให้สร้างการมีส่วนร่วมการตรวจสอบของภาคประชาชน ที่หากพบเบาะแสให้แจ้งมา เพราะตอนนี้ละเว้นไม่ได้แล้ว เนื่องจากเป็นเหตุของการก่อโรค ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อของเราเฉียดๆ หมื่นแล้ว”
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากมีประกาศดังกล่าวออกมา ทาง ศบค.มท.ได้มีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ตั้งด่านสกัดการเดินทางเข้าและออกพื้นที่ทั้งเส้นทางข้ามจังหวัดสายหลักและสายรองตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อลดปริมาณการเดินทาง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ เข้ารับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค และในพื้นที่ 5 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดต้องมีข้อ ส่วน 23 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ต้องปฏิบัติเหมือนกับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพียงแต่ลดเรื่องเอกสารรับรองความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่อีก 49 จังหวัด ต้องปฏิบัติ 2 ข้อคือ ต้องตรวจวัดอุณหภูมิ สังเกตอาการผู้เดินทาง และสอบถามความจำเป็นในการเดินทาง
“ยอมรับว่ามาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะทำให้ยุ่งยากมากขึ้น แต่ไม่หนักถึงขั้นห้ามเดินทาง นอกจากนี้ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบ เจ้าของกิจการ ออกมาตรการให้พนักงานทำงานที่บ้าน เพื่อจะช่วยลดการเดินทางที่เท่ากับการลดโรค ย้ำว่าถ้าท่านป่วยแล้วมีแอปพลิเคชันไทยชนะถือว่าไม่มีความผิด รักษาฟรี แต่ถ้าป่วยแล้วไม่มีแอปพลิเคชันดังกล่าว จะสร้างความยุ่งยากในการสอบสวนโรค ต่อไปก็จะมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ”  
เมื่อถามถึงกรณีการขอเอกสารเดินทางข้ามจังหวัดของพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่มีผู้คนไปรอขอออกหนังสือเป็นจำนวนมาก ถือเป็นความเสี่ยง จึงขอความชัดเจนว่าใครจะต้องเป็นผู้ลงนามในหนังสือดังกล่าวได้บ้าง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ไม่ต้องไปถึงจังหวัด อยู่ในตำบล อำเภอ หมู่บ้าน ก็สามารถให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ หรือแม้แต่นายจ้าง นายจ้างภาคเอกชน สามารถนำแบบฟอร์มจากกระทรวงมหาดไทย แล้วนายจ้างก็สามารถออกให้ได้ ขอให้มีเหตุผลในการเดินทาง ดังนั้น ขอให้คิดแล้วคิดอีกในการที่จะออกจากบ้าน ขอให้อยู่บ้านดีกว่า และถ้าทำงานอยู่ที่บ้านได้ก็ขอให้ใช้แทน
ย้ำต้องแจ้งไทม์ไลน์
    เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์ผู้ป่วยนั้นจำเป็นหรือไม่ และต้องเปิดเผยหรือไม่ เพราะบางพื้นที่ไม่มีการเปิด นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ตามหลักการแล้วควรเปิดเผยไทม์ไลน์ผู้ป่วย โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังมีผู้ติดเชื้อไม่มากเพื่อให้ได้รับทราบประวัติ อาการ ความเสี่ยง และต้นเหตุของการติดเชื้อมาจากแหล่งไหน เนื่องจากเป็นโรคติดต่อ เช่น ตลาด บ่อนพนัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องบอกให้หมด
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนผ่านเสียงในรูปแบบออนไลน์ (PODCAST) หรือ PM PODCAST บนเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้ อยากให้ทุกคนตระหนักรู้ว่าเราจะต้องร่วมมือกับรัฐบาลและดูแลตัวเองในลักษณะรวมไทยสร้างชาติ ร่วมต้านโควิด-19 ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน จึงขอร้องว่าอย่าเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงที่จะติดเชื้อระบาดสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสถิติติดเชื้อจำนวนมาก หรือสถานที่อโคจร ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้ว หรือถ้าเดินทางไปมาแล้วเกิดความสงสัย ขอให้ชี้แจงให้ข้อมูลกับหน่วยแพทย์และสาธารณสุข ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคัดกรอง จะได้ติดตามถึงคนอื่นๆ ด้วย
