ถึงเวลา “ปฏิรูป”


เพิ่มเพื่อน    

 

        ชักเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมามั่งแล้ว!!!...สำหรับคำทำนาย ทายทัก ที่เคยว่าไว้ประมาณว่า ผ่านพ้นเดือนพฤศจิกา.ปีที่แล้วได้เมื่อไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะค่อยๆ โล่งๆ ปลอดโปร่ง สบายๆ ชนิดกลางปีนี้ อาจถึงขั้นสดชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขาเอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าดวงเมือง หรือดวงนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้ แม้ไม่ถึงกับหลับกลางอากาศ หรือลงไปนอนกองให้กรรมการนับ 8 แต่ก็น่าจะเกิดอาการก้นเตี้ย หรือต้องคายฟันยาง อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลย...

                            -----------------------------------------------------

            คือขนาด หวานแสนหวาน อย่าง ป๋าเปลว สีเงิน ของหมู่เฮาทั้งหลาย...ยังอดไม่ได้ต้องออกมาปราม ออกมาเตือน ต้องติๆ ติงๆ ไปตามประสา กัลยาณมิตร โดยยังไม่นับรวมไปถึงระดับอาเฮีย คุณพี่ สนธิ ลิ้มฯ ผู้เคยจุดไฟเผาแบงก์ห้าร้อย เพื่อตามหาเหรียญสลึง แค่ไม่กี่สลึงเท่านั้นเอง ไปจนถึง อาจารย์แก้ว หรือ แก้วสรร อติโพธิ ที่พร้อมจะคว้าขวานออกมาผ่าซาก แบบตรงไป-ตรงมา ไม่ได้มีนอก มีใน กับใครๆ มาโดยตลอด ที่เริ่มหันมาพูดถึงสิ่งที่ยังคงคั่งค้าง ยังคงมิได้ชำระล้าง ภายใต้การบริหาร จัดการ ของคณะ คสช. ทั้งๆ ที่เต็มไปด้วยจังหวะและโอกาส อย่างชนิดแบเบอร์ จังเบอร์ มาโดยตลอด...

                ------------------------------------------------------

            ดังนั้น...ภายใต้สีสัน บรรยากาศ ในลักษณะเช่นนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับรัฐบาล อยู่กับท่านนายกฯ บิ๊กตู่ นั่นแหละ ว่าจะฟัง-ไม่ฟัง หรือฟังแล้วได้ยิน-ไม่ได้ยิน หรือไม่ อย่างไร? เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง มันคงไม่ถึงกับสายไป ช้าไป สำหรับผู้ที่หูยังดี ยังไม่ถึงกับหูหนวก ตาบอด อะไรทำนองนั้น การปรับเนื้อ ปรับตัว ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง อะไรที่ควรแก้ อะไรที่ควรเสริมเพิ่มเติม ไปตามการประเมิน การจัดลำดับถึงความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน คงไม่ถึงกับเป็นเรื่องสลับซับซ้อน ยุ่งยากลำบากความ จนไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย นอกซะจากหันไปตั้ง คณะกรรมการ คณะโน้น คณะนี้ ไปตามเรื่อง ตามราว อย่างเท่าที่เคยเป็นมาแบบก่อนๆ...

                         ------------------------------------------------------

            อย่างน้อย...ก็อาจพอช่วยคำทำนาย ทายทัก อันมีพื้นฐานจากความหวังดี ความปรารถนาดีทั้งหลาย พอเป็นจริง เป็นจัง ขึ้นมาได้มั่ง ไม่ถึงกับต้องไหลไปเข้าทางเท้า เข้าทางตีน ของบรรดา หมอดู ประเภทซาดิสต์ในแต่ละราย ที่พยายามฟันธง หรือฟันเฟิร์ม ประมาณว่า... ไอ้หวังตายแน่-ตายแน่ไอ้หวัง อะไรทำนองนั้น เพราะอย่างที่บรรดาผู้พยายามเปิดใจให้กว้างๆ เข้าไว้ ผู้ที่ยังยึดมั่นใน ขันติธรรม เพื่อที่จะนำไปสู่ สามัคคีธรรม โดยเฉพาะภายใต้ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลก ที่ทำให้สิ่งที่ว่า กลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อะไรก็ตามที่เป็นส่วนดีๆ ส่วนที่เป็นไปในแง่บวก ของรัฐบาล หรือของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ก็น่าจะพอมีอยู่เป็นจำนวนมิใช่น้อย หรือยังไม่ถึงกับหมดบุญ สิ้นบุญ เอาง่ายๆ...

