'ตู่' ด่าลั่นทุเรศมาก เยียวยา 3,500 บาทคิดภายใต้อะไร


เพิ่มเพื่อน    

13 ม.ค.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า การเยียวยารอบนี้สะท้อนถึงรัฐบาลคิดอะไรอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยบอกมีเงินพอเยียวยาประชาชน 40 ล้านคน คราวที่แล้วรัฐบาลให้คละ 5,000 บาท นาน 3 เดือน มาผลกระทบโควิดครั้งนี้ไม่รู้ใช้หลักคิดอะไรมาชี้วัดความเดือดร้อนของประชาชนจึงลดการเยียวยาเหลือคนละ 3,500 บาท ทั้งที่ความทุกข์ยากในสถานการณ์ขณะนี้มากกว่าคราวที่ผ่านมาอย่างมาก อยากให้รัฐบาลทบทวนการเยียวยา ซึ่งให้น้อยกว่าคราวที่แล้วถึง 8,000 บาท หากไม่มีเงินขอให้พูดความจริงมาเพื่อประชาชนจะได้รับรู้ แต่ถ้ายังปากแข็งบอกว่ามีเงินแล้ว จะมาเยียวยาแค่นี้ไม่ได้ เพราะเงิน 3,500 บาทต่อเดือน ในสถานการณ์คนตกงานแล้วยากลำบากนี้ จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร จึงขอให้ทบทวนให้เพิ่มไปที่เท่าเดิมคือ 5,000 บาทต่อเดือนนาน 3 เดือน  รวมทั้งขั้นตอนการเยียวยานั้น ต้องนำคนที่ไม่มีสิทธิ์จะได้รับเงินเยียวยาเมื่อคราวที่แล้ว เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คนมีเงินเดือนสูง และผู้ประกันสังคม โดยคนเหล่านี้ต้องมีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาทั้งหมดด้วยเช่นกัน  

นายจตุพรกล่าวว่า ผลกระทบจากโควิดครั้งนี้เลวร้ายกว่าครั้งที่แล้วมาก แต่รัฐบาลกลับตั้งใจเยียวยา 2 เดือนคือ มีนาคมกับเมษายน จึงสงสัยว่าพฤษภาคม บ้านเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติใช่หรือไม่ และ เมื่อรัฐบาลกำหนดมาตรการแบบตื่นกลัวโควิดกันแล้ว แต่ทำไมการเยียวยาจึงไม่สอดคล้องกับความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชน เมื่อการเยียวยาครั้งนี้น้อยกว่าคราวที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลอยู่ในสภาพย่ำแย่เต็มที แต่ยังทำปากกล้าขาสั่นอยู่ ที่สำคัญคือ ถ้ามีอะไรต้องบอกความจริงกับประชาชน อย่าสร้างภาพอีกอย่าง แล้วความจริงเป็นอีกอย่าง ซึ่งจะเป็นการท้าทายประชาชน เคยบอกว่า อย่าได้ท้าทายความหิวของประชาชน 

นายจตุพรกล่าวว่า หลักวิธีคิดที่สะท้อนออกมาให้ร้านเจ้าสัวเปิดได้ 24 ชั่วโมง แต่ร้านประชาชนเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม ซึ่งใช้ไม่ได้ แล้วเงินก็ไหลไปร่วมที่เจ้าสัวอีก วันนี้เกิดความกังขาว่า ประเทศเป็นการปกครองโดยรัฐบาลเจ้าสัว หรือ รัฐบาลประชาชน ถ้ารัฐบาลไม่เอาประชาชนเป็นตัวตั้งก็ผิดหมด ที่ผ่านมานายกฯทบทวนดูเองว่า ทำเพื่อประชาชนหรือไม่ หรือทำเพื่อเจ้าสัวนายทุนผูกขาด เงินจึงไปกระจุกที่เจ้าสัว แทนที่จะกระจายไปถึงประชาชน การเยียวยา 3,500 บาท เป็นการโชว์ห่วยของจริง ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง การคิดแก้ปัญหาบ้านเมืองต้องคิดถึงประชาชน ต้องทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ไม่ใช่เอา ประชาชนบังหน้าเพื่อนายทุนผูกขาด อย่าคิดว่าเงิน 3,500 บาท ปัญหาจะจบ มันไม่จบเพราะปัญหาใหญ่กว่านั้นมาก  