    นายกฯ กล่าวว่า การออกข้อกำหนดในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สมุทรสาคร จันทบุรี ชลบุรี ระยอง และตราด โดยผู้ใดที่จะเดินทางเข้า-ออกจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการที่จะลงโทษใคร แต่จำเป็นเพราะกฎหมายได้กำหนดไว้แล้วว่า หากมีการฝ่าฝืนต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผู้ที่ปกปิดข้อมูลการเดินทางด้วย ทั้งนี้ ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของการควบคุมโรค และต้องไม่ละเลยเรื่องการใช้ชีวิตตามปกติ และปัญหาปากท้องของทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ขอความร่วมมืออีกครั้ง ที่ผ่านมาเราเคยทำมาได้ดีแล้วในระยะที่หนึ่ง
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีการขอใบอนุญาตเดินทางข้ามจังหวัดในพื้นที่เข้มงวด 5 จังหวัด ว่าต้องขอโทษประชาชนที่สื่อสารทำให้เข้าใจผิด ทำให้ประชาชนไปที่อำเภอและศาลากลางจังหวัด โดยสามารถไปขอใบเอกสารรับรองการเดินทางได้ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่อำเภอ หรือที่จังหวัด ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น 49 จังหวัดขึ้นอยู่กับจังหวัด และคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม
    ทั้งนี้ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด ซึ่งได้กำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตเดินทางเข้า-ออกนั้น ทำให้ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีประชาชนจำนวนมากต้องไปเข้าคิวออแน่นที่ที่ว่าการ อ.ศรีราชาก่อนเปิดทำการ จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองต้องประกาศให้ประชาชนที่มาติดต่อปฏิบัติตามหลักการปฏิบัติของกรมควบคุมโรค รวมทั้งให้ตัวแทนที่มาในรูปแบบของบริษัท ทำการดาวน์โหลดเอกสารจากเว็บไซต์ของอำเภอไปกรอกรายละเอียด แล้วให้เจ้าของบริษัทหรือผู้ดูแลเซ็นกำกับและประทับตราของบริษัท เพื่อยืนยันรับรองตัวตนของบุคคลคนนั้นได้เลย ส่วนของบุคคลทั่วไปก็ต้องมาให้เจ้าหน้าที่ของทางราชการเซ็นรับรองให้ไปเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ จ.ตราด ก็มีประชาชนจำนวนมากมาขอใบอนุญาตเช่นกัน
    สำหรับเรื่องวัคซีนนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก และคาดว่าในปี 2564 นี้ประเทศไทยจะเริ่มได้รับวัคซีนเข้ามา โดยระยะแรกจะฉีดให้จำนวนยังไม่ครบ แต่อย่าลืมว่าเรามีบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ ซึ่งเมื่อเราได้วัคซีนมาก็จะผลิตวัคซีนของเราเอง เพื่อฉีดให้กับประชาชนได้ทั้งประเทศ ซึ่งระยะต่อไปเราจะดูแลประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย หากเราทำสำเร็จก็เป็นความคาดหวังของเรา จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่น ศรัทธา รัฐบาลก็จะดูแลให้ดีที่สุด ในส่วนของคนไทยตั้งเป้าไว้ว่าจะฉีดให้ฟรีตามระยะ ตามความเสี่ยงไปก่อน จนกว่าวัคซีนจะมีเพียงพอ ซึ่งจะฉีดให้กับคนทั้งประเทศ เราเป็นห่วงคนที่อยู่หน้างาน ทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ความมั่นคง อสม. ผู้สูงอายุ แต่เราก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เราได้มีการติดตามจากต่างประเทศที่มีการฉีดวัคซีนแล้ว แต่ขออย่าเพิ่งตื่นตระหนก ทุกอย่างต้องมีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนไทยทุกคน
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงมาตรการเยียวยาว่า รัฐบาลทราบดีว่าทุกคนลำบาก ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีการแชร์ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นในการช่วยเหลือประชาชน โดยใช้เงินกู้ต่างๆ ยืนยันว่าการให้เงิน 4,000 บาท ยังไม่มีการประกาศ ออกไปเป็นข่าวที่ถือว่าไม่จริง ทุกคนอาจจะอยากได้ แต่ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง แต่เราก็มีงบประมาณค่อนข้างเพียงพอ ทั้งงบรายจ่ายที่เตรียมไว้กรณีฉุกเฉิน งบเงินกู้ และงบสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบคาดว่าอย่างเพียงพออยู่ แต่ขณะนี้กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาภาพรวม ซึ่งคงไม่ใช่แค่เฉพาะประชาชน ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่มีปัญหาเช่นกัน ก็ขอให้รออีกสักนิด
    ส่วนเรื่องการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันว่ามีความจำเป็น เนื่องจากบางพื้นที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมาก หากเราเคลื่อนย้ายคนเหล่านี้ไปที่อื่นหรือจังหวัดอื่นก็อาจไม่พอใจกัน เป็นเรื่องที่ทุกจังหวัดต้องเตรียมพื้นที่สำหรับจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งก็มีมาตรการเช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั่วไป ทั้งมาตรการการควบคุมการเข้าและออก ความปลอดภัย สิ่งที่ดีคือเราสามารถขัดแยกบุคคลเหล่านี้ออกไปอยู่ในพื้นที่ที่สามารถควบคุมได้ เพราะ รพ.สนามสามารถลดการแพร่กระจายในพื้นที่ส่วนรวม จึงขอความร่วมมือและขอชื่นชมหลายคนที่บริจาคสถานที่ โกดัง ที่จะตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ขอร้องว่าอย่ารังเกียจกันเลย ตราบใดถ้าเราสามารถควบคุมเป็นพื้นที่ได้ มีการตรวจสอบคัดกรอง รักษาได้ ก็ต้องช่วยกัน ขอให้เข้าใจกันบ้าง ไม่เช่นนั้นมันก็ทำอะไรไม่ได้ ต่อไปก็จะเดือดร้อน
ศิริราชจี้ผุด รพ.สนาม
    นพ.ทวีศิลป์ตอบข้อถามถึงกรณีหลายพื้นที่คัดค้านการตั้งโรงพยาบาลสนามว่า รพ.สนามสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก เราเห็นภาพที่ จ.สมุทรสาคร 80% มีอาการน้อยมาก แต่จะให้ไปนอนที่โรงพยาบาลสมุทรสาครจำนวนหลายพันคนจะคุ้มหรือไม่ แต่มีความจำเป็นที่ผู้ป่วยอื่นๆ ต้องใช้เตียง ทั้งที่โรคนี้ 10% ที่มีอาการหนัก 1-2% ที่หนักจนเสียชีวิต ซึ่งในโรงพยาบาลได้จัดพื้นที่พิเศษให้ผู้ป่วยใช้เตียงอยู่แล้ว ดังนั้น 80% ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยต้องเอาออกมา จึงเกิดการสร้างโรงพยาบาลสนามขึ้น ต้องแยกออกมาอยู่ให้เจ้าหน้าที่ดูแล 1/10 หรือ 1/100 ได้ โดยนายกฯ สั่งการแล้วให้มีโรงพยาบาลสนามในทุกจังหวัด ตรงกับแนวทางของ รมว.สาธารณสุข จึงให้ทุกจังหวัดสำรวจพื้นที่เพื่อสร้างโรงพยาบาลสนาม จึงขอเรียนว่าสิ่งที่กำลังจะทำนี้เท่าเทียมกันทั้งหมด เพื่อดูแลประชาชนในจังหวัดของท่าน ไม่ข้ามจังหวัด ทุกที่ต้องมีเตรียมพร้อมไว้ ดังนั้น ไม่ต้องตกใจ หากจะมีแพทย์ไปเดินดูว่าพื้นที่ใดเหมาะสมที่จะใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม เพราะจะต้องมีการดูอย่างรอบคอบ ทั้งระบบสุขาภิบาล ระบบบำบัด ระบบคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปรักษา จึงขอเรียนเพื่อความเข้าใจ และขอความร่วมมือ ขอความเห็นใจจากประชาชนได้เห็นใจแรงงานเพื่อนบ้านที่มาอยู่กับพวกเรา ผู้ป่วยที่เป็นโควิด-19 ไม่ได้เป็นที่น่ารังเกียจ นอนรักษา 14 วันก็หาย ขอความเข้าใจและเห็นใจ
    ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้จำเป็นยิ่งที่ไทยต้องเตรียมตั้ง รพ.สนามเพื่อรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงหลายๆ พื้นที่ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และขอให้คนไทยทุกคนรับรู้ว่า รพ.สนาม คือเครื่องมือควบคุมการระบาด และช่วยจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คนไทยปลอดภัยจากโควิด-19 มากขึ้น ซึ่ง รพ.สนามมีความจำเป็น 4 ข้อ คือ 1.ผู้ป่วยทั่วไปใน รพ.จะลดการติดเชื้อ แยกแยะระหว่างผู้ป่วยโรคทั่วไป ผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ให้ปะปนกัน 2.บุคลากรสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล ลดความเสี่ยงติดเชื้อ 3.รพ.ในระบบปกติ จะมีเตียงเพียงพอสำหรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ ไม่ต้องงดรับผู้ป่วยทั่วไป เหมือนช่วงระบาดเมื่อต้นปี 63 และ 4.ชุมชนจะปลอดภัยมากขึ้น เพราะ รพ.สนามจะรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ติดเชื้อ ผู้กักกันตัวเองที่อยู่ระหว่างรอผลยืนยัน ช่วยแยกคนติดเชื้อออกจากชุมชน
“ตอนนี้ รพ.ต่างๆ เริ่มพบคนไข้โควิด-19 อาการหนักมากขึ้น และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากยุทธศาสตร์ต้นน้ำไม่สามารถคุมการระบาดได้ ยุทธศาสตร์ปลายน้ำจะเอาไม่อยู่ และขอให้มั่นใจว่าหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง จะถูกส่งต่อไปยัง รพ.ปกติแน่นอน รอบนี้การติดเชื้อมาจากเรื่องที่ผิดกฎหมาย แหล่งอบายมุข การลักลอบเข้าเมือง การสอบสวนโรคจึงทำได้จำกัด ดังนั้นผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อที่ยังไม่เข้าสู่ระบบ ยังปิดบังไทม์ไลน์และไม่กักตัว ยังใช้ชีวิตตามปกติยังมีอีกมาก ในที่สุดไทยจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และมีอาการรุนแรงขึ้น จนทำให้เตียงใน รพ.ไม่พอ เหมือนหลายๆ พื้นที่เสี่ยงที่ รพ.ในพื้นที่เริ่มส่งสัญญาณแล้ว ผมขอร้องคนไทยทุกคนให้มองตามความจริงว่า รพ.สนามคือตัวช่วย ให้ทุกคนปลอดภัยจากโควิด-19 มากขึ้น เราต้องเร่งตั้ง รพ.สนามตั้งแต่วันนี้ ผมขอฝากอีกเรื่องว่า สิ่งใดที่เป็นความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นแล้ว ขออย่าให้เกิดขึ้นอีก เจ้าหน้าที่รัฐต้องช่วยกัน อย่าให้มีอีก คนไทยต้องร่วมใจกัน” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
นายวัฒนา แตงมณี นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ ยอมรับถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามว่า มักจะมีปัญหากระทบกับคนที่อยู่ในบริเวณนั้นมาโดยตลอด ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะไม่ยอม เพราะกลัวจะติดเชื้อ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปอธิบายพูดคุยเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำให้ชาวบ้านยอมรับได้ หัวเด็ดตีนขาดชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ยอม แต่ชาวบ้านที่พันท้ายนรสิงห์นี้แรกๆ ก็ต่อต้านไม่ยอม ต่อมาก็ทำให้ชาวบ้านเข้าใจและยอมรับ โดยล่าสุดชาวบ้านบอกเห็นตนเองยอมเสียสละที่ดิน 8 ไร่ สละเงินทองมาก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม ชาวบ้านจึงพร้อมและยอมที่จะเสียสละไปพร้อมกัน
"ผมไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ผมทำเพื่อคนสมุทรสาคร และที่สำคัญผมก็ทำเพื่อคนตำบลพันท้ายนรสิงห์ ลูกบ้านผมให้มีขวัญและกำลังใจในการต่อสู้กับโควิด โดยขอบอกว่า ถ้าคนในตำบลพันท้ายนรสิงห์ติดเชื้อโควิด-19 ถึงกับต้องเสียชีวิตตายไป คนข้างหลังต้องไม่ลำบาก มารับเงินที่ผมได้เลย ผมจ่ายให้เอง 500,000 บาท เพราะผมถือว่าเขาเป็นผู้เสียสละเพื่อคนสมุทรสาคร” นายวัฒนากล่าว.
    

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.