เกลียดตัวอย่ากินไข่


เพิ่มเพื่อน    

 

       ถือว่าเป็นข่าวดี

                สถานการณ์โควิดรอบใหม่มีแนวโน้มทรงตัว

                คุณหมอทวีศิลป์แถลงตัวเลขวานนี้ (๑๓ มกราคม) เห็นภาพได้ชัดขึ้นครับ        

                ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ - ๑๓ มกราคม ๒๕๖๔ มีทั้งสิ้น ๖,๗๕๔ คน

                แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ ๓,๓๑๗ คน

                คัดกรองเชิงรุก ๓,๐๐๖ คน

                มาจากต่างประเทศ ๓๙๖ คน

        จำแนกผู้ป่วยตามปัจจัยเสี่ยง ตามจำนวนผู้ป่วยที่ทราบประวัติทั้งหมด จำนวน ๔,๐๔๘ คน พบว่ามากที่สุดคือ

                การค้นหาเชิงรุก ร้อยละ ๔๔.๓๘ 

                แรงงานต่างด้าว ร้อยละ ๓๙.๗๖

                สถานที่ชุมชน ตลาด ร้อยละ ๓๙.๖๙

                สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ร้อยละ ๑๐.๖๓

                สถานบันเทิง ร้อยละ ๓.๗๔

                บ่อนการพนัน ร้อยละ ๒.๙๘

                สัมผัสบุคคลในครอบครัว ร้อยละ ๑.๙๒

                สนามชนไก่ ร้อยละ ๑.๑๘

                ร้านอาหาร ร้อยละ ๐.๗๖

                และสถานที่แออัด ร้อยละ ๐.๖๓

                ตัวเลขบอกอะไรหลายอย่างครับ

                ตัวเลขเหล่านี้จะทำให้การจัดการกับปัญหาโควิดระบาดได้ง่ายขึ้น

                ที่ตกใจกันเรื่องบ่อน เอาเข้าจริงน้อยกว่าที่คิด แต่ก็ไม่เป็นเหตุให้เบาใจกับปัญหาบ่อน เพราะนี่คือโรคร้ายในสังคมไทย

                จะเห็นว่า การค้นหาเชิงรุก แรงงานต่างด้าว และสถานที่ชุมชน ตลาด คือลำดับต้นๆ ที่ต้องมุ่งไปเพื่อแก้ปัญหา

                วันนี้การระบาดจากบ่อน แรงงานต่างด้าวเริ่มเบาลงแล้ว

                จากสถิติล่าสุดวานนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ๑๕๗ ราย

                ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อในประเทศ ๑๓๒ ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่จากการเฝ้าระวังและระบบริการ ๙๐ ราย ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน ตลาด ๔๒ ราย อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ๔ ราย และมาจากต่างประเทศคือ เมียนมา ๒๑ ราย

                เห็นตัวเลขที่สูงโดดมั้ยครับ   

                ค้นหาเชิงรุกยังต้องทำต่อไป ยิ่งเจอเยอะยิ่งดี

                ในชุมชน ตลาด ประเด็นนี้สำคัญ เพราะถูกนำไปขยายความดรามากันเยอะว่า ปิดตลาด แต่เปิดห้างสรรพสินค้า

                โยงไปเรื่องรังแกคนจน อุ้มคนรวย

                รัฐบาลถูกนายทุนใช้เงินอุดปาก ฯลฯ

                ก็ตัวเลขมันฟ้องแบบนี้ จะให้จัดการแบบไหนล่ะครับ ฉะนั้นเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายอย่าเอามันอย่างเดียว

                ดูข้อเท็จจริงด้วย!  

                สุดท้ายแล้ว แม้บ่อน ร้านอาหาร สถานบันเทิง สถิติการติดเชื้อจะน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะกลับมาระบาดหนักไม่ได้

                เพราะมันเคยเป็นต้นตอระบาดในวงกว้างอย่างน่าตกใจมาแล้ว

                และสาเหตุที่ไม่ประกาศเคอร์ฟิวก็มาจากตัวเลขที่เห็น

                จึงต้องเฝ้าระวังกันต่อไป

                ไหนๆ ดูตัวเลขก็ควรดูให้ครบ

                ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ ๑๐,๙๙๑ คน ก็จริงครับ แต่ยอดหายป่วยสะสม ๖,๙๔๓ คน ถือว่ามาก

                ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษา ๓,๙๘๑ ราย 

                ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ระบบสาธารณสุขไทยรับมือได้อยู่

                อีกประเด็นคือวัคซีน ที่กลายเป็นปมดรามาโดยเกรียนคีย์บอร์ดเช่นเคย

                Sinovac วัคซีนจีน คุณภาพต่ำซื้อมาทำไม?