“ไม่รู้ว่า หลักคิด 3,500 บาท คิดภายใต้อะไร เป็นความคิดที่ทุเรศมาก แต่ถ้าขั้นตอนวิธีแจกเงินห่วยแตกอีก จะนำคนไปไล่เอาจริงด้วย เพราะเมื่อมีบทเรียนแล้ว จะบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่แล้ว ดังนั้นรัฐบาลถ้าไม่ฟังเสียงประชาชน ก็ไม่รู้อยู่ไปเพื่ออะไร หลักคิดที่สำคัญ รัฐบาลได้สำรวจและรู้ถึงความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ แต่คนที่มีเงิน ไม่รู้ถึงความหิว ก็ไม่มีวันเข้าใจความยากจนได้เลยว่า เงิน 3,500 บาท ไม่เพียงพอต่อความลำบากในสถานการณ์นี้ อยากให้รับฟัง และทบทวนใหม่ อย่าให้แบบเสียไปที เอาอะไรมาเป็นหลักคิดจึงให้ 3,500 บาท และในสถานการณ์นี้ ควรคิดอ่านกันให้มาก ขอรัฐควรฟังแล้วนำไปคิด อย่าได้กลัวเสียหน้า แต่ต้องกลัวประชาชนจะเสียใจ เพราะไม่เช่นนั้นรัฐจะพังเอาง่ายๆ อีกทั้งรัฐต้องเข้าใจเอาไว้อย่างว่า ในยามทุกข์ยาก อดอยากไม่มีใครกลัวใคร”นายจตุพรกล่าว 

นายจตุพรกล่าวว่า ประชาชนมีความสุขหรือไม่ มีความยากลำบากหรือไม่ ถ้ายากลำบากแล้ว ถึงเวลาที่ต้องคิดอ่านกันหรือยัง ส่วนรัฐบาลและนักการเมืองต้องถามกันเองว่า อยู่แล้วประชาชนมีความหวังหรือเปล่า เพราะในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ ได้เวลาประชาชนต้องคิดอ่านกันแล้ว หวังว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยเอาความทุกข์ของประชาชนเป็นตัวกำหนด การทำรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา คนในซีกหนึ่งวิจารณ์ว่า เป็นความเสียหายของชาติ เป็นความหายนะและความเลวร้ายของประเทศ ส่วนอีกฝ่ายเห็นอีกแบบไม่เหมือนกัน ถึงที่สุดความแตกต่างกันนี้ เวลาจะอธิบายความจริงให้ปรากฎ ซึ่งเป็นความจริงและความเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดิน ตนต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ และเชื่อว่า คงไม่ช้า หากรัฐบาลไม่ยอมเปลี่ยนวิธีคิด ถึงเวลาคนไทยแล้วหรือยัง ถ้าได้เวลาก็ต้องเริ่มต้นกัน สิ่งที่ชวนให้คิดคือคนไทยรู้สึกอย่างไรกับรัฐบาล รัฐบาลยังไปไหวอีกหรือไม่ และต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่ โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงของประชาชนแบบสันติวิธี  

“สิ่งที่ต้องการเห็นคือ คนไทยทั้งชาติควรช่วยกันคิด ต้องเอาความจริงที่ปรากฎว่า วันนี้เรามีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ถ้าเราทุกข์แล้วคนรุ่นลูกหลานจะทุกข์ยากขนาดไหน คุณปากดีว่ามีเงิน แต่มาให้ 3,500 บาทต่อเดือน คิดได้อย่างไร เราต้องคิดอ่านกัน ประชาชนจะทนอยู่สภาพเช่นนี้ไม่ได้ ถ้ารัฐไม่ทบทวนการเยียวยา ประชาชนต้องเปลี่ยนรัฐบาลเพื่อรักษาชาติไว้” นายจตุพรกล่าว 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'