                        -------------------------------------------------------

            ดังนั้น...ถ้าหากจัดลำดับ จัดวาระ ไปตามการประเมินสถานการณ์โดยละเอียดและถี่ถ้วน โดยอาศัยความ เข้าถึง-เข้าใจ เป็นพื้นฐานแล้วละก็ ก็น่าจะยังพอ อยู่ๆ กันไปได้ อย่างน้อย...ก็เอาให้ถึง ครบเทอม ไม่ถึงขั้น ตกม้าตาย หรือระดับ ตกเวทีประวัติศาสตร์ ชนิดหันไปหาเวทีรำวงแทบไม่เจอ เพราะแม้ว่าฝ่ายที่คิดจะหัก คิดจะโค่นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายแค้น หรือฝ่ายล้มเจ้า ที่ไม่ได้หลงเหลือสภาพความเป็นฝ่ายค้านแบบชนิดมีหลัก มีฐาน เอาเลยแม้แต่น้อย อาจต้อง แพ้ภัยตัวเอง ไปเป็นรายๆ แต่นั่น...ก็ใช่ว่า จะช่วยให้เกิดเสถียรภาพ ความมั่นคง ในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แบบสามารถอยู่ไปได้เรื่อยๆ ไปโดยตลอดก็หาไม่...

                         ----------------------------------------------------

            เพราะโดยฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกในช่วงระหว่างนี้ หรือนับจากนี้เป็นต้นไป อย่างที่ใครต่อใครเคยสรุปไว้ในแนวเดียวกันนั่นแหละว่า มันออกไปทาง ปราบเซียน อย่างเห็นได้โดยชัดเจน หรือถ้าใช้สำบัด สำนวน ของ ป๋าเปลว สีเงิน ก็คือมันกำลัง ลอกคราบ กำลังสลัดทิ้งในสิ่งที่ไม่ควรจะยึดมั่น ถือมั่น หรือไม่ควรแบกไว้เป็นภาระอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าในแง่ ตัวบุคคล หรือ ระบบ ก็ตาม การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ให้เหมาะสม สอดคล้อง กับความเป็นไปของสถานการณ์ ถึงจะนำไปสู่ความยั่งยืน ความคงทน ถาวร อันเป็นอะไรที่ย่อมผิดแผก แตกต่าง ไปจากการยึดมั่น ถือมั่น โดยไม่คิดเปลี่ยนไปให้เป็นอื่น ที่มีแต่จะนำมาซึ่งการปะทะและขัดแย้ง นำมาซึ่งแรงเสียดสีและเสียดทาน จนทำให้แทนที่จะได้มีโอกาส ลอกคราบ กลับต้องโดน ถลกหนัง ไปซะนี่...

                            -----------------------------------------------------

            โดยจะเริ่มต้นตั้งฉาก ตั้งลำ กันในแบบไหน อย่างไร นั่นเป็นเรื่องของผู้ที่มี อำนาจ และ หน้าที่ คงต้องไปว่ากันเอาเองก็แล้วกัน แต่อย่างน้อย...หนีไม่พ้นต้องหาทางสร้างสีสัน บรรยากาศ แห่งความเอาจริง-เอาจัง ออกมาให้ชัดเจน ว่าเอาแน่ ปรับแน่ เปลี่ยนแน่ ไม่ได้แค่ยืดเวลาออกไปพอให้ครบเทอม หรือพอให้มีโอกาสลงจากหลังเสือ โดยไม่โดนขบหัวไปซะก่อน และถ้าหากตั้งฉาก ตั้งลำ ได้แบบเป็นเรื่อง เป็นราว เอาเรื่อง เอาราว โอกาสที่จะช่วยให้คำทำนาย ทายทัก ของ หมอดู ประเภทโรแมนติกทั้งหลาย ยังน่าจะพอมีความเป็นไปได้สูงอยู่พอสมควร...หรือยังพอขออนุญาต ฟันเฟิร์ม เอาไว้ ณ ที่นี้...

                           ------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Sophia Bedford-Pierce... There is nothing lost by discarding your faults. การสลัดข้อบกพร่องทิ้งไป...ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียอะไรเลย...”.

                   ---------------------------------------------------------------

 

 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