                โยงไปถึงนายทุนรัฐบาล

                แม้ Sinovac ที่ทดลองในบราซิล มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการ เพียงร้อยละ ๕๐.๔ ก็จริง แต่ผลการทดลองที่ตุรกี อยู่ที่ร้อยละ ๙๑

                ทั่วโลกสั่งซื้อสั่งจอง Sinovac กันเพียบ สิงคโปร์ก็ซื้อไปแล้ว

                โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ประเดิมฉีดวัคซีนของ Sinovac ไปสดๆ ร้อนๆ

                ฉะนั้นขอเถอะ ถ้าว่างมากก็นอนอยู่บ้านเฉยๆ อย่าสร้างความวุ่นวายด้วยการใช้ข้อมูลเท็จโจมตีคนทำงาน

                ถ้าไม่อยากฉีดวัคซีนของ Sinovac ก็ไม่มีใครบังคับ แต่อย่าบิดเบือนสร้างความหวาดกลัว

                พวกเกรียนคีย์บอร์ดที่บอกว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย พวกนี้ติได้ทุกเรื่อง แถมยังแสดงความโง่ออกมาเป็นระยะๆ

                ซื้อวัคซีน Pfizer ซิ ของฝรั่งดีกว่าจีน

                ที่จริงมีการอธิบายกันมาเยอะครับว่าเพราะอะไร

                วัคซีนของ Pfizer ต้องเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า -๗๐ องศาเซลเซียส จึงมีปัญหาในการขนส่ง กระจายวัคซีนไปยังพื้นที่ต่างๆ แน่นอน

                แต่ถ้าประเทศเล็กแบบสิงคโปร์ก็ไม่มีปัญหา

                ต่างจาก Sinovac เก็บที่อุณหภูมิ ๘ องศาเซลเซียส

                ทุกอย่างมีเหตุผลมีครับ อย่าสักแต่ด่า

                ใครจะไปเชื่อ ขนาด "ดอยคำ" ยังโดนครับ

                อยู่ในกระบวนการล้างสมองเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยระยำแกนนำ ๓ นิ้ว

                จะให้แบนดอยคำ!

                คนประเภทนี้หากปล่อยให้มีอำนาจ ประเทศจะฉิบหายมากขนาดไหน ไม่อยากนึกภาพเลย

                ถามว่า แบนดอยคำ ใครได้รับผลกระทบ?

                เครื่องดื่ม ผลไม้อบแห้ง ผลิตภัณฑ์ทาขนมปัง น้ำผลไม้เข้มข้น นํ้าผึ้ง เครื่องดื่มชนิดผง

ผลไม้กระป๋อง ซอสมะเขือเทศ ข้าวกล้อง

                และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย วัตถุดิบล้วนมาจากเกษตรกรชาวเขาเป็นหลัก

                คนเสียสติเท่านั้น ที่จะเสนออะไรแบบนี้ได้

                งั้นเอาแบบนี้มั้ย ไหนๆ ก็ล้มล้างแล้ว เผาพริกเผาเกลือกันไปเลย

                ช่วงกลางปีถึงปลายปีไปแล้ว จะมีวัคซีนผลิตโดย บริษัท สยามไบไซเอนซ์ จำกัด ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก บริษัท แอสตราเซนเนก้า และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ออกมา

                เห็นร่ำๆ จะแบน บริษัท สยามไบไซเอนซ์ จำกัด ด้วยเพราะมาจากพระราชปณิธาน ของในหลวง ร.๙

                ประเทศไทยคงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หากพวกนี้แบน ไม่ยอมฉีดวัคชีน

                จองศาลาก็อย่าลืมแบนวัดหลวงด้วย

                เดี๋ยวจะเสียอุดมการณ์.

 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'